ประชาธิปไตยโลกุตระที่ Absolute Ultimate เจริญสุด.docx
เนื้อหาในไฟล์
ประชาธิปไตยโลกุตระที่ Absolute Ultimate เจริญสุด พ่อครูว่า... พูดถึงเรื่องธรรมะมาพอสมควร มาพาดพิงถึงเรื่องโลกๆ เขาบ้าง อาตมาเอาของบ้านเล็กเมืองน้อยเขา มาอ่านไปทีหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24-25 กันยายน 2566 อ่านไปได้หน้า 2 หน้า _บ้านเล็กเมืองน้อย กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพรักยิ่ง ความก้าวร้าว หยาบคาย ละเมิดสิทธิผู้อื่น ความโกหก เสแสร้ง หลงสีหิวแสง ego สูง ความไร้สำนึก ใจดำ ขาดความรับผิดชอบ ความไร้คุณธรรม แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ เหล่านี้เป็นอาการซ้ำซาก ของ โรคไซโคพาธ (Psychopaths) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และกำลังลุกลามในสังคมไทยปัจจุบัน ความสามานย์ต่อเนื่องไม่หยุดของระบบทุนนิยม ได้สุมวิกฤติทางเศรษฐกิจรอบแล้วรอบเล่า ปั่นการเมืองฉ้อฉล ให้ยิ่งยอกย้อน ป่วนรากฐานสังคมจนบอบช้ำ สะสมเกินขีดจำกัดของคนรุ่นก่อนๆ จะแบกรับไหว ...... ผลกระทบอันเลวร้ายจึงส่งต่อถึงลูกหลาน ทำให้เป็น “โรคไซโคพาธ” ในปัจจุบัน ความแตกแยกในครอบครัว การถูกเลี้ยงดูแบบละเลยเพิกเฉย การถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก การศึกษาที่ขาดจิตวิญญาณ การที่ต้องเติบโตมาในสภาพสังคมที่โหดร้าย ฯลฯ... ล้วนเป็นสาเหตุของโรค เมื่อผลไม้พิษสุกงอมในสภาพสังคมที่แร้นแค้น...สิ้นหวัง ผู้คนจึงถูกใช้เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ ที่สะดวกซื้อราคาถูก เหมาะเจาะกับการเข้ามาเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์พิษเอาไว้ (จากการส่งออกประชาธิปไตย) พ่อครูว่า... ประชาธิปไตยของเทวนิยม มันก็เป็นทฤษฎีเป็น Concept ของประชาธิปไตยแบบเทวนิยม ซึ่งเขาคิดไม่ออกหรอกว่าประชาธิปไตยแบบโลกุตระเป็นยังไง อาตมาก็เคยยืนยันว่าประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้านั้น สมัยพระพุทธเจ้ายังไม่มีคำว่าประชาธิปไตยในยุคท่าน แต่มันมีสภาวะไหม..มี สภาวะประชาธิปไตยมีแต่สมัยพระพุทธเจ้าแ
อ่านต่อ
ต่มันพูดไม่ได้อธิบายไม่ออก แต่พระพุทธเจ้าท่านมีทฤษฎีอยู่ พาปฏิบัติธรรมมีทฤษฎีมีหลักการสำเร็จผลนั้นด้วย ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้านั้นคนจะเป็นสังคมที่ สาราณียธรรม 6 ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้ามันจะมีผลสำเร็จเป็นสังคมมนุษย์ สาราณียธรรม 6 มีคุณธรรมมีพุทธพจน์ 7 มีวรรณะ 9 อาตมาก็เคยอธิบายมาแล้ว ในยุคโน้นคำว่า อธิปไตย ประชาธิปไตยก็มีคำว่า อธิปไตย คำรวมของประชาธิปไตยมันไม่มี แต่คำว่าประชา มวลประชามันมี คือพยัญชนะบาลีว่า พหุชน คำ อธิปไตยมันมีอยู่ที่ อธิปไตย 3 พหุชนะหรือโลก มันอยู่ที่อายะ 3 อาตมาก็อธิบายหมดไปหมดแล้วคนที่ฟังธรรมะไม่ค่อยเข้าใจนักหรือว่าฟังไม่ทัน แม้จะเรียนจบด็อกเตอร์ทางรัฐศาสตร์มาก็ตาม ฟังที่อาตมาอธิบายนี้เข้าใจยากอยู่ คำว่า ประชาธิปไตย ไม่มี แต่ความเป็นอธิปไตยต่อมวลประชาชน มีประโยชน์โภคผลเป็นอายะนั้นมีแล้ว ก็คือ อธิปไตย 3 กับอายะ 3 นี้แหละ นี่แหละเป็นประชาธิปไตยของศาสนาพุทธ ไม่ใช่ประชาธิปไตยของเทวนิยม เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยเทวนิยมนั้น ไม่เกิดผลอย่าง Absolute หรือว่า Ultimate เหมือนกับของศาสนาพุทธ ไม่มี ผลที่มันสวยงามสูงสุดเป็น Absolute หรือว่าเป็น Ultimate ไม่มี ของประชาธิปไตยโลกียะ ยิ่งไปเป็นประชาธิปไตยขาเดียว อย่างที่เขานิยมชมชอบกันอย่างสหรัฐฯพาทำ ยิ่งเหลวเละใหญ่เลย แหลกลาญ เดี๋ยวก็แหลกหมดคอยดูสิ สังคม มันยิ่งกลายเป็นระบบระบอบที่ทำให้สังคมโหดเหี้ยม สังคมที่กิเลสโลภ เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวจัดจ้าน อย่างที่เป็นนี้ อ่านให้ออกสิ อ่านให้ออก เบ่งอำนาจบาตรใหญ่กันไป ข่มเหงกันไป ทารุณโหดร้ายกันไป สังคมที่มีคุณธรรม สังเกตได้ง่ายๆ เป็นสังคมที่จะไม่นิยมการสร้างอาวุธ สังคมที่ไร้คุณธรรม เป็นสังคมที่สร้างอาวุธ สร้างเก่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วย นั่นแหละคือสังคมที่เสื่อม สังคมที่ตกต่ำ อำมหิตโหดร้าย อาวุธไปสร้างขึ้นมาฆ่าคนง่ายๆ แค่นี้เข้าใจไม่ได้ ทำไมจะต้องสร้างอาวุธขึ้นมาฆ่าคน ศีลข้อ 1 วางทัณฑะ วางศาสตรา ไม่ฆ่าคน วางอาวุธวางศาสตรา ไม่ฆ่าคน วางหมดไม่มีก็วาง ไม่มีเลยก็ไม่ต้องสร้าง ก็ไม่ต้องวาง วางเลยอาวุธ ไม่มีอาวุธ ไม่มีศาสตรา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ มันลึกซึ้งสุดๆ เลย เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้าถึงจิตที่บอกว่า หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่นี่นะ ไม่ได้ง่ายๆ เลย ไม่ง่ายเลย ศีลข้อ 1 เท่านั้น ไม่ต้องไปเอาศีลข้อมากข้อมายอะไรเลย คนที่มีจิตหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ แล้วไม่ฆ่าไม่ทำร้ายอะไรใคร เอาแต่แค่ชาวอโศกเรานี่ประพฤติ พวกเรานอกจากไม่ฆ่าไม่ทำลาย ไม่ทำร้ายแล้ว มีจิตเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือ คิดดูสิเราอยู่ที่นี่ ผู้ที่แวดล้อม อยู่ในหมู่บ้านอื่นๆ ต่อ หมู่บ้านราชธานีแล้วก็มี หมู่บ้านอื่นๆ รอบๆ ล้อมพวกเราอยู่ เขาไม่ค่อยรู้จักพวกเรานะ แต่เขารู้จักพวกเรา คือจริงๆ เขาไม่ได้มาคลุกคลีเกี่ยวข้อง ไม่รู้จักพวกเราหรอก ไม่ค่อยเข้ามาใช่ไหม แต่เขารู้จักพวกเราได้ลึกซึ้ง เอาอย่างกุดระงุมนี่สัมพันธ์กันมาก เราเดินออกไปเห็นไหม อย่างกับรู้จักกันทั้งนั้น ดีไม่ดีก็ยกมือไหว้ได้ ธรรมดาชาวบ้านเขาไม่ยกมือไหว้กันมากมายนะ แต่พวกเราเขายกมือไหว้เรา โดยเฉพาะพระอโศก สมณะอโศกไหว้กัน ยกเว้นบ้านคำกลางเขาเป็นคริสต์ เขาก็ไม่ไหว้ละ แต่ท่ากกเสียวห่างกว่า กุดระงุมน้อยหน่อย ก็ไม่ค่อยจะไหว้อะไรเท่าไหร่ แต่เขาก็รู้ ที่รู้ดีก็คือนี่เขาก็รู้แล้วว่ามีกระท่อมปันสุข ถึงเวลาปั๊บก็มา อะไรอย่างนี้ นี่เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องของมนุษย์ มนุษย์ที่ติดหลักการ หลักวิชาของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติแล้วจะเป็นอย่างนี้ แล้วพวกเราก็ยิ่งทำไป มันจะค่อยๆ กว้างขวางขึ้น ที่นี้อย่างชาวอโศกเราก็ทำเต็มที่ ของเราไป อย่างไรเราก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว ก็อยู่เป็นสุข อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ รู้สึกไหมว่าที่อาตมาพูดนี้หรือว่าตั้งคำพวกนี้ขึ้นมา เราเพิ่มพูนการเสียสละ ตัวปลายเปิด รู้สึกไหมว่าเรามีลักษณะอย่างนั้นจริงๆ พยายามเพิ่มพูนการเสียสละ แต่มันก็เสียสละได้สูงสุดแล้ว ก็เพราะพวกเรามีแค่นี้ ก็มากก็มายหมุนเวียน เสียสละกันอยู่นี้ ถ้าคนในโลกหรือในสังคมใด มีคุณลักษณะแบบที่เราเป็นกันนี่ คุณคิดดูซิว่าสังคมจะเป็นยังไง อาตมาเคยพูดนะว่า อาตมาเกิดมาชาตินี้แล้วเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาพูดมาเปิดเผย มาอธิบาย มาทำให้เข้าใจกัน (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 660929 จุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือพ้นสุขพ้นทุกข์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก