651127 ผู้ชนะ 360 องศา ปรุงแต่งจิตให้เป็นพืช.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2565
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.39 KB
วันที่แก้ไข30 พฤศจิกายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

🔥 ผู้ชนะ 360 องศา ปรุงแต่งจิตให้เป็นพืช 🌿

พ่อครูว่า... ธรรมชาตินี่มันสุดยอดเลยนะ มีอะไรต่ออะไรที่เกินจะคิด อย่างเซลล์ระดับพืช ระดับจิตนิยามนี่สุดยอด แล้วพระพุทธเจ้าทรงค้นพบได้อย่างไร? ฝรั่งยังค้นไม่พบนะ แยกไม่ได้ แยกเป็นพีชะ แยกเป็นจิต แยกไปเป็นอุตุนี่ ยังแยกไม่ได้

ส.แสนดิน...เขาแยกเซลล์พืชกับเซลล์สัตว์ออกจากกันได้นะครับ

พ่อครูว่า... ได้แค่นั้น แยกทางรูปธรรม แต่ของพระพุทธเจ้านี้แยกทางนามธรรม มีกรรมมีวิบาก มีเวทนาไม่มีเวทนา ซึ่งทั่วไปเขาไม่รู้เรื่องหรอกที่เราพูดกันนี้ แยกถึงขนาดเป็นเวทนา เป็นกรรมเป็นวิบาก

แล้วเราก็สามารถกำหนดพลังงานของเรา ให้เป็นพลังงานพีชะ ถ้าเป็นพีชะเราก็ต้องรู้สึกถึงว่าเราต้องวัดด้วย เวทนา หากไม่มีเวทนามันเป็นพีชะ

ไม่มีเวทนา นี่ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีความรู้สึก ซึ่งมันซ้อนอยู่ จิตมันมีอยู่ตลอดเวลาในคนเรา แต่จิตเรานี่ สามารถที่จะ กำหนดสังขาร ไม่ให้มันปรุงแต่งจนถึงขั้นเป็นจิต แต่ให้มันปรุงแต่งเป็นขั้นพีชะ โดยกำหนดเวทนา เป็น 2 อย่าง

เวทนา 1 เป็นเวทนาแท้ อีกเวทนา 1 เป็นเวทนาเทียม ซึ่งเป็นเวทนาที่มันมีพลังพิเศษที่เป็นพลังงานกิเลสเข้าไปปรุงแต่ง แล้วเราก็รู้ว่า เฮ้ย! นี่มันมีตัวหลอก อันนี้แหละถ้าเราอ่าน อาการ ลิงค นิมิต ตามสภาวะของพลังงานจิตอันนี้ได้ แยกเจตสิกตัวนี้ได้

นี่คือจุดสำคัญที่ปฏิบัติธรรม รู้ว่า อ้อ อาการนี้เป็นอาการกิเลสนะ เราอย่าให้มันเกิด มันก็เท่านั้นเอง คนเราใช้ความรู้ มีปฏิภาณปัญญา อ่าน จับ อาการ แล้วเรารู้ว่ามันเลว ก็พยายามอย่าให้มันเกิดในจิต

สังวรระวัง มีโพชฌงค์ มีสติ ธัมมวิจัย มีวิริยะ พยายามรู้ให้ได้ แยกสังกัปปะ 7 ตักกะ วิตักกะ แยกให้ได้ แยกได้แล้วก็อย่าให้มันเกิด เอ็ง!อย่าเกิดๆ โดยไม่ใช้อำนาจกดข่ม แต่ทำด้วยความ

อ่านต่อ

รู้ด้วยปัญญา เฮ้ย! เอ็งอย่าเสนอหน้า มันจะค่อยๆได้

ตัวที่เข้าใจ ตัวรู้แท้ ตัวฉลาด ตัวรู้ว่ามันมีอาการลดลงไปอย่างนี้ น้อยลงๆ หรือดับไป ไม่มี มันจะรู้โดยปฏิภาณปัญญาธาตุรู้ของเรา ที่เป็นตัวธาตุปัญญา อ้อ มันไม่มีแล้ว

มันไม่มีอะไรแล้วเราก็จะซ้อนรู้ลงไปอีกว่า ถ้าเราไม่มีนี่ เราเจริญอย่างไร จิตมันสะอาดจากกิเลส เป็นอย่างนี้ จิตที่ปราศจากกิเลส มันไม่มีกิริยาของอาการจิตที่ เป็นอกุศล ที่เป็นเวทนาที่มันไม่ควรเป็น เป็นเวทนาที่ควรเป็นเป็นเวทนาของแท้ รู้ความจริงตามความเป็นจริง เท่านั้นเป็นหนึ่ง มันไม่มีเหตุปัจจัยที่แวะเข้าไปหา กิเลสเศษเล็กเศษน้อยไปจนกระทั่ง กิเลสหยาบกิเลสหนา

มันจะมีตัวแยก ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์แยกได้ เก่งขึ้นก็เป็น อภิภู เป็น อนุปคัมมะ ที่แยกได้ละเอียดขึ้นๆ ก็สะอาดขึ้นๆๆๆ อย่างไม่มีลิมิตเลย ไม่สามารถที่จะพูดได้ด้วยภาษาแล้ว ว่าเป็นผู้ที่ทำ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา

จิตของใครจะปภัสสราได้เท่าไหร่ ก็อยู่ที่ตัวทำโพชฌงค์ อินทรีย์ของความสะอาดก็มากขึ้น พลังของความสะอาดก็มากขึ้นๆ จนสั่งสมตกผลึกเป็นสมาธิ เป็นจิตที่สะอาดตกผลึกตั้งมั่นๆๆ เป็นสมาธิ ปัญญาก็เห็นว่ามันสะอาด เห็นจิตสมาธิ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาแล้วมืดไม่รู้เรื่อง แต่มีเหตุมีปัจจัยมากมาย แวดล้อมกระทบสัมผัส ทุกทิศเลย รู้ทัน มาข้างหน้ามาข้างหลังมาข้างๆ มาทางท้ายทอย ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะ 360 องศา

............................................................... ....พ่อครู สนทนายามเช้ากับปัจฉาฯ 27 พ.ย. 2565

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน