สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน คนบริหารบ้านเมืองต้องเหนือกามเหนืออัตตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน คนบริหารบ้านเมืองต้องเหนือกามเหนืออัตตา การที่จะไปบริหารประเทศนั้น ต้องเป็นอาริยบุคคล หากไม่เป็นก็ไปยาก แม้ฆราวาสก็เป็นอาริยะได้ บางคนมีภูมิเก่า เจ้าตัวก็ไม่รู้ก็มีแต่ก็ต้องมาทำงานอะไรบางอย่างให้แก่โลก บางคนก็พอรู้ว่าตนมีภูมิธรรมนั้น ก็เป็นได้แต่แม้ไม่รู้ก็เป็นจริง จะต้องออกมาทำงานอย่างนั้นอย่างนี้ ตัวสองที่อาตมาย้ำไว้ในกวีนี้ก็คือ สองโจรคือ โลก กับ ธรรมะที่ถึงขั้นอัตตา เป็นจิตวิญญาณของบุคคล หากไม่เรียนรู้แก้ไขลดกิเลส ลดอัตตาตัวตนเพราะรู้โลก และเหตุที่ต้องวนเวียน เป็นลูกจ้างเป็นเบี้ยให้แก่ยักษ์มาร หรือเทวดาโลกีย์งมงาย เป็นเจ้าอำนาจ เจ้าฐานะทางโลกีย์ เช่นใครจะกล่าวนามก็ ทักษิณ เขาใช้อำนาจ ขนาดเป็นนักโทษแท้ๆ แล้วหนีคดีด้วยอยู่ต่างประเทศ ขรก.ระดับสูงก็ยังต้องไปคารวะเลย ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน มีอำนาจถึงขนาดนั้น มีอำนาจเงิน กับอำนาจทางอำนาจ ในเรื่องการเมืองหากนายทุนร่วมกับผู้มีอำนาจเช่นทหาร ถ้ารวมหัวกันเมื่อไหร่เสร็จเลย ประเทศก็ตกอยู่ใต้อำนาจเลย ต้องเป็นความจริง ผู้ไม่เป็นทาสโลกีย์อยู่เหนืออำนาจยศศักดิ์ เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน แพ้ได้ไม่เอาพลังโลกีย์มากดข่มเบ่งเลย ไม่ใช่อำนาจยศศักดิ์ แล้วก็ทำงานอย่างจริงใจ เป็นเรื่องลึกซึ้ง เป็นอำนาจของธรรมะเป็นธรรมาธิปไตย สูงด้วยธรรมะ เป็นธรรมคุณธรรม เช่นที่อาตมายืนยันว่า ความสงบสยบความรุนแรง เป็นอำนาจที่ลึกซึ้ง เป็นไปได้แล้วนี่คือพลังงานนามธรรมที่อธิบายยากมาก ต้องมีเหตุการณ์จริงที่เกิด อาตมาคงไม่พาคุณไปรบอย่างสงครามเกาหลีหรอก เอาความสงบสยบความเคลื่อนไหวแบบนั้นคงไม่พาไป ถ้าไปทำขนาดนั้นจะมีพลังต้านไหวไหมยังไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเหตุปัจจัยที่จะสยบได้ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ลึกลับ ไม่ใช่เรื่องตลกเหมือนเล่นกล ประหลาดๆ
อ่านต่อ
เช่นบอกว่าคุณยายจันทร์ปัดลูกระเบิดไปไม่ให้ตกที่เมืองไทย เลยไปตกที่ญี่ปุ่นอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ อุบาสิกาแก้ว รัตนอุบาสิกาใหญ่ เขายกย่อง เมืองไทยนี่รอดเพราะโยมจันทร์ปัดไม่ให้ปรมาณูตกที่เมืองไทย แต่เราไม่เชื่อเรื่องเมจิคอลเช่นนี้แต่เป็นสัจธรรมที่น่าชื่นใจน่าทึ่งจริงๆ ที่อาตมาได้พาพวกเราพิสูจน์กันก็เล่าให้คุณฟัง ก็ต้องมี อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ในฐานะอาตมาก็พอมี แต่เข้าใจได้ไปตามยุค แล้วไม่ใช่เวลาก็ว่าไป เป็นสัจจะโลกุตระ อาริยะแท้ ให้ทำอย่างถ่อมตนแท้ ดีไม่ดีก็ตายได้อย่างพระโมคคัลลานะ สมัยพระพุทธเจ้าผู้ช่วยกอบกู้ศาสนาก็ตายเยอะ แม้แต่สาวกรุ่นแรก ๖๐ รูปก็ตายหมดด้วยการทำงานเพื่อศาสนาไป ก็ปูด้วยชีวิตของผู้คน แต่ของเราก็ไม่กระไร เราก็มีวิบากแบบใช้ได้ ขยายธรรมะของพระพุทธเจ้าหลายนัยด้วยพิสดาร ก็ฝึกไขความเป็นโลกกับอัตตา ถ้าเห็นดีเห็นงามก็ต้องให้เกิดการศึกษาในประเทศที่จะเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่จะเรียนรู้โลกกับอัตตานี่แหละ ในพระไตรฯล. ๙ พรหมชาลสูตรเรียนรู้ลดละโลกกับอัตตา จนเป็นผู้มีธรรมาธิปไตย เหนือโลกเหนืออัตตาจริงจึงจะช่วยโลกได้จริง ฆราวาสทางโลกก็เป็นอาริยะทำงานร่วมกับนักบวชได้ แม้เป็นนักบวชหรือฆราวาสจึงมีสองลักษณะหรือวรรณะ คือกษัตริย์และพราหมณ์ ผลัดกันทำงานร่วมกันเด่น แต่ละอย่างๆ ที่จะทำงานขึ้นไปให้แก่โลก ยุคนี้บอกได้ว่า วรรณะกษัตริย์จะเด่น วรรณะพราหมณ์จะช่วยเหลือ ซึ่งจะค่อยๆเป็นไปเสมอ เป็นเรื่องลึกซึ้ง อย่างกษัตริย์กับพราหมณ์ ร่วมกัน กษัตริย์เป็นพฤติกรรมเอกช่วยสังคมแต่พราหมณ์เป็นครูสอนกษัตริย์ พราหมณ์เป็นนามธรรม แล้วก็ต้องช่วยกษัตริย์ได้ กษัตริย์เป็นรูปธรรม พราหมณ์เป็นนามธรรม ไม่ได้ริสยา แบ่งหน้าที่กันทำ คือหน้าที่จะช่วยโลกช่วยสังคม เหน็ดเหนื่อยด้วยกันทั้งคู่ เป็นสัจจะที่ธรรมดาๆ อาตมาก็กล่าวถึงบทกวีว่า ปีใหม่ไทยจะก้าวไกลกว่าเก่า ถ้า …
590101_ธรรมะภาคค่ำ ว.บบบ.ครั้งที่ ๔ พรปีใหม่ ๒๕๕๙