สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงคืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงคืออะไร _สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงคืออะไรคะ พ่อครูว่า...มันจะต้องมาเรียนรู้ธรรมะ 2 คือเทว ธรรมะ 2 คืนหนึ่งคำว่า ศักดิ์ พยัญชนะแปลว่าอะไรสภาวะแปลว่าอะไร คำว่า สิทธิ์ สภาวะแปลว่าอะไรพยัญชนะแปลว่าอะไร ถ้าใครวิจัย 2 นี้ได้ทั้งหมดทุกคนจบเลย เข้าใจธรรมะสองนี้อาตมาสรุปได้ว่าศาสนาทั้งโลกนี้มีธรรมะ 2 เพราะฉะนั้นจับคู่มาวิจัย แล้วก็จัดสรรให้ได้ว่าอันนี้เป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ต้องทำอันนี้ให้มันเป็นอย่างนี้มันก็จะเกิดความดีงาม อย่างนี้ดีงามแล้วก็ทำให้ได้ เมื่อคุณสามารถ 1. รู้ 2. แล้วก็ทำ ทำได้จิตใจก็จะเก่งขึ้นจนกระทั่งจิตใจคุณ มีทั้งตัวรู้และทำได้ จิตใจของคุณก็จะเป็นจิตที่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้จบเลย จะเป็นศาสนาเทวนิยมเขาตีเทวไม่แตก เขาแยกสภาวะกับพยัญชนะไม่ออกเขาก็เลยจมอยู่กับเทว ตีไม่แตกแยกไม่ออก จมอยู่กับเทวเขาก็อยู่ไป เขาไม่เข้าใจว่าที่ว่านี้คือธาตุรู้ความรู้ความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้ท่านบอกมาแล้วเราก็ฟังตามท่านก็แล้วกัน ถ้าได้แล้วมันก็เป็นจริง พระพุทธเจ้าท่านให้พึ่งพาตนเอง อัตตาหิอัตโนนาโถ ตีแตกความเป็นเทวดา แตกความเป็นธรรมะ 2 แล้วรู้ว่าธรรมะ 2 มีดีมีชั่ว มีทุกข์มีสุข ก็เอาอันใดอันหนึ่งให้ได้ ใครๆก็อยากได้สุขไม่อยากได้ทุกข์ แต่ก็ทำให้สร้างแต่อารมณ์สุขไม่สร้างเหตุ มันก็เลยไม่จบ เมื่อมาเรียนรู้เหตุแห่งทุกข์แล้วดับเหตุแห่งทุกข์ แล้วความสุขที่เกิดนี้ยิ่งกว่าสุขัลลิกะ ไปหลงสุขที่บำเรอเหตุมัน มันไม่มีจบ ตีไม่แตกมีแต่ซ้ำเติม กิเลสที่เป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันเบลอ กิเลสก็ยิ่งจะโตก็ยิ่งจะอยากได้อยากได้สุข แต่ไม่มีวันจบ แต่พระพุทธเจ้ามาเรียนรู้เหตุแล้วดับเหตุแห่งทุกข์ มันก็หมดเลยไม่เหลือเลย ดับเหตุแห่งทุกข์หมดเลยหมดเหตุ ท
อ่านต่อ
ุกข์เราก็ไม่มี ถามจริง พวกเราใกล้ๆความรู้สึกที่อาตมาพูดนี้ไหม ...ใกล้ เพราะเราอยู่กับสิ่งแวดล้อมกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราทุกข์ เดี๋ยวนี้มันก็ไม่ทุกข์มาก สิ่งแวดล้อมอันนี้มันพาให้เราทุกข์ แต่ทุกข์ก็ลดลง มันก็เข้าหาตถตา ก็หันกลับมาที่ตัวเรา เราอยากจะได้เพิ่มอยากจะได้อันนี้มากขึ้น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เราก็ไม่ได้อยากให้เกิดความสุขมากกว่านี้ มันสุขแค่นี้ก็เหลือพอแล้ว ยศแค่นี้ก็เหลือพอแล้ว สรรเสริญก็ไม่มี มีแต่ถูกตำหนิด้วยซ้ำ ก็เราเข้าใจด้วยว่าตำหนินี้ดี เขาตำหนิมาถูกเราก็ขอบคุณมากก็แก้ไข เขาตำหนิเราแล้วเราก็ตรวจสอบอย่าลำเอียงเข้าข้างตัวเอง หากเขาตำหนิผิดไม่รู้ความจริงเขารู้ไม่พอ เขาเข้าใจไม่ได้ ไม่ต้องบอกเขาโง่หรอก เขาตำหนิผิดก็บอกไป มันก็สบายมากเลยชีวิตนี้ อย่างอาตมานี้คนตำหนิอาตมาผิดเยอะ เพราะอาตมาพูดไปเยอะ แล้วเขาก็ไม่ตรวจสอบความจริงว่าที่พูดนี้จริงไหม ได้แต่หาแง่มุมที่มามองในแบบลบกับอาตมา อาตมาก็ว่าคนนี้เขาไม่หมดปัญหา เขาหาแต่ปัญหาให้ตัวเอง ก็เลยฉลาดไม่เข้าหาสักที เพราะเขาหาแต่ปัญหากับตัวเองแล้ว คนนี้ก็ไม่เกิดปัญญาเท่าไหร่ เพราะเอาแต่ปัญหาให้แก่ตัวเอง ต้องเอาปัญญาใส่ให้กับตัวเองบ้าง หากไปเจอคนนี้ก็ทำปัญหากับคนนี้คนนั้นไปเรื่อยๆ ก็ไม่จบ อาตมาบอกให้หาปัญญาก็ไม่หา เอาแต่ปัญหา จะโง่ไปถึงไหนฉลาดบ้างได้ไหม ถ้าคุณเห็นว่าอาตมาเป็นตัวปัญญา คุณจะได้ปัญญาจริงๆคุณจะไม่มีปัญหา ปัญหาก็จะหมดลงเรื่อยๆ เพราะว่าอาตมาเป็นเจ้าปัญญามีแต่ปัญญา หากใครไม่มีปัญหา คนนี้ จ่ายหรือทำอะไรก็มีแต่ปัญญาคนนี้รับรองว่าเป็นอรหันต์ ฟังให้ดีย่อมเกิดปัญญา จะเป็นอรหันต์ได้ แต่คนที่ฟังแล้วมีแต่ปัญหา คนจะบอกว่า ขี้ดีกว่าข้าวก็หาเหตุได้ จริงๆเอาขี้ทำปุ๋ยดีกว่าข้าวนะ พระพุทธเจ้าตั้งประเด็นไว้ ท่านจะแสดงเรื่องทุกข์กับมนุษย์ทั้งโลก ผู้ใดรู้ปัญหาเรื่องทุกข์หมดแล้วผู้นั้นหมดเหตุที่จะทำความชั่ว หมดเขตที่จะทำความไม่ดี หมดเขตครอบคลุมไปหมดทั้งในลาภยศสรรเสริญสุข เรียกว่าโลกทั้งหมด โลกธรรม ก็หมดเหตุหมดเรื่อง ศาสนาพุทธคือรู้ทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์ ทางดับทุกข์และก็ทำความดับทุกข์ได้ก็จบ มีชีวิตดำเนินต่อไปก็ทำแต่คุณงามความดีไม่มีพิษมีภัยไม่เสียหายอะไรเลย จริงๆอย่างอาตมานี่ เป็นคนไม่มีพิษมีภัยไม่เสียหายอะไร แต่คนโง่มองไม่ออก คนฉลาดจะรู้ ว่าไม่ อาตมาเป็นคนซื่อๆพูดตรงๆแต่คนก็หาว่าอวดตัวตนอีกเขาไม่เชื่อ ความไม่เชื่อของคุณนั่นแหละเป็นตัวทำให้คุณโง่ ถ้าคุณเชื่ออาตมาไม่เอาอะไรมาคิดว่าจะมาเป็นคนไม่น่าเชื่อ อาตมาเป็นคนน่าเชื่อ คุณไม่ต้องมีเศษเพียงนิดน้อยในความไม่เชื่อในอัตตาไม่มีเลยคุณได้แต่ดีถ่ายเดียว อาตมาพูดไปด้วยเอาตัวเองมายืนยัน เป็นปรากฏการณ์เป็นฟีโนมีนอน มีของจริง ทั้งพยัญชนะและสภาวะ เป็นธรรมะสอง อาตมาเข้าใจธรรมะ 2 ศาสนาที่เป็นพระเจ้าหลงติดจมอยู่ในเทว แล้วก็เป็นเทวผู้ที่ใหญ่ อยู่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยสัมผัสอยู่เลยไม่เคยแตะต้องกันเลย แต่เป็นผู้รู้ผู้ยิ่งใหญ่ผู้สร้างผู้บันดาลทุกอย่าง ยกให้แก่พระเจ้า แต่อาตมาพึ่งตนไม่พึ่งพระเจ้า ตามพระพุทธเจ้าสอนแล้วเรียนรู้เทวะเป็นมหาเทวดามหาเทวดา อาตมาก็เรียนรู้ธรรมะ 2 ให้มาเป็นปัจจุบัน รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือสิ่งที่ไปกระทบรูป แล้วเรียนรู้ตั้งแต่สิ่งเล็กน้อย อะไรที่ดีอะไรไม่ดีทำความไม่ดีออกไป แต่ละคู่ เป็นธรรมะ 2 จนมันหมดเลย อาตมาเห็นแล้วว่าธรรมะ 2 ในโลกนี้สิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี เรียนรู้ธรรมะ 2 ก็จะไม่งง ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่เอาสิ่งที่ลึกลับ ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนสัมผัสก็ไม่ได้ แม้แต่ประกาศก Prophet ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าขึ้นมาเป็นมนุษย์ในโลก เสร็จแล้วพระบุตรนั้นบอกว่าเอาคำสอนของพระเจ้ามาประกาศเรียกว่า ประกาศก เทวะ คือธรรมะสอง มหาเทวะใหญ่สุดที่ไม่มีใครสัมผัสได้ พระบุตรที่เอาคำพูดมาประกาศก็ยังไม่ได้สัมผัสจริงเลย แล้วก็ห้ามไม่ให้วิจารณ์คำสอนนั้นด้วย เป็นศาสนาที่บังคับเป็นศาสนาแห่งนายทาสกับลูกทาส เป็นศาสนาที่ไร้อิสระเสรีภาพอย่างน้อยก็เป็นทาสของพระเจ้า ไม่มีความเป็นอิสระ ศาสนาพุทธให้ความเป็นอิสระ ให้เลิกตั้งแต่เป็นทาสพระเจ้า ใครที่รักความเป็นอิสระเสรีภาพ เริ่มต้นก็ไม่ต้องเป็นทาสพระเจ้าแล้ว อย่างลูกApple อีฟที่พระเจ้าชักเอากระดูกซี่โครงซี่ที่ 7 ของอดัมมาสร้าง อาตมาอธิบายได้ ลูกกระเดือกก็อธิบายได้ซี่โครงที่ 7 ก็อธิบายได้เป็นธรรมะทั้งนั้น แต่เขาไม่รู้เขาตีไม่แตก ศาสนาเทวนิยมตีไม่แตก Apple พืชคืออาหาร จะเป็นมนุษย์ต้องกินอาหาร จะยืนยันว่าต้องกินอาหาร แสดงว่ามนุษย์ต้องกินอาหารอย่างนี้ อาหารคืออะไร คือ Apple คือ พีชะ เพราะฉะนั้นในศาสนาคริสต์หรือศาสนาเทวนิยม จะบอกว่าอาหารคือต้องกินพืชผักผลไม้ ผลไม้ลูกแรกเรียกว่าแอปเปิ้ล แล้วก็ยืนยันลักษณะ เป็นสภาวะยืนยันให้เห็น สัตว์โลกนี้ต้องกินอาหารและก็ต้องกินพืช ทีนี้ อีฟ คือ ส่วนหนึ่งของความเป็นคนคือพลังงาน 7 ที่ได้เอามาเป็นตัวบทบาทแตกเป็นธรรมะ 2 ก่อเผ่าพันธุ์ด้วยกัมมโยนิ เพราะฉะนั้นจึงมีลูกหลานของอดัมกับอีฟทั้งนั้นแหละ เพราะคนนี้เป็นลูกของอดัมกับอีฟทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น อาตมาไม่ต้องไปเรียนศาสนาคริสต์หรอก แต่อธิบายได้ ที่พูดนี้ไม่ได้ไปเรียนมาจากตำราของคริสต์ ไม่เป็นความรู้ ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร แล้วก็ไม่ผิดหรอก ถูก ถ้าคุณเข้าใจได้ก็ถูก ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นมันก็จะไม่เกิดมีลูกหลานของอดัมกับอีฟอย่างนี้ พวกที่เรียนศาสนาคริสต์มาก็จะเข้าใจดีว่าอาตมาพูดนี้ถูกไหม ศาสนาพุทธไม่ใช่แค่หมดทุกข์ แต่ทำปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ทำให้เกิดธรรมะ 2 เป็น 1 และทำเป็น 0 ได้จบหมดทุกสิ่งทุกอย่าง มะละกอกับฟักข้าวไม่ทะเลาะกัน เพราะมันเป็น พีชะ เสือกับสัตว์อื่นมันก็ทะเลาะกับสัตว์อื่น แบคทีเรียอันนี้ก็ทะเลาะกับแบคทีเรียอันอื่น เพราะฉะนั้นเกิดมาเป็นสัตว์นี้เป็นธาตุที่ นักรบนักกัดกัน มีสิ่งที่จะต้องทำคือพยายามทำอย่างไรไม่ให้กัดกัน จะไปทำให้แบคทีเรียไม่กัดกันทำให้สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยไม่กัดกันมันเกินไป มันยาก เอาแต่คนไม่ให้กัดกันก็พอแล้ว อาตมาพยายามมาสอนมาแนะนำไม่ให้กัดกัน ถ้าคุณเป็นสัตว์ก็กัดกันอยู่เป็นเดรัจฉาน มาเป็นคนก็ใช้คำพูดตกลงกันทำความเข้าใจกัน เพราะว่าคนเราจะต้องสื่อสารกันด้วยพยัญชนะทำความเข้าใจกันด้วยพยัญชนะด้วยภาษาด้วยคำพูด เพราะมนุษย์นี้สร้างคำพูดได้มันมีไม่รู้กี่ภาษา คนมีภาษาไหนก็ใช้ภาษานั้น ทำความเข้าใจกันให้ได้ ตกลงกันด้วยภาษาแล้วก็อยู่กันอย่างสร้างสรรค์ไม่มีการทะเลาะกันมีความสุข อาตมาทำได้อย่างประสบผลสำเร็จ จนกลายเป็นหมู่กลุ่มชาวอโศกสบายมากเลย คุณเชื่อไหมว่านักเลงโตคนเกเรเข้ามาในถิ่นของอโศกไม่ได้ เชื่อไหม เขาเข้ามาก็ไม่ได้อะไร เขามาทำร้ายพวกคุณจะยอมให้เขาทำร้ายไหม 1. ยอม 2. หนี ไม่ตอบโต้เลย ด่าก็ไม่ตอบโต้ทะเลาะก็ไม่ตอบโต้หนีไปดีกว่า เพราะเขาเป็นพวกที่สัตว์กินสัตว์ต้องหาคู่กัด อาตมาเองอาตมาเข้าใจธรรมะทะลุเข้าใจธรรมะตลอด เอามาอธิบายคนที่เข้าใจก็ได้ประโยชน์ พวกเราก็สบายสงบมีชีวิตอยู่อย่างเรียบร้อยราบรื่นง่ายงามมีสันติ เป็นชีวิตที่มีภราดรภาพ มีอิสระเสรีภาพ มีสันติภาพอันนี้เป็นวัฒนธรรม สันติภาพ ภราดรภาพ บูรณภาพ ครบ 5 ภาพนี้มากกว่าฝรั่งเศส ที่มี 1. อิสระเสรีภาพ 2. เสมอภาค 3. ภราดรภาพ เกร็ดดินมีชีวิตตั้งแต่ตัวเล็กน้อยอยู่ที่ฝรั่งเศสมา ศึกษาดี รู้จักฝรั่งเศสดี ในความเป็นมนุษย์อาตมาว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ พระพุทธเจ้าเกิดมาไม่ได้ทำอะไร มาศึกษาความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม แล้วท่านก็รู้จบ ท่านมาประกาศความรู้ของท่านไว้ให้แก่โลก แล้วก็ปรินิพพานไป ผู้ที่เรียนรู้ตามอย่างเช่นอาตมาเป็นโพธิสัตว์ก็มาสืบทอดมาขยายความทำให้คนรู้ตามให้ได้เท่าที่เราจะเก่ง เข้าใจอย่างนี้ถูกต้องแล้วสืบสานต่อไปเป็นประโยชน์ของมนุษย์ อาตมาทำงานนี้เพราะงานนี้เป็นงานที่ประเสริฐที่สุดของมนุษยชาติ ถ้าหากสมมุติอาตมาจบทางด็อกเตอร์ทำงานทางโลก ได้เป็นนายกฯได้เป็นรัฐมนตรี อาตมาก็ไม่เอา ชีวิตอาตมานี้ดีไม่เคยไปรับราชการ หลงลิงลมอมข้าวพองหลายปี ก็รู้ว่าไม่ยากหรอก หากอาตมาทำต่อ อากู๋แกรมมี่ อาร์เอสไม่เกิดหรอกเพราะอาตมาวางแผนจะทำสำนักงานหัวใจสีชมพู มีโลโก้แล้วนะที่ใช้ของบุญนิยมทีวีนี้คือโลโก้ของสำนักงานหัวใจสีชมพูนะ ตรงหัวใจกลางสีแดง อย่าง ดาราฟ่านปิงๆอายุ 30 ปีหาเงินได้เป็นพันล้าน โจวเหวินฟะ ตอนนี้จะยกสมบัติของตัวเองให้สาธารณะ ของตัวเองมีทรัพย์สินรวมกันแล้วตอนนี้ สองหมื่นสามพันล้านบาท หรือ 5.6 พันล้านดอลลาร์ ฟ่านปิงๆก็จะยกให้การกุศลคือ รัฐบาลจะเอาไปไม่งั้นจะให้ติดคุก สิ่งเหล่านี้เมื่อคนที่รู้แล้ว เงินทองข้าวของไปแย่งเขามาแล้วก็ไม่ดี ในโลกนี้ สังคมโลกในยุคไหนก็แล้วแต่ หากว่าราคาของดาราอบายมุขกับราคาค่าตัวนักกีฬา คือขิฑฑาปโทสิกะ กับมโนปโทสิกะ หากราคาดารา นักกีฬาสูงแพง นั่นคือสังคมโลกเสื่อมลง นายทุนจะสร้างอำนาจทำมาหากินมอมเมาโลกซ้ำแล้วซ้ำอีก มันน่าสงสารโลกที่ฉลาดไม่ดีเลย น่าสงสารมาก เต็มไปด้วยโง่ไม่มีฉลาดไม่รู้จะทำอย่างไร ขออภัยพูดเป็นภาษาข่มดูถูก พูดด้วยความจริงใจไม่ได้รังเกียจไม่ได้ดูถูกแต่สงสาร คำว่าสงสารนี้คือสังสารวัฏ มันยิ่งใหญ่ที่สุด คือการวนเวียนกับโลก กิเลสก็พาให้จมอยู่ในนรกและสวรรค์ ศาสนาพุทธทำให้ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ รู้จบสูงสุด ความตรัสรู้ของพุทธเจ้ารู้ตรงนี้ อยู่ที่หมดนรกหมดสวรรค์ มีแต่จิตที่เป็นอทุกขมสุข ไม่มีสุขไม่มีทุกข์มีแต่สุขที่บริสุทธิ์ มีคุณภาพ 5 อย่าง มีคุณลักษณะ 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ปริสุทธา จิต บริสุทธิ์ไม่มีกิเลส ถ้าเรียกว่าธรรมะ 2 ก็ไม่มีกิเลสแล้วเป็น 0 เป็นธรรมสูญไม่มีกิเลส อธิบายด้วยพยัญชนะคือจิตไม่มีกิเลสสภาวะไม่มีกิเลสสูงสุด คือไม่ทุกข์ไม่สุข ชั่วไม่มีดีก็ไม่มี เพราะเราหมดชั่วหมดดี ความชั่วอาตมาไม่ทำ ดีอาตมาก็ไม่มีปัญหาอะไรมีแต่ปัญญา กรรมของอาตมามีแต่การกระทำที่เป็นตัวกระทำที่เป็นปัญญา และคือดี ไม่มีชั่วสักตัว กรรมที่เกิดมีแต่จิตที่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ ไม่ทำชั่ว สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง กุสลสูปสัมปทา มิติที่ทำแต่ดีทำชั่วไม่ทำ มุทุ แววไว เร็วทำได้เร็วทุกกรรม กัมมัญญามีแต่กรรมที่ดีที่ได้สัดส่วนพอเหมาะ ดีที่สุดสมดุลด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะเรียกว่า กัมมัญญาในกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมก็ดี ปภัสสรา โชติช่วงชัชวาลผ่องใสตลอดกาลไม่มีเศร้าหมองไม่มีทุกข์ไม่มีสุข ไม่มีการเปื้อน สะอาดอยู่อย่างนิรันดร เป็นตถตา ไม่เป็นอื่นแล้วเป็นอย่างนี้ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” นี่คือ เวทนา 5 ที่เป็นฐานนิพพาน จิตประภัสสร ด้วยจิตมุทุภูตธาตุ ด้วยจิตเราเป็นเจ้าเรือนที่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ตามที่เราประสงค์ จะมีเหตุปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้อง กระทบสัมผัสทำร่วมอยู่ ก็ปริโยทาตา เราก็ทำได้ให้จิตเรารักษาความสะอาดบริสุทธิ์ได้ตลอดกาลนาน บริสุทธิ์ที่เป็น status ทุก status quo ไม่มีเปื้อนเพี้ยน มีแต่สะอาด มีแต่สิ่งที่จะทำให้เราเปื้อนเราก็กลับทำให้มันสะอาดได้อีก เราไม่เปื้อน มีแต่เราถ้ามีพลังงานมีฤทธิ์ให้คนอื่นลดความเปื้อนลง พูดไปตามที่ตัวเองทำได้ ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที พูดอย่างไรทำได้อย่างนั้นทำอย่างไรก็พูดได้อย่างนั้น (ดช.ธัมโม ร้องเสียงแหลมดัง พ่อครูเลยถามว่า ชื่ออะไร ชื่อ พงศ์ธิพุทธ) พ่อครูว่า...ธิ คือ ธ คือทรงไว้ ิ ก็คือสระ ก็ ทรงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่ สู่แดนธรรมว่า...แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งประโยชน์ ปรีชา ปัญญา สุดท้ายก็มีแต่พยัญชนะกับภาษาที่จะสื่อสาร ใครจะติดยึดกับพยัญชนะเขาก็หยุดอยู่อย่างนั้น ใครยึดถือแต่สภาวะก็ไม่เอาภาษา มันก็สลับไปสลับมา ใครจะยึดภาษาก็เอาภาษาขึ้นหน้า ใครจะยึดถือสภาวะก็เอาสภาวะขึ้นหน้า สลับไปสลับมาคนที่ยึดถืออย่างใดอย่างหนึ่งก็หวงแหนว่าอันนี้ไม่ใช่ อันนี้ไม่ใช่ แต่คนที่เข้าใจว่าอันนี้มันเป็นอย่างนี้ อันนี้มันเป็นอย่างนี้ อาตมาก็ไม่มีปัญหาเรื่องเหล่านี้ เข้าใจก็จบเท่านั้นเองอยู่ในโลก ขณะนี้ใครว่าอาตมาดี อาตมาชั่วก็ไม่สงสัย พยายามฟังภาษา สภาวะ ที่เขามาตำหนิมาว่า อาตมาเป็นอย่างที่เขาว่ากันไหม อาตมาชัดเจนสิ่งที่อาตมาทำ อาตมารู้สึกว่าพยายามบรรยายนี้พอรู้เรื่องไหม? รู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่ง อธิบายไม่กระจ่าง ในโลกนี้มีแต่เทวะ ศาสนาเทวนิยมตีเทวะไม่แตกทำให้ธรรมะสองให้เป็นหนึ่งไม่ได้ คนที่ทำให้ธรรมะ 2 เป็นอย่างไรก็รู้ทุกอย่าง ทุกอย่างเอามาแยกเป็นหนึ่งเป็น 0 ได้หมด ก็หมดที่จะทะเลาะกันก็กระจ่างทุกอย่าง เอาทีละสองแยกได้หมดไม่สงสัยเลย ตีเทวะแตก พวกตีเทวะไม่แตกคือตัวปัญหา พระเจ้ายึดถือเทวะ ยึดถือจนกระทั่งฉันต้องเป็นใหญ่ในโลก ต้องเป็นใหญ่กว่าศาสนาใดๆนั่นแหละคือตัวปัญหาของโลก ลัทธิใดเป็นอย่างนี้ก็คือตัวปัญหา ศาสนาใดที่เป็นแบบนี้ก็คือศาสนาที่เป็นตัวปัญหา อาตมากำลังพูดสัจจะไม่ได้ไปว่าใคร มันเป็นอย่างนั้นจริงๆชัดเจนเลย ในโลกนี้มีผู้พยากรณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็จะเป็นไปในโลกนี้ไม่สงสัย มันก็จะเป็นไป ของเราชาวพุทธ จึงเป็นผู้ชัดเจน ว่าอะไรคืออะไร แล้วเราก็อยู่กับโลกเขา โดยไม่ได้เป็นตัวทะเลาะกับโลก อาตมามองทางศาสนากับการเมือง กับสิ่งที่มนุษย์บริหารปกครอง เมืองไทยเรานี้ มีธรรมะ มีความเข้าใจในเรื่องการเมือง จึงสามารถที่จะใช้ธรรมะเท่าที่มี ตัวเองจะไม่รู้ตัวก็ตาม ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่สามารถปฏิบัติประพฤติเอามาใช้ได้ ให้อยู่ดีมีสุข 611021_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีให้แตกจนแหลกสูญในเทวะคือเวทนา 2