640509 ถอดรหัส _ นายทุน-ศักดินา-นักวิชา-ข้าราชการ-พาลชน_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
🔑 ถอดรหัส : นายทุน-ศักดินา-นักวิชา-ข้าราชการ-พาลชน 🔐 ..เรียบเรียงจากคำเทศนาของ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ . 🙏 พ่อครูว่า...ก่อนอื่น ต้องขออภัยก่อนเรื่องที่จะพูดวันนี้ก็คงจะไป กระทบไปทุบไปตีเอาใครต่อใครเขาดะไปเลย ก็คงต้องขออภัยกันก่อนว่านี่ขอพูดด้วย หลักวิชาการไม่ใช่เจตนาจะไปทำร้ายทำลายอะไรมีเจตนาปรารถนาดีบอกให้รู้ถึงเรื่องของคุณธรรมเรื่องของจิตวิญญาณอันประเสริฐที่เราควรจะสำนึก . 💎💰 ๑. นายทุน คือ พวกที่หลงวัตถุหนัก เงินทองเพชรนิลจินดา ที่เป็นราคาสมมุติโลกตั้ง ที่ดอนที่ดินป่าเขาลำเนาไพรต่างๆนานาเขาจะเอาหมด เป็นรูปธรรม เป็นวัตถุเต็มๆเลย เพราะฉะนั้นเจ้าเปรียบอะไรใครเอาหมด แล้วพยายามจะเอาหน้ามืดตามัวโลภโมโทสันไม่รู้จักจบได้เท่าไหร่ไม่รู้จักพอ แต่เสร็จแล้วก็จะตายจากไปเพราะแค่นี้เขาก็ไม่รู้แล้ว ตายจากไปคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรอกแต่วิบากบาปของคุณคุณจะต้องไปใช้หนี้เขาคุณไปโกงเขาคนไปเบียดเบียนไปข่มขี่เอาเปรียบเขา ดีไม่ดีถึงฆ่าแกงทำร้ายไอ้นั่นมันหนักวิบากกรรมมันหนักเขาไม่รู้ ไม่ได้ศึกษา เขาไม่รู้ด้วยว่าการเกิดการตายจะมีอีกมีการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือนิยายของทุนนิยม . 👑 ๒. ศักดินา สิ่งที่หลงไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นอารมณ์เป็นความรู้สึก เป็นทางนามธรรม กอบโกยนามธรรมกอบโกยความสุข จะสุขเพราะได้ประพฤติตน มีกรรมกิริยาทางกาย ทางวาจา ไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ยิ่งไปเกี่ยวข้องถึงขนาดซาดิส ไปซัดคนอื่นรุนแรงเท่าไหร่ยิ่งชอบใจ คนอื่นฉิบหายคนอื่นตายโหง คนอื่นเจ็บปวดทรมาน คนอื่นแพ้ พวกซาดิสจะชอบ พวกนี้จิตใจซาดิส อาการหนักกว่านั้นมาโซคิส ที่ตัวเองเจ็บเองแล้วยิ่งชอบ พวกนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย พวกนี้จะจมในเรื่องของความหลงอัตตา ธรรมดาธรรมชาติมันเจ็บมันก็ไม่ชอบ แต่นี่ตัวเองเจ็บแล้วชอบ มันไม่รู้กี่ชั้น สลับ
อ่านต่อ
ที่ไปติดยึดหลงผิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดเลยพวกมาโซคิส ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติกว่าจะสำนึก . 🎓 ๓. นักวิชา(การ) ระหว่างนายทุนกับศักดินา ก็มีการศึกษา เป็นนักวิชาการ ทุกวันนี้จะมีเยอะ เรียนไปตามมหาวิทยาลัยตักศิลาต่างๆ เยอะแยะ ส่วนมากก็เรียนมาจากเมืองนอก แม้แต่พุทธศาสนาก็เรียนมาจากเมืองเทวนิยมเขา เป็นอาจารย์ทางเทวนิยม อาจารย์ฝรั่ง ที่ไม่เคยเป็นพุทธจริงจัง อยู่เมืองนอกไม่เคยมาในเมืองไทย บางคนอาจจะเคยไปอินเดีย ไม่รู้จักโลกุตรธรรมหรอก แล้วโลกุตตรธรรมในอินเดียก็ไม่มีแล้ว มีแต่ในเมืองไทยเท่านั้นที่มีคนจริงสอนจริงมีเรื่องจริง เขาก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว อาตมาทำงานมา 50 ปีนี้ พยายามประกาศโลกุตระไปในสังคมโลก ก็ไปยาก เพราะมันรู้ยากเป็นอจินไตยจริงๆ ยาก นักวิชาการเป็นตัวกลางๆ เป็นตัวที่ 3 ระหว่างนายทุน ศักดินา ข้าราชการ กับพาลชน . 👔 ๔. ข้าราชการ ต้องขออภัยล่วงหน้า ข้าราชการทั้งหลายต้องถูกทุบหัวกันแน่นอน ยิ่งพาลชนต้องถูกทุบหัว ดีไม่ดีถูกทุบหัว ถูกตึ๊บด้วย ขออภัยนี่เป็นวิชาการ ไม่ได้ไประบุบุคคล แต่มันมีจริงอยู่ในบุคคลไหนก็รู้ตัวเอง ตัวเองไม่ได้ทำไม่ได้ประพฤติไม่ได้เป็นก็อย่าร้อนตัว แต่ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติจริงตามที่อาตมาว่าอยู่ ก็ควรจะรู้ตัวเองว่า เฮ้ย เราเลวขนาดนี้เชียวหรือ จริงหรือ โพธิรักษ์เป็นใครมาพูดอย่างนี้ พระเจ้าหรือไงเป็นพระพรหมหรือไง ก็พระโพธิรักษ์นี่แหละขออภัย เขาไม่ให้ใช้คำเรียกว่าพระ ก็เรียกว่าสมณะโพธิรักษ์นี่แหละถูกต้องตามกฎหมาย . คำว่า ข้าราชการ คือ ผู้รับใช้ศักดินา หรือ ผู้รับใช้นายทุน ทีนี้ระหว่างศักดินากับนายทุนนี่แหละ ชิงดีชิงเด่นกันอยู่ในโลก ในโลกทางนามธรรมหรือทางวิญญาณ ศักดินาสูงกว่านายทุน เพราะนายทุนเป็นวัตถุ ศักดินาเป็นนามธรรม เป็นวิญญาณ วิญญาณก็เป็นประธานสิ่งทั้งปวง วิญญาณจึงละเอียดลึกซึ้ง ไม่รู้ตัวตนไม่รู้พฤติกรรม ไม่รู้กระบวนการทั้งหมด ที่ผู้ที่เป็นยอดของผู้รู้ ยอดของผู้มีอำนาจเรียกว่า พระเจ้า หรือคน คนก็คือ เป็นผู้ที่ยอดอำนาจที่สุด แต่ไม่ใช้อำนาจเลยคือพระพุทธเจ้า มันกลับกันเป็นสิริมหามายา มีอำนาจที่สุดแต่ไม่ใช้อำนาจที่สุด ไม่ใช้อำนาจเลย มีแต่รับใช้ผู้อื่น เป็นตัวผู้รับใช้ผู้อื่นไม่ใช่ผู้บงการผู้อื่น ไม่ใช่ผู้ที่ชี้ใช้ผู้อื่น แต่เป็นผู้ที่รับใช้ผู้อื่น นี่สัจธรรมฟังดีๆ สัจธรรมมันเป็นความจริงอย่างนี้ . 🔫 ๕. พาลชน คำว่า พาล แปลว่าผู้ยังไม่เจริญ ผู้ยังไม่โต ผู้ยังไม่เดียงสา ผู้ยังโง่เง่า พาลชน ผู้ที่ยังเกเรเกตุงเกะกะ ยังสร้างบาปสร้างเวร สร้างความเลวร้าย ความไม่ดีงาม ความไม่ถูกต้อง ยังไม่เป็นอะไร ยังไม่เดียงสา ยังเยาว์ ยังเล็กยังน้อยอยู่ก็เรียกว่า พาลชน ชนก็คือคนนั่นแหละ คนเหล่านี้ก็ตรงกันข้าม ไม่ฉลาด ยังไม่โต ยังไม่มีอำนาจเหมือนนายทุนเหมือนศักดินา ยังไม่เจริญเหมือนศักดินาเหมือนนายทุน ก็ทำไปเละเทะ ก็กลายเป็นเหยื่อของนายทุนและศักดินาหรือเป็นนักวิชาการมาเรียนรู้ใส่ความรู้เป็นนักวิชา ได้มีความรู้ในวัตถุเก่งทางนายทุน รู้ทางนามธรรมเก่งทางศักดินา . 📎 ความสัมพันธ์ของศักดินากับนายทุน ศักดินาเป็นนามธรรมเต็มๆ ความสุขสนใจในอุดมการณ์ดูหรูหราฟู่ฟ่า แล้วก็ได้เป็นชาวศักดินา ได้ตั้งแต่ชั้นต่ำไปจนถึงชั้นสูงสุด ศักดินา แล้วเขาก็จะเกื้อกูลกันระหว่างนายทุนกับศักดินา คนหนึ่งวัตถุคนหนึ่งนามธรรมมีอำนาจทางนามธรรมก็จะเกื้อกูลกัน . ทางวัตถุก็จะต้องรับใช้ทางนามธรรม เพราะนามธรรมนักวิชาการเป็นผู้รู้ทางศาสดา มีวิธีการสูงสุดคือศาสดา พวกศาสดาเทวนิยมก็จะรู้ชั้นตอนของนามธรรมที่ละเอียดสูงขึ้นไปได้ แต่เป็นโลกียนะ วนกับความยิ่งใหญ่ ข้านี่แหละใหญ่ๆ เรียกภาษาทางอินเดียก็เป็นพวกพระพรหม ก็คือพระเจ้าเป็นพรหมใหญ่ ซึ่งเขาก็ไม่รู้จักตัวพระเจ้าหรอก ทางอินเดียเขาก็ไม่เคยสัมผัสตัวพระพรหมจริงๆ . 🏆 ข้าราชการก็คือ ผู้รับใช้ศักดินาอีกทีหนึ่ง ศักดินาคือ ทางจิตวิญญาณจะใหญ่กว่านายทุนอยู่เป็นธรรมดาต้องยกให้ เพราะว่ามีทั้งรูปธรรมและนามธรรมของทางศักดินา เรียกว่าเป็นเจ้า เป็นกษัตริย์ ประเทศที่เป็นเทวนิยมก็มีกษัตริย์ ประเทศที่เป็นอเทวนิยมหรือเป็นพุทธก็มีกษัตริย์ . คำว่า กษัตริย์ ก็คือเจ้าของแผ่นดิน กษัตริย์หรือเกษตร หรือเขตภาษาบาลีก็เป็นขัตติยะ หรือเขต ก็คืออาณาบริเวณแผ่นดินและเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ อะไรอยู่ในแผ่นดินนี้ผู้เป็นเจ้าคือกษัตริย์เป็นเจ้าของหมด เป็นเจ้าของดิน พืช สัตว์ วัตถุ คน เป็นเจ้าของคนในแผ่นดินนี้ด้วยเป็นเจ้าของสิทธิเต็มที่ เป็นลักษณะนายทุน นายทาส . ⚓เ ทวนิยมคือพระเจ้ากับทาส ลึกๆแล้วพระเจ้ากับคน เท่ากับนายกับทาสพระเจ้าเป็นเจ้าของ พระเจ้าสั่งการ พระเจ้าบันดาลทุกอย่าง จะให้นายทาสเป็นอย่างไร อย่านะพระเจ้าจะสาปให้ บงการลงนรกขึ้นสวรรค์ สุขหรือทุกข์ได้หมด มันเป็นความเชื่อของทางเทวนิยม . 💚 พุทธมีอนัตตามิใช่ศักดินา ส่วนทางพุทธนั้นเป็นผู้เป็นเจ้าของจิตวิญญาณเอง ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายผู้อื่น มีแต่ช่วยให้ดี จนกระทั่งตัวเองหมดตัวเอง ไม่ต้องมาช่วยตัวเองเลย ตัวเองเป็นอนัตตาไม่มีตัวตน ไม่ช่วยตัวเองแล้วจะอยู่ได้อย่างไร ก็อยู่ได้ตรงนี้แหละสำคัญ อยู่ได้เพราะผู้อื่นจะช่วยไว้ ผู้อื่นเลี้ยงไว้ ผู้อื่นจะรักษาไว้อย่างเทิดทูน อย่างทะนุถนอม เพื่อที่จะให้มีชีวิตทำงานให้แก่มวลมนุษยชาติอย่างเต็มที่ ไม่ให้ตายง่ายๆ ผู้รู้จะรู้สึกว่าอันนี้เป็นสุดยอดสิ่งที่ต้องทะนุถนอมเชิดชูบูชาเทิดทูนไว้ เขาจะรู้จะเห็นความจริงเอง เป็นสัจจะของจิตวิญญาณไม่มีใครไปบังคับใคร . ผู้รู้เองจะเป็นจริงอย่างนี้ได้ จะรู้ว่า สิ่งนี้ต้องเทิดทูนยกย่อง ต้องรักษาให้ท่านออกฤทธิ์แรงออกกำลัง ที่จริงท่านไม่เป็นอำนาจหรอก ท่านออกพลังงาน อย่างมากก็จะมีการบอกสอนหรือประพฤติเอง แสดงประพฤติเองเป็นตัวอย่างแล้วก็บอกสอน เป็นยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเป็นอย่างที่พูด . 👫 ข้าราชการกับข้าราษฎรการ ทีนี่มาเอาข้าราชการ ข้าราชการคือผู้รับใช้พระราชา หรือ รับใช้ศักดินาหรือรับใช้นายทุน ผู้รับใช้นายทุน ไม่ได้เรียกว่า ข้าราชการ แต่คือข้าราษฎรการ เป็นข้าราษฎร ไม่ได้เรียกว่าราชะ ไม่ได้เรียกว่าพระเจ้าแผ่นดิน หรือไม่ได้เรียกว่าผู้อยู่ในสายของกษัตริย์แต่เรียกว่ามารับใช้นายทุน . จริงๆแล้วนายทุน มีที่ดินมากกว่ากษัตริย์ด้วย กษัตริย์หรือเขตหรือแผ่นดิน แต่พวกนายทุนนี้ที่รวยเงินทองทรัพย์สินวัตถุเยอะแยะ มีที่ดินมากกว่าพระเจ้าแผ่นดินอีก เห็นไหมความซับซ้อนมีเยอะแยะ ฉะนั้นเขามีอำนาจในวัตถุเยอะ นายทุนจะว่าจริงแล้ว ทุกวันนี้ ทางรูปธรรมเขายิ่งใหญ่ที่สุด ทางนามธรรมต้องยอมจำนนศักดินา . นักวิชาการก็เข้าใจอันนี้ เรียนมาเหมือนกัน ทางวิญญาณกับทางวัตถุ แต่ไม่เข้าใจทะลุทะลวงเหมือนอย่างผู้มีตาปัญญา อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านสอน . 💲 นายทุนที่ต้องการศักดินา ข้าราชการ หมายถึงการรับใช้กษัตริย์ แต่ข้าราษฎรการ หมายถึงการรับใช้นายทุนโดยตรง ข้า คือ ผู้รับใช้ การคือการทำงาน ข้าราษฎรการ ก็รับใช้นายทุน 100% ผู้ที่ไม่ได้เป็น ราชะ เป็นกษัตริย์ เป็นนายทุน อย่างโทนี่ ไม่ได้เป็นกษัตริย์ ก็พยายามทำตัวเองให้ใหญ่กว่ากษัตริย์ ลึกๆเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะตั้งตนเป็นต้นตระกูลกษัตริย์เองหรือไม่ ถ้าเขาได้เป็น แต่เขาก็จะเป็น จะเป็นอะไรเราไม่รู้ลึกๆเขาจะตั้งระบบกษัตริย์หรือเขาจะสร้างระบบประธานาธิบดี ก็ไม่รู้เขา ลึกๆเราไม่รู้ นี่ฟังดีๆ เห็นได้ว่าทุกอย่างซับซ้อน มันแฝงอยู่อย่างนี้ . 💠 พลวัตรของ พาลชน-ข้าราชการ-นักวิชาการ-ศักดินา-นายทุน สรุปแล้ว มาถึงอันสุดท้าย พาลชน เป็นผู้โง่ จึงเป็นเบี้ยให้พาลชนที่เป็นลิ่วล้อเป็นบริวารรวมพลอยู่ใต้อำนาจของนายทุน อยู่ใต้อำนาจของศักดินา โดยนักวิชาการเป็นตัวกลาง ที่จะให้ความรู้ระหว่างพาลชน ขึ้นไป เก่งขึ้นไปก็เป็น ข้าราชการหรือเป็นข้าราษฎรการ . ข้าราชการก็เป็นผู้ขึ้นตรงกับศักดินา ข้าราษฎรการก็ไปเป็นผู้ขึ้นตรงกับนายทุน นักวิชาการเป็นตัวกลาง ตัวนักวิชาการเองก็เก่ง แต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่สุดยอดหรอกนักวิชาการ ถ้าสุดยอดตัวเองต้องนายทุนเป็นยอดนายทุนหรือศักดินาเป็นยอดศักดินา . นักวิชาการก็ทำตัวเองเป็นผู้หลงตนเองซับซ้อนว่า ฉันนี่แหละเป็นผู้รู้ รู้ถึงขั้นว่าฉันเป็นครูของนักนายทุนนะ ฉันเป็นครูของศักดินานะ สมัยโบราณเขาก็เรียกว่าเป็นปุโรหิต เป็นอาจารย์ของพระเจ้าแผ่นดิน บางทีก็เรียก ราชครู ก็เป็นครูของราชะ . จากนักวิชาการนี้ตัวกลางเป็นเจ้าของความรู้เหลี่ยมมุมเยอะ ดูรูปที่ทำขึ้นมา . นายทุน(รูปวงรี) ศักดินา(รูปทรงกลม) นักวิชา(รูปหกเหลี่ยม) ข้าราชการ(รูปสี่เหลี่ยม) พาลชน(รูปหยดน้ำ) . นายทุนจะเป็นเส้นวงรี ไปทางขวางหรือทางตรงก็แล้วแต่ ก็จะไปขวางให้ได้ ศักดินา เป็นทรงกลม เป็นผู้ทรงอำนาจอยู่ ไม่ไปอาละวาดใคร มีพลังสูงสุดกลม 360 องศาหรือ 180 องศามีอำนาจสูงสุด เป็นวงกลมอย่างสนิทนิ่งเท่าไหร่ยิ่งมีพลังแรงและสงบนิ่งสูงสุดเท่านั้น ส่วนวงรีนี่ยังขวางไปขวางมาเป็นดาวหาง กลมจริงๆเลย หากคุณนิ่งแล้วเป็นพระอาทิตย์ ส่วนวงโคจรของดาวหางอ้อมไกล ถ้าเก่งเข้ามาก็จะสงวนพลังงานตัวเองไม่ต้องออกไปยาวไกลให้เสียเวลา อยู่ในตัวเองก็จะเป็นศักดินา เต็มรูป . ส่วนนักวิชา ก็พยายามสะสมเหลี่ยมให้มาก เหลี่ยมนี่เขียนไว้แค่ 6 เหลี่ยม หรือจะแปดเหลี่ยมละเอียดขึ้นก็มีเหลี่ยมมากจนกระทั่งเกือบใกล้กลม ไม่รู้จักเหลี่ยมมาเลย หน้าเหลี่ยมๆๆๆ ยิ่งสี่เหลี่ยมก็ยิ่งจะเห็นชัด . เพราะฉะนั้นสี่เหลี่ยมก็เลยตกอยู่ที่ข้าราชการ เป็นพวกที่รู้ตัวเองว่าสูงไม่ได้หรอก เป็นข้า เป็นข้าราชการหรือข้าราษฎรการ จะเป็นข้ารับใช้นายทุนหรือจะเป็นข้ารับใช้ศักดินา 2 อันนี้เท่านั้น . ส่วนพาลชนคือมวลของประชากร มวลของคนในโลกทั้งหลายแหล่ที่จะเริ่มมาหา 4 เหลี่ยมอย่างนี้แหละ เป็นคน เป็นมนุษย์ เป็นตัวมวลบริวารของความเป็นมนุษย์ เป็นคน ไม่ใช่สัตว์ถ้าสัตว์ก็ไม่ใช่เดรัจฉานที่เป็นคนแล้ว เริ่มต้นสะสมชีวิตมีกรรมวิบากให้ตัวเองมาเป็นข้าราชการ เป็นศักดินาหรือเป็นนายทุน ก็จะเป็นอย่างนี้วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ นานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติกว่าจะรู้ความจริงถึงจะรู้ว่าเราหลงความเป็น . 💣 ตัวอย่างพาลชนที่มักใหญ่ จากพาลชนก็จะสะสมความรู้เป็นนักวิชาการ สะสมความรู้เป็นนักวิชาการได้ ก็จะพัฒนาตัวเองเป็นข้าราชการหรือเป็นข้าราษฎรการ เป็นคนที่รวยขึ้นๆก็จะมาเป็นศักดินาในอนาคตชาติใดชาติหนึ่ง วันนี้เราก็เห็น แต่ก่อนนายโทนี่เขาก็เคยพูดว่าเขาเลี้ยงไว้ บัลลังก์กษัตริย์นี้เขาเลี้ยงไว้ ขออภัยอันนี้อาตมาไม่มีหลักฐานแต่อาตมาว่าได้ยินข้อมูลนี้มา ไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่อาตมาได้ยินข้อมูลนี้มาจากปากใคร อาตมาก็บอกได้ แต่ว่าไม่บอกว่าเป็นใคร นายโทนี่เขาหยิ่งผยองหลงตัว สุดท้ายก็แพ้ธรรมะ . ขอแวะให้เขานิดหน่อย ถ้าเขารู้สึกตัวและสำนึก สังวรระวัง ขอรับผิดว่าเราได้ทำชั่วทำผิดไปแล้ว แล้วก็อาศัยมาอยู่เถอะ 70 ปีกว่าแล้ว จะอยู่อีกถึง 100 ปีอีก 30 ปี สมบัติที่เคยทุจริตไปโกงไปก็เหลือกินเหลือใช้ กินแค่ดอกก็เหลือแล้ว เขาฝากออกดอกไว้ ออกไปลงทุนเพิ่มดอกผลอีกเขาเก่งอาชญวิทยา คือ ความเลวร้ายทั้งอาชญากร เขาก็เก่งจริงๆ เห็นได้ชัดเจน ขออภัยอาตมาพูดความจริง คุณทักษิณอย่าโกรธอาตมาเลย ขอบคุณอย่างยิ่งที่คุณเป็นตัวอย่างอันเลวให้อาตมาได้ยกตัวอย่างและอธิบายสัจธรรมให้มนุษยชาติฟัง ขอบคุณด้วยความจริงใจ ที่เป็นตัวอย่างอันไม่ดีเหมือนพระเทวทัต เป็นอย่างนั้น . 💠 แล้วควรจะอยู่ฝ่ายไหน? พ่อครูว่า…พวกเราอยู่ฝ่ายปัญญา อยู่ฝ่ายกลางๆ อยู่ฝ่ายรู้ความจริงว่าใครยึดถืออะไรเขาก็เป็นอย่างนั้น เขายึดถือทุนก็เป็นนายทุน ยึดศักดินาก็เป็นผู้ใหญ่ในศักดินา ยึดอย่างนักวิชาการเขาก็เป็นใหญ่ในนักวิชาการ เดี๋ยวนี้นักวิชาการพยายามชี้นำ พยายามแสดงตัวเองว่าเป็นผู้รู้นักวิชาการ พยายามจริงๆเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน . อาตมาพูดสัจธรรมแท้ๆจะได้รู้ความจริงของสัจธรรม จะได้เจริญพัฒนาขึ้นบ้าง จะได้มีสัมมาทิฏฐิในการที่ฟัง ปรโตโฆษะไปแล้ว จะได้ไปรู้จักจิตใจตัวเอง มนสิ รู้จักการทำจิตใจตัวเองได้เรียกว่ามนสิการ พัฒนาจิตใจตัวเองได้ เป็นผู้ที่มีมนสิการได้ . ยิ่งเข้าใจลึกขึ้นก็เป็นโยนิโส ถ่องแท้ ละเอียดลออ แยบคาย ถูกต้องไปตามลำดับสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆก็จะทำให้ตัวเองมีจิตเจริญ มนสิการจิตตัวเองเจริญขึ้น เป็นผู้เจริญเป็นอาริยบุคคลตามลำดับๆ ขึ้นไปได้อย่างแท้จริง
🙏 เรียบเรียงจากคำเทศนาของ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เทศนาในรายการวิถีอาริยธรรม 9 พฤษภาคม 2564