630424 ผลดีเลิศจะเกิดได้เพราะไม่บังคับใจกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ผลดีเลิศจะเกิดได้ตามความสมัครใจ : Great outcome happens voluntarily.
_อาใจกลั่น : คำถามที่ ๑ ก็คือ ขณะที่มีการทำวัตรเช้าหรือมีการแสดงความเห็นอะไรต่างๆ ญาติโยมบางครั้งมีความรู้สึกไม่สบายใจเพราะว่าพ่อครูให้อิสระเสรีภาพ ก็คือใครจะคิดอย่างมีความเห็นอย่างไรก็ได้ใช่ไหมคะ _พ่อครู : เอ้า จะไปห้ามเข้าทำไมละ _อาใจกลั่น : อันนี้บางทีเป็นท่านสมณะ ท่านสมณะที่ท่านมีความเห็นย้อนแย้งกับพ่อครูบ้าง ย้อนแย้งกับนายกตู่บ้าง อะไรอย่างนี้คะ ท่านก็แสดงความเห็นของท่าน _พ่อครู : ก็แสดงมา มันก็ธรรมดา _อาใจกลั่น : แต่ผลที่เกิดขึ้นก็คือมี ๒ ประการ ๑.คนที่ฟังไปแล้วมีความรู้สึกไม่สบายใจเลยว่าไม่ไปในแนวทิศทางเดียวกันกับพ่อครู ประการที่ ๒.กลัวว่าคนมาใหม่จะเข้าใจผิดแล้วจะรับความเห็นของท่านแล้วจะเกิดกลุ่มเกิดก้อนที่มีความเห็นที่ต่างไป ซึ่งในตรงนี้ก็เป็นเรื่องของสัปปุริสะธรรม ๗ แต่ประเด็นที่โยมจะถามคือว่าญาติโยมที่ไม่สบายใจ ที่ไม่อยากให้ท่านแสดงทัศนะที่ต่างจากพ่อครู จะทำอย่างไรคะ จิตใจของญาติโยมควรจะคิดยังไงคะ _พ่อครู : วางใจ จะทำอย่างไร? ก็คือ วางใจ คนนั้นต้องวางใจ อย่าไปห้ามเลย มันเป็นไปไม่ได้ ที่ต้องการไม่ให้มาแย้งอย่าไปฝัน มันเป็นไปไม่ได้ วางใจซะ นี่คือคำตอบ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ขณะคอมมิวนิวส์นี่นะบังคับกันยิงกันเลย ก็ยังมีแย้งกันสุดท้ายก็ถูกยิงกันไปอะไรกันไปเลย ความคิดไปบังคับกันได้อย่างไร ความคิดที่ให้เขาแสดงออก ไปบังคับไม่ให้เขาแสดงความคิดออกเนี่ย โอ้โหมันเป็นการสร้างความทุกข์ มันเป็นการกดขี่ เป็นการข่มเหง เป็นการทำลายทางจิตใจกันอย่างแรงเลย เพราะฉะนั้นจะอัดอั้นๆๆ สะสมๆๆ ถ้ามีมากคนขึ้นสักวันระเบิด ถ้าเขามีทางไปเขาก็ไปแล้ว ถ้าเขาไม่มีทางไปเขาก็ระเบิดออกมา หรือไม่ก็ฆ่ากันไป ไม่ได้เรื่อง
อ่านต่อ
อะไรหรอก มันก็ค่อยอะลุ่มอะล่วยกัน ค่อยประนีประนอม คนนั้นคิดอย่างนู้น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา “ อยู่กับความไม่เที่ยง ดีกว่าไปอยู่กับความยึดมั่นถือมั่นความเที่ยง” ……………………………………………….
_อาใจกลั่น : ขอบพระคุณค่ะ คำถามที่ ๒ จากการติดตามรายการสำมะปี๋ซีวิต ดิฉันมีคำถามว่า การที่คนกล้าพูดกล้าแสดงความเห็น ส่วนหนึ่งก็มาจากการปฏิบัติธรรม คนบ้านราชน่าจะมีหลายคนนะคะ แต่ทำไมรายการสำมะปี๋ฯคนที่ถามพ่อครูเป็นคนหน้าเดิมตลอดเลยคะ _พ่อครู : คนเขาจะว่ายินดีหรือว่ามันถนัดจะถาม เขาก็ถาม คนไม่ถนัด อาจมีความอยากถามอะไร แต่เขาไม่ถนัดเขาก็ไม่ถาม เขาก็รอ คนอื่นเขาถาม บางทีก็ตรงที่ตัวเองอยากถาม บางทีก็ไม่ตรง ก็รอๆๆไป จนกว่าไม่มีใครเขาถามเลย แล้วก็ได้โอกาสบ้างเขา ก็ค่อยมาถาม อย่างงี้ เขาก็รอได้ แสดงว่าพวกเรานี่มีจิตใจไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่แย่งชิง ไม่ทะเลาะกัน อะไรก็ได้ รอกันได้ พวกนี้แหละคือสิ่งที่เป็นผลของทางธรรมะ ปฏิบัติธรรมะแล้วไม่ยึดมั่นถือมั่น อะไรๆก็อยู่ได้อย่างนี้ก็พอเป็นไป อนุโลมได้ อย่างนี้ได้ๆๆๆ มันก็สะดวก เราจะเทียบเคียงสังคมอโศกเรานี่ มันเป็นผลสำเร็จแล้วนะ อโศกนี่อาตมาถือว่าเป็นผลสำเร็จของการปฏิบัติธรรม เป็นสังคมที่ลงตัวทุกอย่าง ขนาดนี้ใช้ได้แล้ว ดีที่สุดแล้ว ในสังคมอื่นๆเขายังไม่ได้ดีอย่างนี้ แต่เขาก็ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ เท่าที่สังเกตุดู สังเกตุเห็น อาตมาว่าโควิดที่มันมานี่ มันเป็นอาวุธธรรมชาติที่มาจัดการกับหลายอย่างนะ อาตมาว่ามันจะเกิดขึ้น จัดการกับความกระเหี้ยนกระหือรือ ที่เป็นพวก nuisance(ก่อความรำคาญ) เป็นพวกวุ่นวายก็ดี จัดการกับพวกที่กระเหี้ยนกระหือรือในทางที่จะขี้โลภ จะโลภโมโทสันมากก็ดี จัดการกับคนที่จะเบ่งอำนาจบาตรใหญ่อะไรก็ดี รู้สึกมันได้ผลนะ ได้ผลทุกอย่าง ถูกไอ้โควิดนี่ปราบชะงักเลยตอนนี้ เป็นแต่เพียงว่า พวกที่ถูกโควิดมันแสดงฤทธิ์ระงับเอานี่ มันจะยอมหรือจะหาทางระเบิด หาทางแก้ออกมาอย่างไรเท่านั้นแหละ ถ้าเขาได้ปัญญา ฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ฝ่ายนายทุน ฝ่ายอยากได้อำนาจ หรือฝ่ายวุ่นวายอะไรพวกนี้ เกิดปัญญาแล้วเขาสงบลงสงบลง ไม่ดึงดันต่อไป นั่นคือผลสูงสุดที่ควรจะเป็น แต่ถ้าเขาไม่รู้ เขาก็ไม่ระงับ เขาก็เบ่งออกมา มันก็จะแสดงออกมาให้โลกเห็นเอง แล้วผลของการแสดงออกพวกนั้นแหละ มันจะบอก มันจะมีผลปรากฏขึ้นมาให้เขาเห็นเขารู้ ซึ่งจริงๆมันจะไม่เป็นผลดีเลย มันจะเป็นความเสียหาย ก็คอยดูก็แล้วกัน
พ่อครูสมณะโพธิรักษ์... 24 เมษายน 2563 ……….……….……….……….……….……….………. แม้เรามีปัญญาแค่หางอึ่ง ก็ขอให้ใช้ปัญญาให้มีค่า มีประโยชน์ ให้มันพาให้พ้นทุกข์ แล้วทฤษฎีพระพุทธเจ้าก็จะยิ่งใหญ่
Even with the smallest amount, wisdom should be utilized to its fullest so that it adds value and benefit in leading our lives away from suffering. With that, Buddha theory can be proved sacrosanct. … Samana Bodhirak