640504 ความเป็นมาของสิกขมาตุ_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.92 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ความเป็นมาของสิกขมาตุ

๑. 561013_รายการเทศน์หน้าศพสิกขมาตุผุสดี https://www.youtube.com/watch?v=z9KTHU_7wHM สิกขมาตุผุสดีถือว่าเป็นนักบวชหญิงรูปแรกของชาวอโศก อาตมาไปอยู่ที่วัดอโศการามบวชแล้ว สิกขมาตุผุสดี ไปอยู่ที่วัดตอนหลัง แล้วก็อยากถือศีล ๑๐ ไปขอกับท่านเจ้าคุณ แต่ท่านเจ้าคุณไม่ให้ ก็เลยมาขอกับอาตมา อาตมาก็เลยให้ศีล ๑๐ เป็นคนแรก ในชุดขาวเป็นชีขาว แล้วทำจริง คือไม่สะสมเงินทองข้าวของ ปฏิบัติมาตั้งแต่รับศีลมาจนสิ้นชีวิต ซื่อตรง เป็นคนอยู่ในศีลในธรรมอย่างบริสุทธิ์สะอาด เห็นนามสกุลสะอาดวงศ์ญาติๆก็ดีใจเถอะ ที่จริงสิกขมาตุบวชอยู่ที่วัดอโศการามก่อน แต่สิกขมาตุนัยนามาทีหลัง ซึ่งชื่อนั้นมีความหมายในนั้นหมด เป็นเรื่องที่อย่าไปคิด มันต้องเป็นเช่นนั้น เช่นพระพุทธเจ้าอุบัติ แผ่นดินต้องไหว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นอจินไตยเกินคาดคิด ในศาสนาเทวนิยมคือสิ่งที่เขารู้ไม่ชัดว่า มีเหตุปัจจัยครบก็จะเป็นได้ วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ นามธรรมก็พิสูจน์ได้ พุทธรู้ได้ แต่ศานาเทวนิยมรู้ไม่ได้ เป็น ปรากฎการณ์วิทยา ที่ยืนยันสัมผัสพิสูจน์ได้ ใครมีนามธรรมถึงก็จะสัมผัสได้ สิกขมาตุนัยนาบวชก่อน แต่ว่าก็ยอมยกให้สิกขมาตุผุสดีเป็นภันเต เพราะบวชเป็นชีขาวก่อน แต่ว่ามาเปลี่ยนเป็นชุดสีน้ำตาลทีหลัง ก็มีสิกขมาตุที่เป็นนักบวชหญิงของชาวอโศก ซึ่งตำรวจเขาติดไว้ที่รถตู้เขาว่า สิกขาตุหญิง สิกขมาตุชาย เขาก็เตรียมการไว้หมด ตำรวจเขาจัดการ https://docs.google.com/document/d/1Z6XDDs1Krb-TaFI_b0R83DcLGQ_8hixWZrs4pzfQ9FE/edit?usp=sharing

๒. 580227-ธรรมาธรรมะสงคราม ศาลีฯ https://www.youtube.com/watch?v=Ukyy5rKYap8 เริ่มต้นมีคนมาอยู่ปฏิบัติด้วย ต่อมาก็มีมากขึ้น มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย จนกระทั่ง ปฏิบัติไป พศ. ๒๕๑๖ อาตมาก็เลยพากัน

อ่านต่อ

ออกมาที่กำแพงแสน แดนอโศก ต.ทุ่งลูกนก มีไม่กี่คนหรอก ก็เป็นนักปฏิบัติธรรม มีฆราวาสด้วย อาตาให้เป็น ปะ คือผู้ปฏิบัติ เป็นนาค จนขึ้นมาเป็นนักบวช แล้วมีญาติโยมก็มา จนมีคนมาเข้าใจแบบที่อาตมาพาทำ มีนักบวชเพิ่ม มีฆราวาเพิ่ม จนถึงปี ๒๕๑๘ อาตาก็ประกาศนานาสังวาส แยกจากมหาเถรสมาคม ตั้งแต่พศ.๒๕๑๘ ทางคณะกระแสหลักก็รับรู้ชัดแจ้ง จากนั้นอาตมาก็จำเป็นต้องมีสถานที่มีอารามก็เลยมาตั้งที่สันติอโศก ศาลีอโศก และศีรษะอโศก ในปี ๒๕๑๘-๒๕๑๙ ก็กลายเป็นสังคมชุมชน มีทั้งนักบวชและฆราวาส ก็กลายเป็นพุทธบริษัท มีนักบวชชาย นักบวชหญิง ในเมืองไทยเราไม่มีภิกษุณี อาตมาเลยประยุกต์ให้เป็นสิกขมาตุ ถือศีล ๑๐ ไม่ใช้เงินใช้ทองจริงๆ มีสิกขมาตุมาตั้ง ๔๐ กว่าปี มาถึงป่านนี้ ตอนแรกเราเรียกแม่เณรก่อน สิกขมาตุเราศีล ๑๐ ได้จริง แม้อสังหาริมทรัพย์ก็ให้เซ็นออกด้วย สิกขมาตุเรามีชีวิต ปรปฏิพัทา เม ชีวิกา คือฝากชีวิตไว้กับฆราวาส เราปฏิบัติดีกับประชาชนไป ซึ่งทุกวันนี้กระแสหลักเขาเรียกร้องว่าพระไม่มีเงินไม่มีทองอยู่ไม่ได้ แต่ของเราก็ปฏิบัติยืนยัน อกาลิโกตามพระพุทธเจ้า ขอให้มีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบโลกไม่ว่างจากอรหันต์ และโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ ก็มีตามลำดับ แต่ทุกวันนี้คนทั่วไปเขาว่า มีแต่อรหันต์อย่างเดียว ไม่มีลำดับขั้นตอน https://docs.google.com/document/d/1fccf2zXPo7GlU6cxlmtdQ_pnyWBa53KFWXhNIpZSRzM/edit?usp=sharing

๓. สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ชุดนักบวชหญิงชาวอโศกเป็นมาอย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=OY4lYxJeHEU _ หลวงปู่เคยบวชให้นักบวชจริง แล้วโดนตำหนิว่าให้ผู้หญิงเดินตามหลังแล้วใส่จีวรสีเหมือนพระมันไม่สมควรแล้วหลวงปู่จัดการอย่างไรคะ พ่อครูว่า...ไม่ได้ห่มจีวร ห่มเหมือนแม่ชีมีเสื้อแขนกระบอก แต่ย้อมสีกรัก ไม่อยากใช้สีขาวเหมือนแม่ชี ชุดเดียวกับแม่ชีเลย มีเสื้อแขนกระบอกมีเสื้อคอกลม มีผ้าสไบ เมื่อเขาท้วงก็เปลี่ยนเลย เอาสีเทามาคลุม ชุดเหมือนกันเท่านั้นเอง ตอนหลัง ออกแบบเป็นเสื้อคลุมหมดเลย เหมือนพระจีน ผ้าสีน้ำตาลห่มสไบสีเทา เขาจะว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรหลวงปู่มีความจริงใจ จนกระทั่งขึ้นศาลเขาก็บอกว่าไม่ผิดกฏอะไร เขาก็เลยปล่อยออกมาหมด เพราะหลวงปู่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทำผิดธรรมวินัย ไม่ได้ให้ทำแบบภิกษุณี สุดท้าย ไม่ผิดกฎหมายเขาก็ออกกฎหมายเอง ออกกฎหมายว่าเขามีสิทธิ์สั่งให้สึก ทั้งๆที่หลวงปู่ไม่มีความผิดจนสั่งให้สึกได้ คนจะสั่งให้สึกได้มี 11 อย่าง หลวงปู่ไม่ได้มีแบบนั้นแล้วก็ไม่ได้ปาราชิก สังฆาทิเสสก็ไม่มี จึงสั่งให้สึกไม่ได้ แต่เขาไปออกกฎหมายเองว่ามีอำนาจสั่งให้สึกได้เป็นกฎหมายนอกธรรมะพระพุทธเจ้า บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ นี่พูดตรงๆ เขาก็ทำกันหน้าเฉย เขาก็ใช้อำนาจที่เรียกว่ากฎหมาย สั่งให้สึกได้ ที่นี้เขาสั่งให้สึกตามกฎหมายนั้นแล้ว หลวงปู่ไม่สึก เขาบอกว่าให้สึกภายใน 7 วัน ผิดกฎหมายข้อนี้ มาตราเท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว หลวงปู่ก็ไม่ได้สึก แต่เขาจะเอาอำนาจนั้นมาสึกก็ต้องผิดกฎหมายเขา ขึ้นศาลก็ผิดกฎหมายตามมาตรานั้น ศาลพิพากษาให้ผิดตามนั้นหลวงปู่ก็จำนน สู้ไปแค่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ส่วนศาลฎีกานั้นไม่สู้แล้ว ยอมแพ้ ตามกฎหมายเขาว่าไว้แต่ไม่ได้ผิดพระธรรมวินัยเลย ทีนี้ ผู้หญิงก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน