เรียนรู้พยัญชนะให้เข้าถึงสภาวธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.20 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

เรียนรู้พยัญชนะให้เข้าถึงสภาวธรรม อาตมาอ้างอิงธรรมะในระดับโลกุตระมายืนยันอธิบายด้วย ไม่ใช่ว่าอาตมาอธิบายเลอะเทอะโมเม ผู้ที่ฟังธรรมะโลกุตระอย่างที่อาตมาพูดนี้ไม่เข้าใจ เขาจะสับสนวุ่นวายเพราะเขาเรียนมาตาม ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ ตามแบบของเขา ซึ่งเขาอยู่ในโหมดภาษาพยัญชนะ แล้วมีแต่เหตุผลของภาษาพยัญชนะ เขาไม่ได้เข้าใจถึงสภาวะที่แท้จริง พวกนี้น่าสงสาร เขาเก่ง ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ เขาเก่ง แต่ไม่รู้จักสภาพสัจธรรมปรมัตถธรรม ไม่รู้แม้กระทั่งความเป็นกายก็ยังมิจฉาทิฏฐิอยู่เลย ยิ่งความเป็น สักกายทิฏฐิ ความเป็นตัวตนความเป็นอัตตา ยังอีกนาน เขายังเข้าใจไม่ได้ ยังหลง ไม่เข้าถึงสภาวะ จิต เจตสิก รูป นิพพาน เพราะฉะนั้นยิ่งจะเข้าไปแยกแยะกรรมฐานคือเวทนา 108 เขายิ่งไม่รู้จักแน่ จึงได้มิจฉาทิฏฐิ ต้องมีผัสสะนะ จึงปฏิบัติมนสิการได้ในนามทั้ง 5 เขาก็มิจฉาทิฏฐิ ผัสสะไม่มี ก็ มนสิการโดยไม่มีผัสสะ คุณก็มีเวทนา สัญญา เจตนาไปตามในมุมมืดของคุณ แล้วก็เละไปหมด เพราะเมื่อไม่มีผัสสะ รูปธรรมข้างนอก เป็นกาย เป็นรูป 28 อุปาทายรูป 24 เขาไม่มีทางได้ปฏิบัติเลย อาตมาพูดตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าอ้างอิงภาษาของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นไม่ได้โมเมพูดเรื่อยๆเลอะเทอะเลย ผู้ฟังธรรมเข้าใจเห็นจริงจะเห็นว่าเขาไม่อยู่ในร่องรอยของพระพุทธเจ้า ไปนั่งหลับตาแล้วจะมีความรู้อย่างที่อาตมาพูดนี้ได้ยังไง พูดไม่ได้ ไม่รู้จักสภาวะแยกแยะไม่ถูก ทั้งที่อาตมาแยกแยะนี้ไม่ได้ละเอียดลออมากมายถึงขั้นอภิธรรม มากมายกว่านี้ตั้งเยอะแยะ อธิบายแค่ที่ อาตมาอธิบายนี้ก็เถอะ ใช่ว่าจะรู้กันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นฟังธรรมะพระพุทธเจ้าดีๆตามที่อาตมาเอามาบรรยาย เอามาอธิบายให้ฟังกันไปเรื่อยๆ แล้วเอาไปปฏิบัติตาม คุณก็จะได้ไม่เ

อ่านต่อ

สียชาติเกิด จะได้เป็นอาริยบุคคลไปตามขั้นตอน เหมือนอย่างกันกับชาวอโศกเรานี้ ได้บรรลุธรรมมา เป็นผู้ที่เจริญขึ้นไปตามขั้นตอนไม่เสียชาติเกิด คนที่ยังเกิดมาชาติหนึ่งชาติหนึ่งไม่ได้บรรลุธรรมเลย นอกจากไม่ได้บรรลุธรรมแล้วกิเลสก็หนาขึ้นหนาขึ้นแล้วมีความเห็นผิดมากขึ้นมากขึ้นอีก มันเสียชาติเกิด เกิดมาไม่ได้ธรรมะแล้วแถมมีแต่มิจฉาทิฏฐิ มีแต่อวิชชา ใส่เต็มหูเต็มหัวไปอีก มันสุดจะน่าสงสาร เป็นบุคคลอย่างเก่งที่สุดนะ ในกระบวนการยุคนี้ ก็เป็น ปทปรมบุคคล ในบุคคล 4 ปรมะ คือ ยิ่งยอด ปท คือ บท ยิ่งยอดโดยบทคือ ไปได้ความยิ่งยอดแต่แค่พระธรรมเป็นบทๆเท่านั้น ท่านขยายความว่า ปทปรมะ (ผู้ฟังพุทธพจน์ก็มาก กล่าวก็มาก จำทรงไว้ก็มาก บอกสอนผู้อื่นก็มาก แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลเลยในชาตินี้) พอเข้าใจโลกียธรรม แต่เป็น อเวไนยที่ไม่เข้าใจโลกุตระ หรือเข้าถึงธรรมระดับโลกุตระได้ยาก (พตปฎ. ล.๓๖/๑๐๘) เป็นพวกที่อเวไนยหรือมิลักขะ เป็นคนเถื่อนอยู่แต่เป็นคนเถื่อนอย่างหลอกมนุษย์ด้วยซ้ำว่าฉันรู้ฉันเจริญฉันกล่าวธรรมด้วยบทเยอะแยะเลย ร่ายภาษาที่รู้มามาก ฟังมามากกล่าวธรรมได้มากก็มาบอกสอนผู้อื่นอย่างแจ้วๆ..แต่ตัวเองไม่ได้รู้ว่าตัวเองบรรลุธรรมหรือไม่บรรลุธรรม ได้ธรรมะหรือไม่ได้ธรรมะไม่รู้ แค่ ไม่มีผัสสะ โดยเฉพาะไม่มีผัสสะเต็มสภาพภายนอก ตา หู จมูก ลิ้น กาย แค่นี้เขาก็มิจฉาทิฏฐิแล้วว่า ผู้ที่จะบรรลุธรรมจะต้องหลับตาแล้วจะต้องเกิดฌานเกิดสมาธิเกิดปัญญา ในการหลับตา พวกนี้มิจฉาทิฏฐิสนิท เดียรถีย์ 100% ที่ไปเข้าใจว่าจะบรรลุธรรมในการหลับตา ไม่มีผัสสะภายนอก ไม่มี โผฏฐัพพะ เป็นคนไม่เต็มเต็ง เขามี 6 ขาแต่ตัวเองมีขาเดียวมีแต่จิต อีก 5 ขาไม่มี เป็นคนพิการ รายละเอียดที่ท่าน อธิบายไว้ถึงรูป 28 หรือ อุปาทายรูป 24 แค่ภาวรูป แยกเป็น 2 ก่อนถึงภาวรูป ก็จะมีความรู้ในรูปในนาม จะต้องรู้ภายนอกภายใน ให้เป็น วิสยรูป ให้เป็นรูปที่มีประสาท ปสาทรูป 5 แล้วมีโคจรูปอีก 4 อันนี้ก็เข้าใจกันไม่ได้ง่ายๆ ทำไมโคจรรูปมี 4 ปสาทรูปมี 5 ประสาทต้องมีทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย แล้วในประสาททั้ง 5 มีจิตร่วมอยู่ด้วยเรียกว่ากาย เพราะฉะนั้นกายจะมีอยู่กับ ชิวหา ฆานะ โสตะ จักขุ กาย กายนี้ จะเรียกเป็น 1 หรือเป็น 2 ก็ได้ ถ้ารวมทั้ง 5 ทวารและมีจิตอีกอันหนึ่งเป็น 6 เพราะฉะนั้นจิตที่ร่วมอยู่กับ 5 ทวาร มันก็คือกาย เวลามาใช้จริงก็เลยใช้กับ ชิวหา ฆานะ โสตะ จักขุ ใช้อีกกับ 4 อันนี้ แต่จริงๆใจมีอันเดียว ๑ จักขุ (ตา) ๖ รูปะ (รูป) ๒ โสตะ (หู) ๗ สัททะ (เสียง) ๓ ฆานะ (จมูก) ๘ คันธะ (กลิ่น) ๔ ชิวหา (ลิ้น) ๕ กายา (กาย) ๙ รสะ (รส) ๐๐ โผฏฐัพพะ (สัมผัส) 660508 ตอบปัญหา ใครคือเผด็จการ ใครคือประชาธิปไตย รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #21 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน