610826_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ทำไมต้องตำหนิสมาธิหลับตา_.docx
เนื้อหาในไฟล์
610826_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ทำไมต้องตำหนิสมาธิหลับตา อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1DhMM9oUhmEC5z6Aw8bh1y-8Px92Xuhww80hzyoMw9Pc/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1q_zL9pHIbx7-F2x8vs5AlW182ztLroF6 สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เข้าพรรษามาได้ 1 เดือน ชีวิตเราได้เจอพระโพธิสัตว์ 2 องค์ถือเป็นโชคมาก พระโพธิสัตว์องค์หนึ่งก็ได้จากพวกเราไปแล้ว เราก็ยังอยู่กับพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่ง ที่ทำให้คนพัฒนาตนเองเป็นพระอาริยะตั้งแต่พระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามีจนเป็นอรหันต์ได้ ท่านบอกว่า สามารถทำได้ในกาละนี้ แล้วมาอยู่รวมกันเป็นชุมชน เป็นชุมชนที่รู้จักพอ รวมกลุ่มกันขาดทุนเพื่อสังคม ได้ทุกวันทุกเวลา ทำงานเอาเข้าหาตัวเองน้อย เอาเข้าส่วนตัวนะ ตามลำดับ ถ้าเขาได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ว่าหายไปแล้ว เขาจะรู้สึกเสียดายมากเลยถ้ารู้ความจริงว่าดีขนาดนี้หรือ ทำให้เกิดความมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้หรือ ยิ่งเขารู้สัจจะความจริง ก็จะเสียดายที่ไม่ได้มา ตอนพระพุทธเจ้าปรินิพพานคนก็เสียดายเสียใจกันมาก เสียดายอย่างไรก็ไม่คืนมา ไม่สามารถเอาพระพุทธเจ้าคืนมาได้ เช่นเดียวกัน หากพ่อครูตายไป คนจะเสียดายกันมาก ชาวอโศกที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมจริงจังจะเสียดายมาก คนที่ไม่ได้มาก็จะเสียดายมาก ตอนยังอยู่เรียกไปเถอะ ตอนตายทำเป็นร้องไห้ แค่เพชรแค่ทองเราหายไปก็ยังมีคนเสียดาย แต่นี่ยิ่งกว่ายอดเพชรยอดทองด้วย พ่อครูว่า...จะมีอย่างคุณว่าหรือ ลองตายดูดีไหม? สมณะฟ้าไทว่า...ถ้าพ่อครูตายแล้วฟื้นได้ก็น่าจะลองดูแต่ว่าฟื้นไม่ได้นี่ไม่เอาครับ พ่อครูว่า…SMS วันที่ 24 - 25 สค.
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน กินมื้อเดียวเป็นสมาธิจิต
อ่านต่อ
อย่างไร _4208มีคำถามถึงพ่อครูค่ะ ถ้าเราปฏิบัติศีลเคร่งขึ้น โดยเฉพาะกินมังสวิรัติและกินมื้อเดียวได้ เท่ากับเราได้เพิ่มอธิจิตเช่นกันใช่ไหมคะ จนจิตเรายิ่งสงบ ยิ่งหมดกิเลสเพราะการปฏิบัติศีลเคร่ง จนจิตเป็นสมาธิ นิ่ง สงบมากขึ้น หมายถึงสงบจากกิเลสค่ะ จิตจะคล่องแคล่ว ว่องไว รู้จักอนิจจัง รู้ความจางคลายของกิเลส จิตตัวนี้คือตัวปัญญาใช่หรือไม่ค่ะ พ่อครูว่า...นั่นแหละคือจิตคุณแข็งแรงขึ้น จิตยิ่งสงบ คือ ในขณะที่กินมังสวิรัติกินมื้อเดียว จิตก็ดิ้นไม่อยากกินเนื้อสัตว์ กินมื้อเดียวก็ไม่พอใจอยากจะกินมื้ออื่นอีกมันดิ้น จนกระทั่งมันไม่ดิ้นคือจิตเราสงบ จิตเรากินมังสวิรัติก็สบายไม่ดิ้น กินมื้อเดียวก็สบายไม่ดิ้น ยิ่งหมดกิเลส ทีนี้ รู้เลยว่า เราสามารถที่จะหยุดกินเนื้อสัตว์ กินมังสวิรัติได้ ไม่กินเนื้อสัตว์อีกแล้ว กินมื้อเดียวก็ไม่ได้กิน 2 มื้อ 3 มืออีกแล้ว ดูเลยว่าหมดกิเลสเพราะปฏิบัติศีลเคร่ง จนจิตเป็นสมาธิ จนจิตตั้งมั่น สมาธิแปลว่าจิตตั้งมั่นจิตเป็นเช่นนั้นอยู่ถาวรนิรันดร จิตมันไม่ดิ้นอย่างนั้น สงบอยู่อย่างนั้น มันอยู่กับโลกที่เขามีเนื้อสัตว์ เกี่ยวกับเนื้อสัตว์สัมผัสกับเนื้อสัตว์ ใครจะเอาเนื้อสัตว์มาโฆษณายั่วยุอย่างไร นิ่งสงบ ตั้งมั่นสงบ ใครจะกินกี่มื้อไม่กี่มื้อก็ช่างเขาเราจะกินมื้อเดียว คนอื่นกินหลายมื้อเห็นยั่วยวนหลอกล่อ เราก็สงบตั้งมั่น นิ่งสงบมากขึ้น หมายถึงสงบจากกิเลส ก็ใช่ ถ้าเรารู้จักกิเลสแล้วก็ทำให้กิเลสมันลดลงถาวรได้ไปเลยกิเลสมันดับสนิท อย่างยั่งยืนถาวรนิรันดรไปเลย นั่นแหละจิตจะคล่องแคล่วว่องไว แน่นอน จิตไม่มีกิเลสเข้ามากวนจิตจะเข้าคล่องว่องไวเร็ว มุทุภูตธาตุ ยิ่งคล่องแคล่วว่องไว สมาธิจิตของคุณ ไม่ใช่จิตที่หยุดนิ่งไม่ทำอะไร จิตที่ไม่คิดอะไรไม่ทำอะไร นั่นก็ถือว่าเป็นสมาธินั้นไม่ใช่ จิตเป็นสมาธิจะยิ่งแคล่วคล่อง เพราะจิตที่มันมีกิเลสเป็นอกุศลจิตมันหายไป มันไม่มีอำนาจในจิต จิตก็ยังเป็นอิสระเสรีแคล่วคล่องว่องไว รู้ความจางคลายของกิเลส จิตตัวนี้เป็นตัวปัญญา ใช่ไหม ถ้าเรามีจิตที่รู้ได้ว่ากิเลสที่มันขึ้นมานั้นเราทำให้มันไม่เที่ยงได้ มันเป็นตัวทำให้เราทุกข์ กิเลสมันหมดไปได้ไม่มีตัวตนมันเป็นอนัตตา มันหมดไปแล้ว หมดไปอย่างยั่งยืนถาวรด้วยคุณก็จะมีปัญญา จิตตัวนี้เป็นปัญญาเห็นสิ่งนั้นมันหมดไป
_3867วันนี้มีปาฐกถาลุงตู่ฯกบเข็ดกลียุคฯขออย่าคืนความทุกข์ให้ปชช.ในชาติด้วยความประมาทอำนาจนายใหญ่ ลี้ภัย?บทเรียนการเมืองข้ามชาตินำรัฐบาลนอมินีระบอบซุก หุ้นฯล้ม ..เผากรุงฯชาวนา แขวนคอฯชนวนไฟใต้ฯชนะทุกเกมมาหลายยุคคงไม่ทำให้คสช.มวลชนทุกสมัย ลืม? พ่อครูว่า...ใครจะลืมก็ลืมไปคนไม่ลืมก็ไม่ลืม
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน เมื่อทำความดีเราต้องลืมทุกสิ่งทุกอย่างหมดหรือไม่ _1614เมื่อทำความดี เราต้องลืมทุกสิ่งทุกอย่างหมด คือ ไม่เห็นแก่อะไรหมด นอกจากเห็นแก่ความดี #หอจดหมายเหตุพุทธทาส #BIA นอกจากเห็นแก่ความดี นี้ถ้าถูกตรง ควร เป็นอย่างไร พ่อครูว่า...ลืมไปหมดก็โง่สิ มันจะไม่มีอะไรเปรียบเทียบ จริงๆแล้วเรื่องความดีเป็นสมมติสัจจะความดีความชั่ว ความดีความชั่วเป็นเรื่องความไม่เที่ยงไม่แน่นอนอะไร เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมาเดี๋ยวก็ว่าอย่างนั้นดีเดี๋ยวว่าอย่างนั้นไม่ดีเปลี่ยนไปไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นถ้าสังคมมนุษย์มีความดี เราก็ทำไปสังคมเป็นแบบนี้ สังคมในยุคนี้เกิดมาใหม่ สังคมมันปรับเปลี่ยนอันนี้ไม่ดีมันเป็นชั่วก็ได้ ก็กลับไปกลับมาได้เป็นสมมติสัจจะ มันไม่เที่ยง แต่ไม่เที่ยงคือทำให้จิตที่เป็นอวิชชามันโง่ คือทำจิตของเราให้ไม่มีกิเลส นี่เป็นเป้าหมายหลักสำคัญที่เป็นความจริงปรมัตถ์สัจจะ กิเลสมันคืออกุศลจิต คนทุกคนมีทุกคน ศาสนาไหนเขาไม่เรียนก็เรื่องของเขา แต่ศาสนาพุทธนั้นเรียนเลย อาการของจิตที่มีกิเลส แล้วเรียนรู้วิธีกำจัดกิเลสนี้ให้ได้จริงๆ แล้วทำได้จริงๆด้วยศาสนาพุทธยืนยันได้อย่างถาวรยั่งยืน นี่คือพระพุทธเจ้าตรัสรู้อย่างนี้ แล้วทำสำเร็จ นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็สอนเรื่องนี้ คือเรื่องทุกข์ เหตุของความทุกข์นี่แหละมันเกิดอกุศลเกิดความไม่ดีก็ดับเหตุแห่งทุกข์ มันก็ไม่ทำให้เกิดความเป็นอกุศลอีกแล้ว มันจึงปลอดภัย พระพุทธเจ้าท่านจับหัวใจของมนุษยชาติได้ มนุษยชาติดับกิเลสได้แล้ว ดับกิเลสได้แล้วปัญญาจะเกิดไปรู้โลกรู้อัตตา รู้โลก คือโลกวิทู รู้โลกที่ปรุงแต่งกันเป็นธรรมะ 2 หยาบ กลาง ละเอียด แล้วก็รู้ตัวตน ดูของเราและของคนอื่นที่เขาจะมีกิเลสก็จะรู้ตามบารมี หรือว่ามีกิเลสไม่มีกิเลส เราก็ไม่ควรจะไปวุ่นวายอะไรกับมัน หรือเราเห็นว่าเราควรจะวุ่นกับเขา เพราะเห็นว่าจะช่วยเขาได้ก็ช่วย เราช่วยเขาไม่ได้ ก็แล้วไป เรามีโอกาสเราจะว่าอย่างนี้ดีก็ว่าไป มันไม่ดีมันมีอย่างอื่นอีก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ อาตมาพูดก็พูดด้วยเจตนาดี ไม่ได้มีเจตนาชั่ว เจตนาดีคือไม่ได้หวังร้ายต่อผู้ใด แม้จะกล่าวจะพูดที่ไม่ดีที่ผิด ก็ไม่ได้หวังร้ายต่อผู้ที่ไม่ดีไม่ได้หวังร้ายต่อผู้ที่ผิด ปรารถนาจะให้เขารู้ตัวคนที่ไปนับถือเป็นลูกศิษย์ลูกหาของคนที่ทำผิด เขาจะได้แก้ไข ถ้าไม่บอกเขาก็ยึดมั่นถือมั่นอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครกระตุกเขา ไม่มีใครไปเตือนเขาเลยไม่มีใครไปบอกเขาเลย มันก็ไม่รู้ ขนาดบอกแล้ว ก็ยังยึดมั่นถือมั่นก็ต้องบอกนะ เพราะว่าคนที่ยึดมั่นถือมั่นพระอาจารย์เขาเชื่อมั่น มันก็เลยต้องว่าแรงๆเป็นเรื่องจริง พระพุทธเจ้าต้องชื่อสิทธัตถะอาจารย์คนนี้ตั้งชื่อมั่น เพราะว่าจะมีคนที่หลงยึดมั่นถือมั่นเยอะ โดยเฉพาะตนเองยึดมั่นถือมั่นอย่างที่ผิดนั้น อาตมาก็กระตุก ตอนนี้อ.มั่นตายไปแล้วเตือนไม่ได้ แต่คนก็นับถือกันเยอะ อาตมาไม่มีสถิติว่าการยึดมั่นถือมั่นอาจารย์มั่นจะหายได้ไหม มีคนบอกอาตมาว่าอย่าไปติดอาจารย์มั่น พวกนี้ใครเป็นคนอโศกด้วย แม้จะอยู่ในหมู่บ้านอโศก ก็ยังไปติดอ.มั่น ทำไมอาตมาจะติไม่ได้ นอกจากกฎหมายห้ามไม่ให้ตำหนิแล้วต้องติดคุกก็ไม่ตำหนิ แต่อันนี้อาตมาตำหนิด้วยเจตนาดีก็ต้องทำ ก็เท่านั้นเอง สิ่งใดติไม่ได้ห้ามด้วยกฏหมายก็จำนน แต่ไม่ได้ห้ามด้วยกฏหมายก็อย่ามาห้ามเสียให้ยาก
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจดีอย่างชาวอโศก _ประสิทธิ์ โอวาทวงษ์ · ชาวอโศกเศรษฐกิจดี เพราะชาวชุมชนไม่มีสตางค์ พ่อครูว่า…ถ้าพูดแค่นั้นมันก็ไม่เต็ม คิดตื้นๆง่ายว่า ไม่มีสตางค์แล้วจะกินอะไร คำตอบก็คือกินสิ่งที่เราทำ ในแผ่นดินถิ่นฐานนี้เราก็ปลูกพืชพรรณธัญญาหาร เราไม่ต้องกินสัตว์เรากินแต่พืช เราก็สบายไม่ต้องไปหาสัตว์มากิน เรารู้มากกว่านั้นว่ากินสัตว์ไม่ดีเราก็เลิก ยังสบายๆ กินพืชก็พอแล้วชีวิตนี้ชัดเจนเราไม่มีปัญหา เราก็กินพืชปลูกพืชมากิน จนทุกวันนี้พืชพันธุ์ธัญญาหารของเราเหลือเฟือ มีมากเกิน แล้วชีวิตของเราก็อาศัยพืชพรรณธัญญาหารอยู่กันได้ตลอดตายแล้ว ถ่ายมาอีกเกิดมาอีกก็ยังมีกินได้อีก สบม.ธมด.ปกต.หห.จจ.มชยลล เราปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้วรู้จุดสำคัญของชีวิต จุดสำคัญที่ท่านสอนเราคือให้เป็นคนเลี้ยงง่าย เป็นคนบำรุงง่าย เป็นคนมักน้อย หรือกล้าจน เป็นคนบำรุงง่าย เป็นคนสันโดษ อยู่กับหมู่ฝูงมีอยู่มีกินพอ จิตของเราสันโดษ ไม่ได้หมายความว่าอยู่คนเดียว แต่คุณสมบัติของสันโดษยิ่งจะมีหมู่กลุ่มที่แน่นหนา อาจจะเป็นหมู่กลุ่มที่ไม่โต เพราะคนไม่สันโดษก็ไม่มา แต่รวมกันอย่างผูกพันแน่นหนา เอกีภาวะ เป็นการพิสูจน์คำตรัสพระพุทธเจ้า ว่า วรรณะ The Classes เป็นคุณสมบัติชั้นสูงของมนุษย์เป็นวรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เอาศีลของพระพุทธเจ้ามาจับก็เคร่งครัด มีศีลเหล่านั้นได้เป็นปกติ วันๆก็ขยันรู้จักพักรู้จักเพียรทำไม่เสียสุขภาพร่างกาย สุดยอดของคนเลย อาตมาภูมิใจ ที่ได้นำธรรมะพุทธเจ้ามาให้พวกเราปฏิบัติได้ผลจนเกิดกลุ่มชุมชนชาวอโศกในประเทศไทยอยู่หลายแห่ง เป็นคนมีวัฒนธรรม คนประพฤติอย่างนี้เป็นคนทำให้เศรษฐกิจดีไม่ทำให้สังคมเศรษฐกิจของประเทศแม้แต่เศรษฐกิจของโลกเสีย เพราะของเรายืนหยัดเป็นอย่างนี้แล้วก็แสดงว่า พวกเราก็เป็นสุขสบาย มาเป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ มีอยู่มีกิน ไม่ต้องแย่งชิงใคร ไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย สร้างสรรค์เผื่อแผ่ออกไป อะไรที่ควรทำออกไปก็สร้างไป ให้คนอื่นได้อาศัย ให้คนอื่นได้มาพักพิง อย่างที่เป็นนี่ คนอื่นได้มาอาศัยมากิน มาพักพิงพักผ่อน สุขสำราญเบิกบานใจ ตัวเองไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร อาตมายิ่งเห็นพวกเรามาจนนะ แต่เราก็เหลือ เราจนแต่เหลือ เราก็สามารถทำได้ อาตมาก็ยังไม่รู้เลย ของราชการเขาทำสาธารณูปโภค เช่นการสร้างถนน ก็บอกว่าเราสร้างให้นะ ก็ประมาณป่านนี้ก็ยังไม่มา เราก็บอกว่าเรามีเงินจะสร้างเองได้ไหม เขาก็บอกว่าสร้างก่อนเลย เราก็สร้าง ก็ไม่ได้ข่าวเลยว่า ของรัฐบาลจะมาหรือยัง เราก็สร้างไปได้พอสมควร ที่อาตมาให้งบฯไว้ก้อนหนึ่งสามล้าน ก็ทำได้ต่อ หากเขายังไม่มาอีกเราก็จะสร้างต่อไปเอง สร้างแถวนี้เสร็จก็จะไปสร้างที่อื่นต่ออีก เพราะว่ามันดี คนจีนเขาบอกว่าถ้ามาบริจาคสร้างถนนจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เขาถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลสูง เป็นสิ่งต้องใช้อาศัยในมนุษยชาติ เมื่อสร้างถนนเป็นคอนกรีตก็เดินขึ้นสบาย หน้าฝนถนนเละเทะมากหากเป็นดิน เราก็ทำให้ดีเป็นที่อาศัย อย่าว่าแต่ถนนเลย อะไรอื่นก็แล้วแต่ ใจเรานี่อาตมาว่าอาตมาใจใหญ่แต่เงินไม่อำนวย หากเงินมากกว่านี้ก็จะสร้าง เราเองเรามีน้ำใช้ ทุกวันนี้อโศกเราสุดยอดเลย น้ำที่ใช้อยู่ในเป็นน้ำธรรมชาติ กินได้อาบได้ น้ำในก๊อกเปิดออกมา จากบ่อน้ำซับ ที่ใช้กันอยู่ทั่วหมู่บ้าน เป็นน้ำแร่นะ ล้างส้วมก็เป็นน้ำแร่นะ อาตมาเคยคิดว่า อยากจะต่อท่อให้กุดระงุม เขาก็ไม่เอา เราเอาแรงงานมาสร้างสรรค์ ไม่ไปเต้นไปดีด ไปเสียพลังงานเสียแคลอรี่ เราใช้หมดแล้วไม่มีเสีย เราก็กินเท่านี้ใช้เท่านี้ ร่างกายเราก็มีแคลอรี่เท่านี้ มันก็ใช้ทำงาน สังขารร่างกาย อวัยวะต่างๆ ก็อยู่สมดุลสบายไม่อ้วนเกิน สังเกตชาวอโศกไม่มีใครอ้วนฉุ ไม่มีหรอก สันทัดคน หล่อทั้งนั้น ไม่มีอ้วนฉุฉะ ไม่มีผอมกระหร่อง ไม่มีอ้วนเป็นหมูตอนไก่ตอนไม่มี มันได้สัดส่วน ที่พูดนี้ เป็นเรื่องจริงไม่ใช่พูดเล่น เดี๋ยวนี้เป็นโรคสารพัดทั้งโรคอ้วนโรคผอม แต่ของเราไม่อ้วนไม่ผอมได้สันทัดคน นี่เป็นเรื่องจริง เราสร้างโฮ่งปัว เป็นโรงเรือนสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ใหญ่กว่าทุกหมู่บ้านที่ของรัฐบาลสร้างให้ เท่ากับโรงพยาบาลเล็กๆ แต่ยังไม่มีหมอ พวกเรายังไม่มีปัญญาจ้างหมอมา ถ้ามีหมอมาฟรีก็เอา เราก็มีพยาบาลอยู่บ้าง พยาบาลสมัครใจ ไม่เดือดร้อนเรื่องหมอ เราก็พยายามขอร้องหมอบ้าง หรือเอาคนไข้ไปหาหมอ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ไม่ได้ป่วยไข้อะไรเกินการ หากเป็นมากก็ไปโรงพยาบาลไม่เป็นมากก็อยู่ที่นี่ พวกเราไม่ค่อยป่วยไข้อะไรเท่าไหร่ ไปตรวจสอบเลยกับสังคมหมู่บ้านอื่น สุขภาพร่างกายของชาวหมู่บ้านเราดีกว่า
_หลำ มงคลอินทร์ · เป็นความสุขที่หายาก...ขอขอบคุณพ่อที่ทำบุญโปรดมวลมนุษย์ชาติ
_พรชัย จันทรสอน · สิกขมาตุหลายรูปพูดได้น่าฟัง เช่นท่านสิกขมาตุสัจฉิกตา,ท่านสิกขมาตุรินฟ้าและท่านสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน,กราบนมัสการ สาธุ
_สีดิน ลี · นักเรียนเรียนวิชาโลกุตระเต็มห้องที่ราชธานีอโศก หากเชคแต่ละพุทธสถานทั่วประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็กำลังฟังพ่อครูตามหน้าจอกันเยอะมาก และหากเชคตามบ้านญาติธรรมที่มีทั่วโลกก็มีมากเช่นกัน
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ถวายอาหารเนื้อสัตว์ให้พระเป็นบาปมิใช่บุญ _พันธุ์ พอเพียง · ก่อนละสังขาร อ.มั่น บอกว่า จะไม่ตายที่อุดร(บ้านผือ)ขอไปตายที่สกลฯ เหตุผลคือถ้าสิ้นที่อุดรสัตว์ที่เลี้ยงไว้จะถูกฆ่าในระหว่างงานศพ ส่วนที่สกลนั้น เขามีตลาดมีขายเนื้อเป็นปกติทุกวันอยู่แล้ว ท่านมหาบัวเล่าไว้ครับ ที่กระผมเล่าเรื่อง อ.มั่น ก็ไว้เป็นข้อมูลถวายพ่อครูไดัรู้จักภูมิของ อ.มั่น อีกมุมหนึ่ง ผมไม่วิเคราะห์น้ะครับ คิดลึกๆในใจเรื่อง ดีมานด์ ซัพพลาย์ การค้าขายเนื้อสัตว์ในช่วงจัดงานหนะครับ นมัสการครับ พ่อครูว่า…อ.มั่นที่สอนมา อ.มั่นมีความรู้ทางพระธรรมวินัย หมายความว่าอาจารย์มั่นให้กินเนื้อสัตว์ที่ไปซื้อตามตลาดได้ อย่าไปฆ่า อ.มั่นก็ยังกินเนื้อสัตว์ แต่ก็พูดว่าอย่าไปผิดกฎระเบียบพระวินัยที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ไม่ได้มีความรู้มากกว่านี้ไม่ได้หมายความว่าอาจารย์มั่นไม่ให้กินเนื้อสัตว์ ให้รู้ภูมิของอาจารย์มั่น อาจารย์มั่นซื่อตรงต่อพระธรรมวินัยตีความพระธรรมวินัยอย่างนี้ข้อนั้นว่า พูดถึงข้อที่ว่า เนื้อสัตว์ที่เอามาจากตลาดมากินมันบาปทั้งนั้น ทวนอีกเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในชีวกสูตร ฟังให้ดีนะ ท่านตรัสไว้ว่า เรื่องบาปไม่ใช่บุญเป็นอันมากเลย ห้าข้อ ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นบาปไม่ใช่บุญเป็นอันมากเลย เริ่มตั้งแต่ข้อที่ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 การนำเนื้อสัตว์มาถวายตถาคตและสาวกตถาคต มันเป็น อกัปปิยะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งเลย ใครก็ตามไม่ควรเลย จะเอาเนื้อสัตว์มาถวายพระพุทธเจ้าและสาวกพระพุทธเจ้า นี่แหละสุดยอด ถ้าเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้า คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เอาอาหารเนื้อสัตว์ไปถวายพระพุทธเจ้าและสาวกพุทธเจ้านั้น บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย เป็นชั้นๆไป รู้เสียบ้าง อย่าปึกหลาย โง่ไม่คืบคลาน โง่ไม่เปลี่ยนแปลง มีแต่โง่หนักยิ่งขึ้น จะไปไหวหรือ นี่คืออาตมาพยายามย้ำ ทำไมพูดเช่นนี้ การที่เราจะยังชีพด้วยพืช พอแล้ว ไม่เป็นพิษภัยไม่เป็นโรคไม่เป็นบาปอกุศลด้วย โดยรูปธรรมไม่มีอะไรขาดแคลนแล้ว คนอวิชชา หลงผิด กินเนื้อสัตว์กันทั่วโลก เมืองไทยเป็นเมืองที่มีพืชพรรณธัญญาหารบริบูรณ์มากกว่า ไม่จำเป็นจะต้องไปรบกวนให้มีบาป เป็นวิบากบาปอีกเลย กินแต่พืชพันธุ์ธัญญาหารก็สบายเพราะว่าเป็นแดนที่ดี ทีนี้ดินแดนตะวันตกปลูกพืชพรรณธัญญาหารไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าเมืองไทย เมืองไทยเป็นเมืองที่มีดินน้ำไฟลมแสงแดด อะไรต่างๆครบบริบูรณ์ตลอดเวลาเลย มีหน้าฝน ทำได้แม้แต่หน้าฝน หน้าฝนจะมากไปหน่อย แต่พอสมควรปานกลาง ร้อนจัดเกินไปไม่ดี หากเป็นหิมะจะปลูกอะไรไม่ได้เลย เป็นความจำนนของภูมิประเทศเขา ยิ่งไปขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ ไปหาพืชที่จะกินมันไม่มีก็ต้องกินเนื้อสัตว์ ใครจะไปอยู่ขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ก็ช่างศีรษะเขา คนที่มาเกิดในถิ่นที่ดีอุดมสมบูรณ์แล้วต้องฉลาดจะได้มีชีวิตที่ดี
_1614 ที่บอกว่าเผาบ้านเผาเมืองลืมๆซ่ะ มันลืมกันไม่ได้นะ ประวัติศาสตร์มันถูกบันทึกลงไปแล้วพร้อมๆกับซากปรักหักพังทางจิตวิญญาณของคนไทยผู้พบเห็นภาพหายนะนั้นๆบนแผ่นดินนี้ ที่ติดตาติดใจไปนานแสนนานชั่วกัลปาวสานเลยเชียวหละ
_1614 การ คบ เพื่อน ควรศีลเสมอกัน ไหมคะ
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ปฏิบัติธรรมต้องตั้งเป้าหมายหรือไม่ _1614 การปฎิบัติไม่ควรตั้งเป้าหมายว่าจะได้ อะไร ระดับ ไหน จริงแล้ว ควรมี Goal ถูกไหมคะ พ่อครูว่า..แน่นอนต้องมี goal จุดหมายเป้าหมาย แน่นอนต้องมี คุณไม่มีจุดหมายไม่มี Goal หากไม่มีก็สะเปะสะปะ ชาวอโศกมีจุดหมายมามีชีวิต ให้เป็นชีวิตที่ดีที่สุด ให้ชีวิตไม่มีกิเลส จนกระทั่งสามารถที่จะรู้ ถิ่นฐาน หลักปฏิบัติสังคมองค์รวมที่มี พฤติบท ปฏิบัติกัน พฤติบทคือมีการประพฤติ มีบทการศึกษา มีข้อจำกัด อย่างชาวอโศกมีข้อจำกัด เข้ามาอยู่ในชาวอโศกมีบทปฏิบัติ ที่เป็นพื้นฐานหลักคือ 1. มีศีล 5 2. ไม่มีอบายมุข 3. ไม่กินเนื้อสัตว์ เป็นต้น การปฏิบัติ มันค้านแย้งกัน ควรมีเป้าหมาย มี goal แต่ถ้าไม่ตั้งก็ไม่สะเปะสะปะ คำถามย้อนแย้งกันในตัว ตั้งเป้าหมายก็ต้องมีสิ แล้วควรตั้งสิ ไม่ใช่ไม่ควรตั้ง จะมาย้อนแย้งกันในตัว
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน การคบเพื่อน ควรศีลเสมอกันหรือไม่ _1614 การ คบ เพื่อน ควรศีลเสมอกัน ไหมคะ พ่อครูว่า..ศีลไม่เสมอกันหรอกแต่ท่านให้สมานกัน คนมีภูมิศีล 5 ก็อยู่ คนมีศีลสูงกว่าก็ถือศีล 5 ได้ คนไม่ไหวกดข่มก็ถือศีล 5 ก็ไม่สบาย แต่ถ้าถือศีล 8 ก็อยู่ได้สบาย ก็เคารพกัน คนนี้ถือศีล 5 8 10 จนเป็นนักบวช เป็นภิกษุภิกษุณีก็สามารถอยู่ร่วมกันเป็นศีลเสมอสมานกัน
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิของพระพุทธเจ้าคือจิตอย่างไร _1614 อยากจะทำสมาธิ แต่ไม่เข้าใจสมาธิ วิกฤตพระพุทธศาสนา พ่อครูว่า...ถูกต้อง พุทธศาสนานั้นมีวิกฤตปั่นป่วนแลอะเทอะไม่เข้าเรื่องเข้าราว แต่เขาว่าไม่วุ่นวายเพราะกำหราบไว้ กำหราบ 1.ด้วยวิธีบังคับ 2. ด้วยวิธีการตั้งคณะ ก็มีมากมายวิธี ก็พออยู่ได้เป็นไป แต่ที่จริงมันไม่สงบ ไม่ค่อยอยู่อย่างสบาย ต้องอยู่กันอย่างไม่มีกิเลสมากและไม่ต้องใช้แคลอรี่ไปบังคับควบคุมมัน อาจกดข่มบ้างหรือต้องศึกษาลดกิเลสนั้น ชาวอโศกอยู่ได้อย่างสบายเพราะมีกิเลสน้อย คนมีกิเลสมากจะอยู่ไม่ได้นานหรอกต้องดิ้นรนออกไป และไม่ง่ายที่จะเข้าใจสมาธิ สมาธินั้นมันสูงกว่าฌาน สมาธิ แปลว่าจิตตั้งมั่น จิตอะไรตั้งมั่น จิตที่ไม่มีกิเลสจิตที่ได้ทำลายกิเลสแล้วกลายเป็นจิตสะอาด จิตที่สะอาดก็ตกผลึกตั้งมั่น ขึ้นเป็นสมาธิ จะทำให้จิตไม่มีกิเลสก็ต้องทำ ฌาน ฌาน แปลว่าไฟ เป็นอุณหธาตุ มีฤทธิ์เดชเรียกด้วยศัพท์ว่า ไฟไปสลายราคะโทสะโมหะได้ ราคะโทสะโมหะ ก็เป็นพลังงานไฟ แต่ฌานเป็นพลังงานทำลายกิเลส ต้องสร้าง พลังงานที่เหนือกว่าราคะโทสะโมหะเรียกว่าพลังงาน ฌาน ให้มาเผาให้มาจัดการกับราคะโทสะโมหะได้ ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าสามารถทำอันนี้ได้ทำความเป็นฌาน ทีนี้มันนานๆมา ฌานแปลว่าเพ่งให้สงบ สมาธิแปลว่าเพ่งให้สงบ ก็เป็นความรู้แค่สะกดจิต สะกดจิตให้หยุดอยู่กับอะไรสักอย่าง บังคับให้มันหยุดๆๆๆ คำว่าสมาธิ คำว่าฌาน แปลว่าเพ่ง คนก็เลยยึดคำว่าฌานไปใช้ในภาษาอังกฤษว่า เพ่ง การเพ่ง ในภาษาของเขา สามัญคือ Concentrate เขาก็ศึกษาพวกนี้ ก็เป็นชาวอโศก แต่ไปอยู่ที่โน่นมีครอบครัว เขาก็รู้ภาษาอังกฤษภาษาไทย เขาเรียนทางนี้มามี talent ทางนี้ด้วย เขาก็ท้วงด้วยว่า ฌาน นี่นะ ไปแปลว่า meditation ก็เพ่ง แต่ของพุทธมี concentrate ไม่ใช่ meditation ที่แปลว่าการสะกดจิต แต่ Concentration ไม่ใช่การสะกดจิต คุณดูฟักข้าวสีแดงก็เพ่งแล้ว เป็นธรรมชาติก็เป็น Concentration เป็นแต่เพียงว่าผนึกให้มันมีพลังรวม แน่วแน่แน่นดี แล้วก็ปล่อยได้ง่าย ก็เสร็จกิจของมันก็สนใจอันอื่นต่อ ก็คือการรู้จัก เรียนให้จิตมันมี Concentration เรียกจิตที่เพ่งดีไม่สัดส่ายไม่มีอะไรกวนได้ดีมาก จิตอันนี้เป็นสมาธิที่ดี เป็น Concentration ที่ดี สามัญก็พูดกันเป็นปกติ ถ้าเอาใจใส่ ก็สามารถฝึกได้ดีขึ้น หากไม่จดจ่อมาก Concentration เขาก็ไม่เจริญไปตามประสา เขาก็ได้แค่นั้น Concentration ของเขา จะเอามาเป็นเรื่องราวให้มี Concentration ก็เลยมาเพ่งอยู่กับสิ่งเดียวไม่คิดอันอื่นให้เป็นชำนาญ กลายเป็นการศึกษาที่เขาเรียกว่าเป็นสมาธิ การเพ่งให้จิตสงบ ทีนี้คนอยู่ในโลกมันกวน ทำมาหากินแย่งชิงกันปรุงแต่ง คนก็เลยวุ่นวายมาก เพราะตนเองอยากได้ทำมาหากินมากเป็นลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมาก เต็มหูเต็มหัวไปหมด มันก็เลยวุ่นวายสงบไม่ได้ หยุดจิตฟุ้งซ่านไม่ได้ เพราะฉะนั้นในสังคมที่ไม่มีการศึกษา ก็มีแต่การปรุงแต่งเพื่อให้ได้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จัดจ้าน จัดการกับจิตไม่ได้จิตมันก็สะเปะสะปะไปมาก ที่ไหนก็แล้วแต่สงสารในโลกธรรม จิตจึงไม่สงบจิตจึงเมื่อย ก็เลยหาวิธีการทำให้จิตสงบ คนก็สามารถทำให้จิตพักจิตสงบ โดยไปจดจ้องกับอะไร เป็นการสะกดจิต hypnotize อาตมาตอนเป็นหนุ่มก็ไปผสมโรงกับเขา เราไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่เป็นแพทย์ เขามีสมาคมค้นคว้าทางจิต แพทย์เป็นส่วนใหญ่ เขาก็ไปศึกษาค้นคว้าว่า ของเขาเป็นวิทยาศาสตร์ การนั่งสมาธิเป็นการสะกดจิตหรือเปล่า ตอนนั้นอาตมาไม่ประสีประสาเท่าไหร่แต่ทุกวันนี้ชัดเจนว่าการนั่งหลับตาทำสมาธิเป็นการสะกดจิต 100% ไปจดจ้องอะไรให้มันหยุด เท่านั้นเอง ทำได้ก็สำเร็จ เป็นสมาธิ ทำได้เก่งไม่ต้องฟุ้งซ่าน จิตใจไม่ออกไปเลยนี่คือถือว่าเก่งก็ได้สงบอย่างนั้น แต่ทีนี้สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นไม่เป็นเช่นนั้น อันนี้เป็นอจินไตย เป็นเรื่องรู้อย่าง ฌานวิสัย สมาธิวิสัย สมาธิของพระพุทธเจ้าคือจิตตั้งมั่น สามารถที่จะไม่ให้จิต สัดส่าย มีธาตุจิต สำเร็จรวมเป็นจิตที่เป็นจุดจัดการ เจ้าของกิจการกับจิตได้อย่างเป็น มุทุภูตธาตุ เป็นธาตุที่ควบคุมได้อย่างไรไว้ให้เป็นหนึ่ง เป็นหนึ่งได้อย่างเล็กละเอียดอย่างสนิทเลย จนกระทั่ง 1 ที่ว่านี้คือ สะอาดจากจิตที่ไม่ต้องการ เรียกมันว่ากิเลส กิเลสเล็กกิเลสน้อยกิเลสใหญ่ไม่มี จึงเป็นจิตสะอาด จิตไม่มีกิเลสเลย นี่แหละเป็นหนึ่ง ปริสุทธา แม้แต่จิตที่สะอาดนี้จะไปเกี่ยวข้องกระทบกระแทกกระเทือนไปร่วมกับอะไรต่างๆนานาก็ยัง ปริโยทาตา เท่าไหร่ๆ จิตนี้ก็เป็นหนึ่งอยู่ เข้าไปร่วมทำด้วยคิดด้วยทำงานด้วยก็จัดการได้ ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่ง ฌานทั้ง 4 จัดการได้หมดเลยและรวมจิต มุทุ จิตมุทุภูตธาตุ จึงเป็นจิตที่ เร็วไวมีประสิทธิภาพสูง แล้วไปทำกรรมการงานก็ยังเป็น กัมมัญญา เข้าไปจัดการควบคุมกับกรรมที่ทำ จึงเป็นการกระทำที่มี อัญญธาตุหรืออัญญา ยอดปัญญานี่ ควบคุมกรรมการงาน การงานที่ทำนี้เป็นการงานที่ดีเหมาะควรวิเศษประเสริฐ เพราะไม่มีกิเลสมาปรุงแต่งร่วมไม่มีอกุศลจิตมาร่วมเลย แม้ทำงานแล้วจิตก็ยังประภัสสร ยังสะอาดผ่องแผ้วอยู่ตลอดกาลนาน นี่คือผลสำเร็จของพระพุทธเจ้าด้วยจิต ไม่จำเป็นต้องจดจ่อจดจ้อง แต่ปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติไปตามลำดับ ปฏิบัติสมาธิของพระพุทธเจ้านั้น ต้องมีศีลเป็นข้อกำหนด 1. เกี่ยวข้องกับสัตว์ คุณอยู่ในโลก คุณมีชีวิตอยู่กับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นคนด้วยกัน สัตว์ทั้งหลายมันก็อยู่ของมัน คุณไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับมันได้เลย ไม่ต้องเอามันมาใช้งาน ไม่ต้องเอามันมากิน ไม่ต้องเอามันมาเลี้ยง สัตว์มันก็อยู่ของมันไป นี่คือศาสนาพุทธ สัตว์มันอยู่อิสระเสรีของมันแล้ว มันเป็นไปตามธรรมชาติ มันจะจัดการของมัน เราไม่ต้องไปเกี่ยวข้อง ไม่ต้องไปฆ่าแกง ไม่ต้องไปเลี้ยง ไม่ต้องกลัวมันจะเต็มโลก มันจะจัดการของมันเอง ไม่ต้องไปเก่งกว่าธรรมชาติเขาหรอก ธรรมชาติเขาจ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive