560823_ประท้วงการขึ้นราคา LPG ที่หน้าปตท_.docx

โฟลเดอร์_บทสรุปการชุมนุมNeoprotest2556-57
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์215 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

560823_ประท้วงการขึ้นราคา LPG ที่หน้าปตท.

กลุ่มเครือข่ายเพื่อผู้บริโภค และภาคประชาสังคมต่างๆ รวมตัวหน้าสำนักงานใหญ่บริษัท ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ค้านขึ้นราคา LPG พร้อมทั้งตั้งเวทีเวทีเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานและเรียกให้ตรวจราคาตุ้นทุนที่แท้จริง

วันนี้ ( 23 ส.ค. ) กลุ่มเครือข่ายเพื่อผู้บริโภค และกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนสังคมต่างๆ ทยอยมายังบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. พร้อมติดป้ายคัดค้านขึ้นราคาพลังงาน และเริ่มทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการ โดยตั้งเวทีเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานหยุดขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี ภาคครัวเรือน รวมทั้งขอให้ตรวจสอบต้นทุนราคาแก๊สแอลพีจีของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีกำหนดชุมนุมถึงเวลาประมาณ 21.00 น.วันนี้

ผู้บริหารปตท.ยกข้ออ้างว่าครัวเรือนซื้อก๊าซหุงต้มหรือ LPG ถูกกว่าปิโตรเคมี เพราะราคาจากโรงแยกก๊าซคือ 10.20บาท/ก.ก

ประชาชนไม่สนหรอกว่าราคาโรงแยกก๊าซเป็นเท่าไหร่ เขาสนว่าควักเงินออกจากกระเป๋ามาซื้อก๊าซหุงต้มคือกิโลกรัมละ 18.13บาท ถังละ300บาท

ส่วนซีอีโอ ปตท.ก็อ้างว่าปิโตรเคมีใช้แพงกว่าประชาชน เพราะราคาจากโรงแยกก๊าซที่ขายปิโตรเคมีคือ 16.20-17.30 บาท/ก.ก เมื่อรวมvat และกองทุนน้ำมัน ราคาที่ปิโตรเคมีซื้อจะอยู่ที่ 19.50บาท/ก.ก

แต่ที่คนควรสนใจ คือการที่ปตท.อ้างเอาภาษีมูลค่าเพิ่มจากfinal product มารวมในราคาLPG ที่ปิโตรเคมีซื้อเพื่อให้ดูมากขึ้น เป็นเรื่องจงใจโกหก เพราะความจริงคือ ภาษี vat ใครๆก็รู้ว่าจะถูกผลักมาให้ผู้บริโภคคนสุดท้าย ไม่ใช่ถูกผลักมาที่สินค้าสุดท้าย (final product) อย่างที่อ้าง

ส่วนกองทุนน้ำมันที่เก็บจากปิโตรเคมี 1บาทต่อกิโลกรัม ใน

อ่านต่อ

ที่สุดก็กลับเข้าไปที่กระเป๋าปตท.ผ่านการสร้างค่าใช้จ่ายต่างๆนาๆให้มากขึ้น เช่นมีค่าขนส่งก๊าซ LPG มาหักก่อนส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันและจะไปยากอะไร คนตัดสินใจอนุมัติการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ก็คนกันเองทั้งนั้น กองทุนน้ำมันควรเรียกว่าเป็น กองทุนประกันกำไรของปตท.จะถูกต้องที่สุด

ข้อมูลก่อนหน้านี้ของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ที่พิมพ์เอกสารเผยแพร่ 1ล้านฉบับ ระบุว่าปิโตรเคมีซื้อในราคา 22.30บาท/ก.ก เมื่อรวม vat และกองทุนน้ำมัน ราคาที่ขายปิโตรเคมีจะเป็น 24.93บาท/ก.ก

มาวันนี้ ซีอีโอ ปตท.ยอมรับว่า ซื้อในราคา 16.20-17.30 บาทต่อ กิโลกรัม ที่อ้งตัวเลข vat และ เงินกองทุนน้ำมัน ก็เป็นตัวเลขหลอกทั้งนั้น ตัวเลขจริงอยู่ที่ ไม่เกิน17.30บาทต่อ ก.ก (ซึ่งยังไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ เพราะขอเอกสารยืนยันการซื้อขาย คือใบ invoice ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้)

ดังนั้นที่กล่าวอ้างว่าปิโตรเคมีซื้อในราคา24.93บาท/ก.ก จึงเป็นราคาเทียม ราคาเท็จ เพื่อเอามาหลอกสังคมให้เชื่อว่าปิโตรเคมีใช้ LPG แพงกว่าภาคครัวเรือน กระทรวงพลังงานใช้งบประมาณแผ่นดินเผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างไม่กลัวเกรงความผิด ระวังจะถูกเช็คบิลย้อนหลัง

ลองอ่านข่าวที่แนบมาในย่อหน้าสุดท้าย จะเห็นได้ชัดเจนว่า ปตท.ยอมรับว่าก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศแบ่งให้ ครัวเรือนและขนส่งใช้แค่ 50% ส่วนที่เหลืออีก50%ป้อนให้ปิโตรเคมีใช้ โดยกล่าวอ้างความสำคัญของปิโตรเคมีว่าก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย อุตสาหกรรมชนิดอื่นล้วนแต่ไม่มีความสำคัญ ทำนองว่า อุตสาหกรรมอื่นถ้าอยากใช้ก็ต้องไปซื้อราคาLPG ตลาดโลกเอาเอง

ปัญหาเรื่องของเรื่องคืออีก50%ของก๊าซจากโรงแยกที่ปิโตรเคมีใช้เป็นราคาไม่เกิน 17.30บาท/ก.ก ในขณะที่ราคาLPGนำเข้า ปตท.อ้างในข่าวนี้ว่าไปไกลถึง 800เหรียญ/ตัน เท่ากับราคานำเข้าLPGอยู่ที่ 24บาท/ก.ก แต่ปิโตรเคมีซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาดโลก แต่ผลักอุตสาหกรรมอื่นที่ใช้ก๊าซ LPG น้อยกว่าปิโตรเคมีกว่า 3เท่า ไปใช้ราคาตลาดโลกที่ 30.13 บาท/ก.ก

ตอนนี้ก้าวที่กล้าของรัฐบาล กำลังไปไกลถึงกับจะผลักภาคครัวเรือนของคน65ล้านคนไปใช้ราคาตลาดโลกที่24.82 บาท/ก.ก ส่วนปิโตรเคมีจะเอ็นจอยกับราคาอุ้มชูจากนโยบายกระทรวงพลังงาน

ซีอีโอปตท.พูดปัดความรับผิดไปให้รัฐบาลเต็มๆว่า การขึ้นราคาก๊าซLPG เป็นนโยบายของรัฐบาล ไม่เกี่ยวอะไรกับ ปตท.

รัฐบาลมีหน้าที่ในการจัดสรรพลังงานให้กับครัวเรือน และประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก แต่กลับไปมีนโยบายจัดสรรให้ปิโตรเคมี ซึ่งเป็นธุรกิจเอกชนก่อนจนก่อให้เกิดการขาดแคลน แล้วมาขึ้นราคากับประชาชนนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักของกฎหมายที่ต้องคุ้มครองประชาชนก่อนธุรกิจของเอกชน

ธุรกิจปิโตรเคมีเป็นธุรกิจเอกชนเต็มตัว อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นธุรกิจที่แข่งขัน และยืนบนลำแข้งของตนเอง ไม่ควรได้รับการอุ้มชูจากรัฐบาลเหนือกว่าธุรกิจ และอุตสาหกรรมอื่น เพราะเป็นเรื่องที่ขัดกฎหมายในหลักความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติของหน่วยงานรัฐ

ยิ่งกว่านั้นการมีนโยบายที่เลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ปิโตรเคมี โดยผู้บริหารในกระทรวงพลังงานมีผลประโยชน์ได้เสียกับการเอื้อประโยชน์นั้น จะเข้าข่ายการทุจริตประพฤติมิชอบของผู้บริหารในกระทรวงพลังงาน

นโยบายที่ผิดนำไปสู่การมีคำสั่งให้ปฏิบัติที่ผิด ประชาชนก็มีสิทธิฟ้องเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ค่ะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน