ดีที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือ พ้นสุข-พ้นทุกข์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.46 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ดีที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือ พ้นสุข-พ้นทุกข์ สงสัยอาตมาคงจะต้องหยุดสอนหยุดบรรยายแล้ว คงจะเหลือแต่เขียนหนังสือ เพราะรู้สึกว่ามันอาการมันหนักขึ้น มันฝืนนะ แล้ววิบากของอาตมาก็หนักขึ้น รักษาไม่ได้แล้วก็อาการหนักขึ้นมาก ยืดอายุขันธ์ด้วย อะไรด้วย ก็เอา ดันสุรังไป จะไปได้อีกนานเท่าไหร่ก็ว่าไป อาตมาเคยสรุป ว่าเราเกิดมาเป็นคน ประเด็นหลักที่สุดพระพุทธเจ้าท่านสรุปผลหรือว่าสรุปเป้า สรุปเป้าแล้วก็จบที่เป้านี้ จบเป็นมรรคผลของเป้านี้ คือคุณจะต้องพ้นสุข-พ้นทุกข์ นี่เป็นจุดที่ยิ่งใหญ่เลิศยอด เคยอธิบายมาบ้างแล้ว เป็นจุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุด คนที่หมดการเสพสุขก็คือพ้นทุกข์ ไม่เสพแล้วสุข ไม่มีสุขแล้ว ไม่เสพสุขอีกแล้ว คนนั้นก็คือพ้นทุกข์ เพราะสุข-ทุกข์ มันหนึ่งเดียวกันเลย เป็นแต่เพียงว่าเหมือนกระดาษคนละหน้า แต่อันเดียวกัน แยกไม่ออก ฉีกไม่ออก อันหนึ่งหมด ก็หมดไปด้วยกัน อันหนึ่งมี ก็ต้องมีด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากที่สุด จิตวิญญาณของคนติดอยู่ตรงนี้ติดอยู่ตรงสุข เข้าใจไม่ได้เลยจึงต้องไปเสพสุข เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดปัญญาญาณรู้จักสุข-จักทุกข์แล้ว แล้วก็ทำให้หมดสุข-หมดทุกข์ได้ มันเท่ากับหมดเลย..จบ พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่า กตํ กรณียํ มันจบกิจ มันจบจริงๆ เลย อาตมาก็เคยอธิบายมาบ้างแล้ว 1.เป็นคน ถ้าจะเกิดอยู่ คุณก็มีแต่ทำความดี ไม่ทำความชั่วอีกเลย คุณจะเกิดอีกกี่ชาติๆๆ มีหลักประกัน ถ้าจบกิจนี้แล้ว หนึ่งเป็นคนมีหลักประกันเด็ดขาด ถ้าคุณจะเกิด จะอีกกี่ชาติก็ไม่ทำชั่วอีกแล้ว ทำแต่ดี ทำแต่กุศลอย่างเดียว เป็นโลกียะนี่แหละ ตลอดกาลนานจะอยู่ไปเท่าไหร่ๆ 2. ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ เมื่อบรรลุอรหันต์ อรหัตผลเสร็จ แล้วคุณจะเกิดอีกเท่าไหร่ๆ ก็เกิดได้ ก็มีแต่ทำดีเพราะหลักประกันมีอยู่แล้ว แค่นี้ก็เ

อ่านต่อ

คยอธิบายซ้อน ผู้บรรลุอรหันต์แล้วทำไมเกิดมายังมีสุข-มีทุกข์..ใช่ เพราะถูกโลกโลกีย์ครอบงำ เป็นลิงลมอมข้าวพอง พอคุณรู้สึกตัวเมื่อไหร่ ก็สลัดออกง่ายดายไม่ยากอะไร ตามบารมีของแต่ละท่าน อาตมาเกิดมาในชาตินี้ก็ยังเป็นลิงลมอมข้าวพองอยู่ตั้ง 36 ปี พระพุทธเจ้าก็เป็นลิงลมอมข้าวพองอยู่ตั้ง 35 ปี ขนาดออกมาจากทางโลกแล้วตอนอายุ 29 ก็ยังจมอยู่ในทางวิบากอีก 6 ปี..อะไรอย่างนี้ สรุปแล้วก็คือ ไม่มีสุข-ไม่มีทุกข์ 3. นี่สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุด จะอยู่ก็ได้ จะไม่อยู่ก็ได้ จะเกิดก็ได้ จะไม่เกิดก็ได้ จะตายก็ได้ แล้วไม่สุขไม่ทุกข์ด้วย ไม่ทำชั่วด้วย หรือสุดเลย แยกธาตุจิตวิญญาณสลายเป็นดิน น้ำ ไฟ ลม ไปเลยได้ อะไรจะยิ่งใหญ่เท่านี้ ศาสนาเทวนิยมตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้านิรันดร อมตะ จิตวิญญาณไม่มีสูญ แต่ของพระพุทธเจ้าสูญ ตีหน้าแงพระเจ้าเลย เพราะฉะนั้นชาวพุทธตายแล้วปรินิพพานได้ เป็นพระอรหันต์ได้ พระเจ้าเด๋อเลย เฮ้ย! ทำไมไม่มาเกิดที่ข้าวะ พระเจ้า ทำไมตายแล้วไม่มา พระเจ้า เฮ้ย! วิญญาณนี้ไปไหน เฮ้ย! สุวรรณ สุวรรณกลายเป็นสุวานเลย ไม่รู้คือโง่ไง ไปถามสุวรรณ สุวรรณกลายเป็นสุวานเลย ตอบไม่ได้เลย ถ้าสุวรรณก็ต้องฉลาด แต่ตอบไม่ได้เลย หายไปเลย อันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า พระเจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของจิตวิญญาณใครเลย ตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของจิตวิญญาณตนเอง พิสูจน์ได้ว่าตนเองปฏิบัติแล้ว บรรลุแล้ว ทำตัวเองให้สูญหายไปจากจักรวาลหรือสูญหายไปจากกาลหรือกาละนี้ได้เลย สูญหายไปจากวัฏสงสารเลย ไม่เหลือ ความเป็นจิตวิญญาณเอก นี่แหละยิ่งใหญ่ที่สุด ตรงนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด พวกเราฟังแล้วเข้าใจได้..ใช่ไหม ยิ่งใหญ่ที่สุด ทีนี้หลายผู้หลายคนก็คิดง่ายๆ คนที่ยังหลงอยู่ว่า โลกนี้มันยังมีสุขให้เสพนี่ ก็ยังอาลัยอาวรณ์สุข เขาก็บอกว่าจะตายไปทำไม จะปรินิพพานเป็นปริโยสานไปทำไม มันมีสุขรออยู่ข้างหน้ายังอาลัยอาวรณ์สุข มันก็จะนึกอย่างนี้ แต่ทางศาสนาพุทธนี่ อจินไตย ที่ท่านตรัสเอาไว้ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป สุขมันไม่มีหรอก สุขมันมีแต่ตัวมายาหลอก ตัวจริง จริงๆ นั้นเรียกว่า อาริยสัจ คือทุกข์ สุขนั้นมันเป็น อัลลิกะ สุขมันเป็นเท็จ สุขมันโกหก พยัญชนะบาลีก็คือ สุขขัลลิกะ กับ ทุกข์นั้นเป็นทุกข์อาริยสัจ มันไม่มีอะไรเหลือแล้วสำหรับการเกิดมาเป็นคน อาตมาก็เคยอธิบายว่า เริ่มต้นตั้งแต่จิตวิญญาณหรือว่าอุบัติ เซลล์เป็นเซลล์จิตนิยามเซลล์เดียวก็ตาม คุณจะไปหาได้ที่ไหน ใต้ทะเลลึก หมื่นโยชน์หลายหมื่นโยชน์ เซลล์เดียวนี่อย่างนี้ไปหาที่ไหน ใครสามารถจะไปค้นหาได้ที่ไหน เสร็จแล้วก็สั่งสมเซลล์มาเป็นล้านๆ เซลล์ กว่าจะพัฒนาขึ้นมาเป็นสัตว์ที่มีเซลล์ต่างๆ ขึ้นมาเต็ม อยู่ในน้ำก่อน ขึ้นมา บนบกนี่เป็นเซลล์ชั้นสูงแล้ว เซลล์อยู่ในน้ำนั้น เป็นเซลล์ชั้นต่ำ เพราะฉะนั้น เซลล์ที่เกิดมา พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า อาตมาเคยขยายความโดยอาศัยพยัญชนะบาลี ว่าเริ่มต้นเมื่อมีเซลล์นี่ มันเริ่มจะเป็นชีวะ พระพุทธเจ้าให้อย่าไปทำลาย อย่าไปทำลายเขา มันเกิดมาเป็นชีวะแล้ว ถึงขั้นปาณะ อย่าทำให้ตกร่วง ไม่ใช่ฆ่าสัตว์นะ มันละเอียดกว่าฆ่าสัตว์ ปราณหรือปาณะ ยังไม่ได้นับเป็นสัตว์เต็มที่เลย ยังไม่เป็นสัตตะ เป็นแค่ ปาณะ อย่าไปทำลายเขา เขาเกิดมาแล้วเขาก็จะต้องพัฒนาไปตามวิบากของเขา เราอย่าไปเกี่ยวกับวิบากเขาได้ กำลังสนุกเลย สัตต ปาณะ ฯ 660929 จุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือพ้นสุขพ้นทุกข์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน