สภาพจิต 2 ประการ ทำให้น้ำตาไหล.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.28 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

สภาพจิต 2 ประการ ทำให้น้ำตาไหล _วิเชียร จิระเวชบวรกิจ : กราบคารวะพ่อท่านสุดเศียรเกล้า ผมฃึ้งฃื้อ ไม่เจอพ่อท่านมา 20 กว่าปี อยากพบพ่อท่านจัง จะถามพ่อท่านว่าถ้าเรามีปีติบ่อยมาก จนบางครั้งน้ำตาไหล กลั้นไม่อยู่ จะแก้ไขได้อย่างไรครับกราบคารวะ พ่อครูว่า...น้ำตาไหลมีทั้งน้ำตาไหลแบบโกรธน้ำตาไหลแบบรัก ชื่นใจอย่างแรงก็น้ำตาไหล โกรธอย่างแรงก็น้ำตาไหล เป็นสภาพ 2 สภาพ แบบโกรธน้ำตาไหลนั้นมันเลวกว่า ซาบซึ้งประทับใจก็ดีกว่า แต่ดีกว่านั้นก็คือเข้าใจให้ได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี ไม่จำเป็นจะต้องมี อุเพงคาปีติ น้ำหูน้ำตาไหลขนาดนั้นก็ค่อยๆสำนึกไปจะค่อยๆลดลง อุพเพงคาปีติ จะแรง ต้องค่อยๆลดลงไปหาความเบาไปตามลำดับ แม้ไม่ทำอะไร ใช้เวลามันก็จะเบาบางลง แต่ถ้ามีปฏิภาณปัญญาความรู้ รู้ว่าเราจะไปมีอาการเหล่านี้อยู่ทำไมมันเสียแรงเสียเวลาเรา เป็นกิริยาที่น่าอาย หิริโอตัปปะ น่าละอายอย่างหนึ่ง ร้องไห้ต่อหน้าต่อตาแม้จะเป็นเรื่องซาบซึ้งมันก็ดูอ่อนแอ เป็นเรื่องไม่ดี ไม่แข็งแรง ก็ยิ้มรับในหน้าก็พอแล้ว ถึงขั้นจะยิ้มทั้งน้ำตาไหลมันก็แย่กว่า ยิ้มด้วยน้ำตาไม่ไหลก็ดีกว่า มันก็จะค่อยๆเป็น ก็จะลงมาจาก อุพเพงคาปีติ มาหาผรณาปีติ ค่อยๆเป็นไปอย่าใจร้อนปฏิบัติเถอะมันจะเป็นไปได้ อยู่ที่ตัวเองบางคนก็อาจจะช้านานหน่อย บางคนตั้งใจได้ดีไม่ช้ามันก็จะเร็วกว่า พูดเหมือนกำปั้นทุบดินแต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ 640711_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาออกจากป่า พาบรรลุจรณะ 15 วิชชา 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน