ประชาธิปไตยที่ไม่มีการคุกคามคนเป็นเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.21 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยที่ไม่มีการคุกคามคนเป็นเช่นไร _หมอเขียว..สอดคล้องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าความสงบ ต้องสงบจากกิเลส ราคะโทสะ โมหะ พ่อครูก็ขยายเป็นสงบโดยมีองค์คุณ 5 อุเบกขา ตอนนี้เขาก็โจมตีต้องเผด็จการ เผด็จการแท้ๆจริงๆคือกิเลสในชีวิตตัวเองที่ข่มเหงชีวิตมาตลอดกาลนาน คือตัวการไม่ให้เกิดประชาธิปไตย ต้องกำจัดกิเลสตัวเองถึงจะมีประชาธิปไตยไม่ถูกข่มเหง พ่อครูว่า...นั่นเขาเข้าใจยาก เขาจะเข้าใจเผด็จการคือ ใครก็ตามไปแสดง ท่าที กดข่ม ข่มขี่ผู้อื่นจึงเรียกว่าเผด็จการ ความประพฤติของผู้บริหารประเทศโดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ที่ทำวันนี้ พวกเด็กๆประชาชนคุกคามพลเอกประยุทธ์ คุกคามด้วยวาจาท่าที ไม่รู้กี่ท่าทีลีลา คุกคามแม้กระทั่งลูกสาวของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วเขาก็บอกว่า พลเอกประยุทธ์คุกคามประชาชน นี่คือการใส่ความเป็นพวกหาเรื่อง เป็นพวกไม่รู้ความจริงในกรรมกิริยาของตัวเอง ว่ากระทำอย่างไร พูดอย่างหนึ่ง ว่าตัวเองนี่ เป็นผู้ถูกคุกคามแต่ความจริง ตัวเองเป็นผู้คุกคามเขาแต่ไม่รู้ตัวเอง นี่แหละคือคนอวิชชาคนไม่รู้ตัว ไม่รู้กรรมกิริยาของตัวเองได้ แต่พูดภาษาพล่อยๆ แล้วเขาก็ไม่รู้ตัว เขารู้เหมือนกัน เขาไม่ได้รุนแรง เขาไม่ได้คุกคาม ไม่ได้เอาอาวุธ ไม่ได้ไปตบตีไปต่อยอะไรนะ แต่เขาใช้วาจาท่าทีลีลาต่างๆข่ม อย่างนั้นอย่างนี้ บังคับ ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ไม่รู้ตัวว่าเขาใช้อำนาจบาตรใหญ่ในคำพูดที่เขาเสนอ เขาก็ไม่รู้ ทางด้านนี้ก็พยายามตอบสนองเท่าที่อนุโลมปฏิโลมได้ ที่ยังไม่ได้ พวกนี้ก็ไม่ได้ ก็ต้องให้เท่าที่ให้ได้ แต่พวกนี้จะเอามาก ลามไปถึงขั้นจะเขียนรัฐธรรมนูญเอง ปฏิรูปสถาบัน ถ้าปล่อยให้เขาทำ มันก็ต้องเปลี่ยนประเทศไป เป็นอีกระบอบหนึ่งเลย จะปล่อยให้ทำอย่างนั้นได้ยังไง เขาต้องป้องกันไว้ก่อนแล

อ่านต่อ

ะสัดส่วนที่พอเหมาะพอดี แล้วเขาก็ครอบงำประชาชนให้คล้อยตามความคิดของเขา ฟังดู ก็ว่า ไม่พยายามจะให้เขาทำ เขาเป็นตัวแทนประชาชนนะ ประชาชนจะให้ทำอย่างนี้ เขาก็โมเมว่า นี่เป็นความเห็นของประชาชน ปลดอันนี้เปลี่ยนอันนี้ต้องทำอันนี้ ทีนี้ ที่จะทำอันนี้ๆ มันอันไหนอย่างไรอย่างไร ผู้บริหาร ก็ประมาณแล้วว่า ถ้าเลยเถิดก็ไม่ได้ ก็ต้องต้านไว้ ไม่ทำตามอำเภอใจ เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรขนาดไหน มาพูดถึงตรงนี้แล้ว พวกนี้เขามีความคิดแบบโลกๆ แบบประชาธิปไตยก็เป็นประชาธิปไตยไม่เต็มเต็ง เป็นประชาธิปไตยขาเดียว คือ จะเอาแต่ประชาชนนี่แหละมาจากไหนไม่รู้ สร้างอำนาจมาได้ก็เป็นใหญ่เลยไม่มีที่ไปที่มา ไม่ได้สะสมบารมี ไม่มีตัวยืนยันอ้างอิง สะสมกรรมวิบากถ่ายทอดมาเป็นชาติๆ อย่างนี้ เขาก็ใช้ไม่ได้ พวกโลกีย์เทวนิยมพวกยุโรป ขนาดจะพูดด้วยกันเองก็ยังเข้าใจกันไม่ได้ง่ายๆ นับประสาอะไรกับเทวนิยมล้านเปอร์เซ็นต์ พวกที่มี Concept เป็นแบบขาเดียวเป็นแบบพระเจ้าตีไม่แตก 2 อันอย่างละเอียดลออ เขาจะเข้าใจไม่ได้เลยพูดอย่างไรเขาเข้าใจไม่ได้ พูดแล้วมันแปลว่าเขาโง่ ก็เขาโง่จริงๆ พูดได้ศัพท์ภาษา โง่คือ ไม่รู้จริงๆ ไม่ออกจากวนที่เขามีความรู้เท่านั้น เขาจะไม่รู้อันที่เมื่อพูดถึงโลกุตระธรรม สภาวะทั้งสองอย่างเมื่อเทียบกันแล้วอันนี้สะอาดบริสุทธิ์กว่า แต่อันโน้น มันมีตัวตน โลกียะมีตัวตน แต่โลกุตระนี้ 0 เลย เขาจะเข้าใจไม่ได้ เหลือแต่หนึ่งก็ยังเข้าใจไม่ได้เลย เขาเอง เขายึดที่ 1 แล้วเขาก็ไม่รู้ตัวเอง แล้วเขาก็ไม่เข้าใจว่าหนึ่งนั้นคือ ไม่ใช่ตัวเองด้วยซ้ำ จะว่าตัวเองก็ตัวเองอาศัย พูดให้เข้าใจ 0 แล้วเขาเหนื่อย ฉันก็หนึ่ง คือความไม่มีตัวตน ถ้าหนึ่งนั้นยังมีตัวตนอยู่ ถ้าเป็น 0 นี้ไม่มีตัวตนเลย ใช้พยัญชนะอธิบาย เขาก็ไม่รู้ เขาไม่รู้จักอนัตตา เขาเป็น 1 อย่างแข็ง ตีไม่แตกด้วย ขอพระพุทธเจ้านั้นตีแตกความเป็น 1 ให้เป็น 2 แล้วทำให้เหลือเป็น 1 เป็น 0 ได้ แล้วจะอนุโลมเป็น 2 อย่างไร ถ้าเป็น 3 4 5 แล้วไม่ได้ก็ไม่อนุโลม จะรู้สิ่งที่ควรที่ไม่ควรเป็นเรื่องสูงสุดแล้ว เรื่องของประชาธิปไตยที่เป็นของพระพุทธเจ้า อาตมาจึงว่าตายไม่ลง ต้องลากสังขารไป ให้คนไทยได้พิสูจน์ คนไทยทุกวันนี้ได้พิสูจน์ความเป็นประชาธิปไตย ก็ไปได้เรื่อยๆ เป็นการเมืองเป็นประชาธิปไตยก็ดี ความเป็นเศรษฐกิจที่เป็นสาธารณโภคีก็ดี จะต้องอธิบายยืนยัน มันไม่อยู่ในความคิดของเขาว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร คนมีของส่วนกลางแล้วไม่แย่งกัน ทุกคนไม่แย่งเลย ให้ผู้บริหาร บริหารไป ส่วนกลางไปเบิกบางทีก็ไม่ได้ แต่ก็ไม่ว่าอะไร ตัวเองไม่มีตัวตน เขานึกไม่ออก จะมาแย่งกันอย่างไรเพราะแต่ละคนต้องมีตัวกูของกูจะไม่มีตัวกูของกูได้อย่างไรก็คิดไม่ออก เขาไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ สู่แดนธรรม...เขาคิดว่าคงเป็นได้เฉพาะอโศก ไม่ขยายในวงกว้าง พ่อครูว่า...เขาคงคิดว่าได้เฉพาะพวกมันคงขยายไปไม่ได้ อาตมาจะลากสังขารไป เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ใช่เท่านี้หรอก จะขยายออกไปได้ว่านี้คือความรู้ชั้นดี คนจะค่อยๆตามมา ตามบารมีของเขา สู่แดนธรรม...ธรรมะนั้นได้หยั่งรากลงแล้ว พ่อครูว่า...เป็นรากของรากตาลเลย คนเคยเห็นรากตาลไหม ยาวดิ่งเลยนะ แกนกลางเหมือนเข็ม

630921_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน