สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กายคตาสติของพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.37 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กายคตาสติของพุทธ _ขอให้พ่อครูขยาย กายคตาสติ ของพุทธหน่อย พ่อครูว่า... กายคตาสติ เป็นคำที่ได้ยินกันบ่อยและมากแต่เป็นคำที่เข้าใจผิดกันเยอะเข้าใจถูกไม่ง่ายเลย กาย เขาอธิบายว่าแค่อิริยาบถทางกายการก้าวการเดินการย่าง เอี้ยวแขน ไกวขา คือกายวิญญัติ การเคลื่อนไหวภายนอกซึ่งแยกเป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ส่วนมโน ก็ต้องเป็นแรงเคลื่อนจึงจะเกิด กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ได้ กายคตาสติ อธิบายกันแค่ว่าเป็นการเคลื่อนไหวการเดินทาง การมีกิริยาอาการของกายกรรมเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้วมันต้องคำนึงถึงจิตเป็นหลัก จิตนี่แหละ เป็นตัวทำให้กายของเราเคลื่อน เพราะฉะนั้นเมื่อจิตของเราทำให้กายเราเคลื่อน แน่นอน คุณจะต้องให้กายเคลื่อน คุณยังไม่ตายก็ต้องมีคำกริยาให้ กายเคลื่อน แต่ที่จะต้องเรียนรู้เอาสติสัมปชัญญะมาตรวจสอบดูแลกายคตา การดำเนินไป ดูอะไร? ดูจิต การเคลื่อนไหวของจิตตัวไหนที่ไปบงการบัญชาให้กายมันเคลื่อนไปอย่างนั้นให้วจีมันเคลื่อนไปอย่างนั้น แล้วตัวที่มันบัญชาบงการมันมีผีแทรกอยู่ในตัวบงการไหม กายคตาสติไม่ใช่แค่ควบคุมกายภายนอกเท่านั้นมันเป็นการ กดข่มเท่านั้น เลยกลายเป็นว่าอยากให้กายมันเคลื่อน ก็แข็งๆช้าๆ การขาดสติคือทำให้หยุดนิ่งทำให้ช้า ก็เลย ก้าวหนอ ย่างหนอ จะย่างไปอีก หลายร้อยหลายหมื่นหลายชาติเลยเพราะมันไม่เจริญจริงมันเป็นสมถะ ดีไม่ดีก็ไปเอารายละเอียดที่ปลายเท้าแตะหนอ ส้นเท้าแตะหนอ กลางเท้าแตะหนอ ยกเท้าหนอ ไปอยู่ที่แก่นแกนสัมผัส ได้แต่สมถะ นาน อีก นานนนนนน ตามที่คุณเคลื่อน น่าสงสารจริงๆ ต้องเข้ามาหาจิต จิตที่ทำให้กายเคลื่อน มีสติสัมปชัญญะควบคุมการเคลื่อนของกาย ถ้าการควบคุมการเคลื่อนของกายยิ่งทำได้เร็วก็ยิ่งเจริญ ยิ่งทำได้ช้ายิ่งเสื่อม มันกลับกันเลย ผู้ที่

อ่านต่อ

เข้าใจถูกแล้วก็จะเก่ง การเคลื่อนไหวก็จะเร็ว มุทุภูตธาตุ กายกรรมคล่องแคล่วปราดเปรียว เป็นกายมุทุตา เป็นกายปาคุญญตา เป็นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว คล่องแคล่วถึงจิต เวทนา สัญญา สังขาร คล่องแคล่ว ออกมาเป็นกายสังขารวจีสังขารที่คล่องแคล่วปรุงแต่งเป็นวจีกรรมที่คล่องแคล่ว เร็วไว ไม่ใช่ไปช้า กายคตาสติจะต้องดึงให้ช้านั้นมันไม่ใช่ นี่คือยากที่จะเข้าใจ กายคตาสติคือการไปศึกษาจิตที่เข้าไปควบคุมกาย ไม่ใช่ไปควบคุมแต่กายภายนอกโดยไม่เข้าใจในจิตว่ามีกิเลสมาผสมหรือไม่ ต้องอย่าให้กิเลสเข้ามาผสมบงการกาย การเคลื่อนไหวของกายและวาจาดีมันมีกิเลสร่วมหรือไม่ ดังนี้ต่างหาก ถ้ามันมีกิเลสก็เอากิเลสออก ถ้ากิเลสออกหมดมันจะเคลื่อนไหวอย่างไรมันก็ยิ่งเร็วยิ่งคล่องแคล่วก็ทำกายให้คล่องแคล่ว มันไม่มีตัวผีอะไรไปผสมก็จะมีแต่ความชัดเจนเป็นความจริงที่ถูกต้องมันมีแต่ความดีงามมันจะยิ่งเร็วยิ่งเป็นการงานที่ดี กายกรรมเร็ว ก็ยิ่งดีมันไม่มีกิเลสมาผสมมันเป็นความบริสุทธิ์สะอาด กายกรรมก็สะอาดวจีกรรมก็สะอาดไม่มีกิเลสเป็นตัวบงการ มันก็มีแต่ความจริงความซื่อความตรงความถูกต้องตามที่ควรจะทำเป็นกายกรรมวจีกรรมทั้งนั้นออกไป จบ เห็นไหม นี่เป็นความลึกซึ้งของธรรมะพระพุทธเจ้าต้องฟังให้ดีฟังธรรมะให้ดี ไม่ได้ชมตนเองนะ แต่อธิบายธรรมะอย่างลึกซึ้งจริงๆ หากฟังไม่บริบูรณ์ ก็ไม่ได้รับความรู้ที่บริบูรณ์ ต้องพยายามคบสัตบุรุษบริบูรณ์ แล้วก็ฟังธรรมที่บริบูรณ์ก็จึงจะมีศรัทธามีความรู้ความเชื่อที่บริบูรณ์ แล้วถึงจะมาปฏิบัติธรรมใจในใจมนสิการโยนิโสได้ถ่องแท้ถูกต้องได้บริบูรณ์ ในอวิชชาสูตรว่าอย่างนั้น ถ้าตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าก็ถูกต้องถ้าไม่ตรงมันก็ไม่ครบไม่ถูกต้อง 620520_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 50

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน