ความลึกซึ้งของญาติปริวัตตังปหายะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.21 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ความลึกซึ้งของญาติปริวัตตังปหายะ _ต้อย น้อมนบ(คอลัมน์ 15 นาทีฯ) : ขอกราบเรียนถามพ่อท่านดังนี้ คำว่า ญาติปริวัตตังปหายะ มีความหมายอย่างไร แค่ไหนและทำไม ถ้าเราจะปฏิบัติธรรมให้สูงขึ้นเราต้องตัดญาติปริวัตตังคะ พ่อครูว่า…มันมีขั้นตอน การตัด ญาติปริวัตตัง ญาติปริวัตตัง ท่านแปลว่า การตัดรอบ หรือว่า ปหายะ แปลว่า การทำลาย ตัดทำลาย ในเรื่องการที่จะไปเกี่ยวเกาะ ปริวัติ ไปเกี่ยวเกาะกับญาติ เรื่องของญาติ เราจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยจะต้องมีการเกี่ยวข้องกัน จะต้องมีอะไรต่ออะไรพวกนี้..ตัด โดยปรมัตถ์ เอาปรมัตถ์เสียก่อน ก็คือการตัดการที่จะสืบสานสืบสาวที่จะมีญาติต่อไป การที่จะตัดความมีญาติต่อไปนั่นก็คือ อย่าไปมีลูก ถ้ามีลูกแล้วก็จะต้องมีหลาน มีเหลน มีโหลน มีหล่อนอะไรไปอีกมันก็จะเป็นญาติ เกิดบานตะโก้ไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น การตัดไม่ทำอันนี้นี่ มันก็คือเราก็จะต้องไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีลูกก็คือไม่เกี่ยวข้องกับเมถุน ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นคนคู่ มีอะไรพวกนี้นี่แหละ ในนัยสำคัญของมัน นี่คือปรมัตถ์ ทีนี้เรื่องของสมมุติ “ญาติ” ก็ต้องเกี่ยวข้องกันด้วยการต้องเลี้ยงดูกัน ต้องช่วยเหลือกัน จะต้องมีกรรมกิริยาทางกายวาจา โดยมีใจเป็นประธาน นับญาติ นับความเป็นจริง ญาติทางสายเลือด ญาติทางไม่ใช่สายเลือด แต่นับเนื่องกันเป็นผู้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกัน คำว่า “ญาติ” นี่คือการ พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้ อาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแก่ การเจ็บ การตาย เมื่อมาเป็นญาติกันก็คือ เกิดร่วมกันแล้วก็จะร่วมกันอาศัยช่วยเหลือกัน อยู่กินกัน การอยู่ การกิน การทำงานทำการ การอาศัยช่วยเหลือ ทั้งวัตถุ ทั้งแรงงาน ทั้งกิจการ ทั้งอะไรต่ออะไรต่างๆ นานา ก็ช่วยกันไปอย่างนั้น ที่เรียกว่า “ญาติ” ทีนี้ในนัยยะของ ความลึกซึ้ง

อ่านต่อ

อีกก็คือ ตัดงาน ตัดญาติ ที่จะเป็นงานที่เราจะต้องไปรับผิดชอบร่วมกันอันนั้นอันนี้น้อยลงๆ การตัดคำนี้ลึกซึ้ง ไม่ได้หมายความว่าการตัดโดย เป็นเรื่องของสมมุติอย่างเดียว เราตัดเรื่องสมมุติ แต่เรากลับจะเชื่อมโยงทางปรมัตถ์ เราตัดเรื่อง สมมุติ คืออะไร เราตัดเรื่องสมมุติก็คือ เราไม่รับผิดชอบในเรื่องการเงิน การทอง การเป็นวัตถุข้าวของ การที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลหามา ต่างคนต่างช่วยกันอะไรพวกนี้ เราไม่รับผิดชอบเราไม่เกี่ยวข้อง เราไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ ไม่ถือว่าเป็นงาน ที่เราจะต้องทำ ตามสมมุติ ตัดน้อยลงๆๆ แต่ เราจะเชื่อมโยงทางกรรม ทางการกระทำ ช่วยเหลือ ช่วยเหลือทางวัตถุน้อยลง แต่ช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ ทางความเกื้อกูลทางจิตวิญญาณ ช่วยเหลือแรงงานไม่ใช่วัตถุ ถ้าอยู่ในฐานะไม่มีความรู้ทางธรรมมากมาย ก็ช่วยเหลือทางแรงงาน มีความรู้ทางธรรมะก็เติมเข้าไปอีก ช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าไปทางธรรมะ แม้จะเป็นธรรมะโลกีย์ก็เอา ยิ่งธรรมะทางโลกุตระด้วย ก็ช่วยกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น การตัดญาติทางสมมุติทางโลกีย์ เราก็ลดลง ไม่รับผิดชอบในเรื่องของวัตถุลงไปเรื่อยๆ แต่ทางธรรมเราเนี่ย โดยเฉพาะทางโลกุตระด้วย จะต้องช่วยกันอย่างยิ่งขึ้นๆๆๆๆ ให้ได้รับ แล้วก็ไปด้วยกัน เป็นญาติธรรมไปจนกระทั่งตลอดเลย อย่างพวกเรานี่ เสร็จแล้วมาเป็นญาติกัน จนกระทั่งมาอยู่ร่วมกันมาสร้างสรร ทำการทำงาน ช่วยเหลือเกื้อกูลมีชีวิตดำเนินไป ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนตายจากกัน มันเป็นเรื่องละเอียดลออ มันไม่ต้องไปนับญาติทางสายเลือดเลย โลกุตระมันลึกซึ้ง.. เห็นไหม ดีไม่ดี รู้สึกไหมว่าเราสัมพันธ์เกี่ยวข้องสนิทกับญาติทางธรรมทางปรมัตถ์เป็นโลกุตระนี้ ยิ่งกว่าสายเลือด ใช่ไหม พอลึกซึ้งขึ้นจริงๆ มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เลย แต่เราก็รู้ว่าทางสายเลือดหรือว่าทางสมมุตินี่ เอาเถอะ ถึงอย่างไรเราก็ไม่ได้ตัดทิ้ง เราก็ช่วยเหลือตามควร เท่าที่จะช่วยได้ แต่ถ้าเผื่อว่าเรานึกถึงพฤติกรรมทางธรรม เขาเอง ถ้าเผื่อว่าไปช่วยเหลือแล้วเขาก็.. ถ้าช่วยทางวัตถุ เขาก็จะยิ่งจะไม่ดี เพราะเขาก็ช่วยตัวเขาเองได้ดีแล้ว พออยู่พอกิน ถ้าไปช่วยเขาอีก เขาก็จะโลภ โดยที่เราจะไปช่วยนี่ เราจะไม่เอาเปรียบ เราก็จะไปเติมให้เขาได้เพิ่มได้กำไร ได้เปรียบ ได้จำนวนมากขึ้น เขาก็ยิ่งตะกละๆๆ เราก็ไม่ต้องช่วยมาก ให้เขารู้สึกเหน็ด รู้สึกเหนื่อย รู้สึกทุกข์ รู้สึกลำบากบ้าง ถ้าเราสามารถมีธรรมะบอกเขา ให้เอาเปรียบเอารัดลดลงบ้าง แม้คุณจะทำงานขยันหมั่นเพียรมากขึ้น ก็ลดที่จะไปเอารายได้แลกเปลี่ยน ไปเอาเปรียบหรือว่าไปเอาที่จะได้เปรียบคนอื่น หัดเสียสละให้มากขึ้น ซึ่งเรื่องที่อาตมาพูดนี้พวกเราเข้าใจไม่ยากอะไรหรอก แล้วก็ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คำว่า “ญาติปริวัตตัง” มันทั้งทำลาย มันทั้งเหลือความเป็นญาติ ที่สุดท้ายเป็นญาติธรรม ที่อาตมาอธิบายไปแล้ว นี่ก็เป็นคำสรุป “ญาติปริวัตตัง” คำนี้เท่านั้น นี่ถามว่าอย่างไร.. อธิบายไปแล้ว แค่ไหน..ขนาดนี้ก็ไม่น้อยแล้วนะ ทำไม..ก็ต้องรู้สิว่าจะทำไม ถ้าไม่รู้ก็ทำไม่ถูก ทำไม่เป็น ถ้าเรารู้แล้วเราก็จะทำถูก ทำเป็น มันก็เป็นประโยชน์ทั้งตนและท่าน แล้วเราก็รู้ทำการช่วยเหลือกันอย่างนี้แล้วก็ตัด ตัดไป เหลือ ทำขนาดเท่าที่ควรไปที่จะให้เกิดประโยชน์ ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ดีที่สุด มันไม่ใช่เรื่องตื้นๆ จะพูดไปแล้วอาตมาอธิบายมา เอ้า..ผ่าน 660929 จุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือพ้นสุขพ้นทุกข์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน