สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ธรรมะ 2 ของเจโตและปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ธรรมะ 2 ของเจโตและปัญญา _อ.๑ เคยถามพ่อท่านว่าเจโตวิมุติกับปัญญาวิมุติ พ่อท่านบอกว่า เจโตวิมุติจะตกร่วงได้มากกว่า แล้วต้องทำปัญญาวิมุติขนาดไหน พ่อครูว่า..เป็นวิมุติ คือผ่าน ศีล สมาธิ ปัญญาและเป็นวิมุตเข้าขั้นที่ 4 อย่างน้อยทำถึงนิยตะ เช่น ในพระโสดาบันจะมีภูมิธรรมระดับ โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยต สัมโพธิปรายนะ ความรู้ที่เข้ากรอบความเจริญของทิศทางโลกุตระ แล้วไม่มีอวินิปาตธรรม ไม่เปลี่ยนแปลง จะมีความชัดเจนเห็นจริง มันจะมั่นคง แต่มันกำลังพัฒนาความมั่นคง เพราะฉะนั้น มาหาอวินิปาตธรรมคือจะไม่ตกต่ำ หากตกต่ำก็ไม่เข้ากระแสที่จิต หากตกต่ำก็ไม่ใช่พระโสดาบัน ข้อที่ 2 นี้มันมีเงื่อนไขว่าจะตกต่ำไหม ถ้าหากตกต่ำคุณถอยหลังไปมันก็ไม่ใช่ นอกจากจะไม่ตกต่ำแล้ว นิยตะ คือเที่ยงแท้ มั่นคงขึ้น สัมโพธิปรายนะคือไปสู่ที่สูงที่สุดได้ นี่คือความหมายของสภาวะที่แต่ละคนจะได้ ตามที่จะใช้พยัญชนะภาษาบอก และสภาวะของเราเป็นอย่างนี้ไหม ถ้าเข้ากระแสแล้วเราก็เห็นจริงเลยว่า เราจะไม่แปรเปลี่ยนแล้วมันชัดเจน เพราะมันมี อัญญา มันมี ความรู้อันอื่นอันใหม่จากโลกีย์แล้วเราก็ชัดเจนว่ามาอยู่โลกใหม่นี้ดีกว่า ถ้าคนโลกียะจะไม่เกิดความรู้อย่างนี้เขาจะอยู่โลกเรานี้ดี
_อยากรู้ว่าปัญญาวิมุตินี้ มีตัวรู้มีสัมมาทิฏฐิ ต้องมีทั้งปัญญาและเจโตด้วยกันใช่ไหม อ.1 เคยบอกว่าเจโตวิมุตินี้ทำไปโดยไม่มีตัวรู้ พ่อครูว่า...มันมีตัวรู้สัมมาทิฏฐิแล้ว คำว่าเฉลียวฉลาดนี้รอบรู้ความเป็นโลกความเป็นธรรม ความเป็นภายนอกความเป็นภายใน และจริงๆ มันถึงขั้นมีความรู้โลกียะหรือโลกุตระ คนที่เกิดความเฉลียวฉลาดจริงๆว่าโลกุตระคือดีกว่าก็จะไม่ถอย เพราะเข้ากระแสแล้วจะไปถอยทำไม (แสดงว่าต้องได้ทั้งเจโตและปัญญา)ใช่ คำว่าศรัทธาหรือเ
อ่านต่อ
จโตก็ไม่ได้หมายเอาปัญญา เจโตคือยังไม่มีความฉลาด ต้องมา เรียนรู้ถึงปัญญา เจโตคือธาตุรู้ยังไม่พัฒนาสู่ปัญญาโลกุตระ ปัญญานี้เป็นคำของศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาอื่นไม่มีปัญญามีแต่เฉโก ศาสนาอื่นมีแต่ดีชั่ว วน ออกมาไม่ได้ ศาสนาพุทธเหนือดีเหนือชั่ว ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก ลดสวรรค์ลดนรก จนหมด นั้นคือผู้มีปัญญาเต็ม ศาสนาพุทธหมดสวรรค์หมดนรก เทวนิยม แม้ที่สุด พระเจ้าคือเจ้าของสวรรค์ คนตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้านิรันดร _สายปัญญาจะฟุ้ง วิมุติสายปัญญาจะไม่แน่นเท่าเจโต พ่อครูว่า ..ใช่ เพราะ มันรู้มากก็เลยจะวนเวียนสับสนปนเปกันเยอะมาก ใครจัดระบบตัวเองก็พอได้ ใครที่จัดไม่ได้ก็จะเหมือนคนบ้าเลยเพราะมันรู้มาก _ทองแก้ว...วันก่อนได้สนทนากับสู่แดนธรรม...เวลาดิฉันตัดงาน แล้วก็ตัดรอบไปออกกำลังกายก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับงานตรงนั้นเลย เดี๋ยวเราก็มาทำต่อ อันนี้เป็นสัมประสิทธิ์หรือไม่ พ่อครูว่า...ก็ใช่ คุณไม่กลัวว่าใครจะมาตักอาหารอร่อยๆไป _บอกว่า อุเบกขินทรีย์คือสัมประสิทธิ์ใช่หรือไม่ พ่อครูว่า...อุเบกขินทรีย์ ในศาสนาพุทธเป็นสัมประสิทธิ์ที่สุดยอด พระมีฐาน อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา มีฐานที่ตั้งและมีคู่ของ Dynamic Static ที่มีตัวแปรมีอัตราการก้าวหน้า แล้วตัวเราเป็นเจ้าของพลังงานนี้ เราก็เจริญขึ้น มีเงื่อนไขของสัมประสิทธิ์ที่เราจะต้องทำให้เจริญก้าวหน้าแค่ขั้น + ยังไม่นับว่าเป็นสัมประสิทธิ์ ต้องเป็นระดับคูณขึ้นไปเท่านั้น ถ้าไปเอาแค่ + มันจะถอยหลังได้ แต่ถ้าขั้นคูณขึ้นไปมันถอยหลังยาก มันก็มีสิทธิ์จะไปถึงขั้นยกกำลังก้าวหน้าไปต่อ แต่ถ้าเอาแค่บวก มันก็จะถอยหลังได้ 2x2=4 แต่อันนี้ก็ 3x3 4x4 ก็ยกกำลังเลย _อุเบกขาพัฒนากำลังเป็นอุเบกขินทรีย์พัฒนาไปเรื่อยๆ พ่อครูว่า..อุเบกขามีคุณสมบัติ 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อุเบกขาของพระอรหันต์จึงมีความเจริญก้าวหน้าไม่รู้จบเลย ใครทำให้กิเลสหมดเป็นตัวตัวก็ทำ ให้บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นปริสุทธา ส่วนมุทุภูเต คือตัวกลางที่จะมีฐานที่ตั้งแห่งความบริสุทธิ์และมีฐานแห่งความเจริญฉลาดเรียกว่าปัญญา มุทุเป็นธรรมะ2 เป็นทั้งเจโตและปัญญา รวมอยู่ในนี้เป็นธรรมะ 2 ก็ยิ่งดีข้นเจริญขึ้นปัญญาทะเลฉลาดหลักแหลมมากยิ่งขึ้น เจโตก็กลางวันแข็งแรงเป็นฐานที่มากขึ้น กัมมัญญา ทำกรรมการงานอะไรก็มีแต่ความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทำไปมากขึ้นเท่าไหร่ก็ปริโยทาตา
_มะระขี้นก...ดิฉันติดหลายอย่าง อยากจะล้างมัน แต่มันยังตัดไม่ได้มีเยื่อใย ติดเครื่องประดับ อยากจะขายเขาไป แต่ยังตัดใจขายไปไม่ได้ ถวายพ่อท่านแล้วเดี๋ยวก็ไปซื้อใหม่อีก เป็นมาตั้ง 40 กว่าปีก็ยังทำได้บ้างเล็กๆน้อยๆ ตายไปก็กลัวน้องๆจะไปขายถูก พ่อครูว่า...ภาษา พระพุทธเจ้าตอนจบที่ว่ามันไม่เที่ยงมันเป็นเหตุแห่งทุกข์มันไม่ใช่ตัวตน ไปติดมันก็ทุกข์ไปอีกหลายชาติ ทิ้งเดี๋ยวนี้ก็หายทุกข์เดี๋ยวนี้ ต้องพิจารณาว่าจะต้องไปติดยึดมันทำไมมันเป็นเราเป็นของเรา ไปอีกนานเท่าไหร่ ปล่อยไปเถอะ สังคมสาธารณโภคีไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย เครื่องประดับนี้มันหนักกว่าเงินเพราะมันจะยิ่งชั้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆจะยิ่งแพงมากขึ้นด้วยเรื่อย มันหนักกว่าแบงค์ คนรักมันจนตายก็ไม่มีทางแก้ไขได้เสร็จ ยึดมั่นถือมั่น ก็รู้ตัวเองหมดทุกอย่างแล้วจะให้ทำอย่างไร ถามลึกไปมากกว่านั้น คุณสะสมไปนี่ตายแล้วจะทำอย่างไร ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอกไม่ต้องสงสารเขาหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงเขามากหรอก
_แซมดิน ...ก็ผมไม่ได้มองไปถึงอากาสาฯวิญญานัญจาฯ ผมมองว่า..อะไรที่เป็นโจทย์ของผมในปัจจุบันก็ทำขณะนี้ เหมือนกับเราลงหน่วยกิตวิชานี้ค่อยไปทำวิชาอื่น สมณะว่าผมสายเจโตคิดได้แค่นี้ พ่อครูว่า...จะดีมาก แล้วมีพลังงานรวมที่เยอะด้วย ถ้าหากว่าอันนี้ก็จะทำอันนั้นก็จะทำพลังมันไม่รวม อาตมาว่าสนับสนุนไม่อย่างนั้นพลังงานรวมมันไม่เต็ม ไปนึกถึงมากไม่ทำเลยมันไม่ดี อาตมาบอกว่าปฏิบัติธรรมเอาศีลข้อที่ 1 ไปทำให้ดี ข้อที่ 2 ถ้าเก่งหน่อย ได้ 3 ข้อแล้วก็ทำ 3 ข้อนี้ให้แข็งแรงหมด อาตมาว่าศีลของพระพุทธเจ้ามีศีล 3 ข้อนี้รวมหมดเลย ศีลข้อ 1 เกี่ยวข้องกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับของและพืช ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับตัวเราเลยทางตาหูจมูกลิ้นกาย ทำอันนี้แหละ ทำกิเลสที่ตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็ทำในสิ่งที่กระทบกับของกับสัตว์ ศาสนาพุทธพัฒนาเวทนาพัฒนาวิญญาณ หัวใจของศาสนาพุทธก็คือ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ทำเวทนาให้เป็น 0 ได้จบแล้ว 0 คือทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ทำให้เป็นหนึ่งได้ก็ไม่ทุกข์ ทำเป็นหนึ่งได้ คุณก็ยืนอยู่ในฐานทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฐานทุกสิ่งทุกอย่างคือ 0 คุณก็มีได้ ไม่ต้องรองรับ คุณก็อยู่บนของทุกอย่างอยู่บนทุกสรรพสิ่งอย่างไม่มีตัวเราของเราสูงสุดเลย ถ้าเข้าใจธรรมะพุทธเจ้าจบอยู่ตรงนี้แค่นี้เอง อาตมาถึงบอกว่าหัวใจของศาสนาอยู่ตรงนี้เอง ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60
_เรื่องของศรัทธากับปัญญา อย่างพ่อท่าน หากไม่มีปัญญาเขาไม่มาศรัทธาหรอก พ่อครูว่า...ต้องมีเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ ถ้าเราได้แค่คิดก็เป็นตรรกะมันแค่สัญญาเป็นแค่ทิฐิไม่ใช่ความจริง มันยังไม่เป็นปัญญา ถ้าเป็นปัญญาแล้วมันจบ ปัญญามันครบถ้วนทั้งเจโตและความเฉลียวฉลาด แล้วความเฉลียวฉลาดนี้ไม่ใช่ของโลกียะ แต่เป็นความเฉลียวฉลาดของโลกุตระ _ผมคิดว่าญาติธรรมก็ต้องมองออก ต้องมีสัมมาทิฏฐิ พ่อครูว่า..อาตมาไม่เต๊ะท่าหรอก พูดความจริงขนาดนี้ก็ยังเข้าใจได้ยากเลย อาตมาว่าสังคมทุกวันนี้ไม่ใช่สังคมเรียบร้อย มันเป็นสังคมที่จะต้องถึงลูกถึงคนด้วย สังคมต้องกล้าได้กล้าเสีย ไม่ใช่ว่านิ่มนวลอย่างนั้นไปไม่ออก ยิ่งกว่า Hard Rock ต้องเหมาะสมกับในยุคนี้ Status quo เราจะต้องรู้ความเหมาะสม 611203_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 28