18 บทที่ 11 ใจเพชร น 763-802.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 11 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “ จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ ” นี้เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวน การวิจัยแบบผสมผสาน ( Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิง ชาติพันธุ์วรรณนา ( Ethnography Research ) และการวิจัยเชิง ปฏิบัติการ ( Action Research ) ซึ่งมีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ ศึกษาประวัติศาสตร์ การแพทย์วิถีพุทธ จา กจดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538- 2558 ของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม ศึกษา รูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ วิเคราะห์องค์ประกอบ การ พัฒนาการ แพทย์วิถีพุทธ และ สร้างยุทธศาสตร์การ ขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เพื่อมวลมนุษยชาติ การวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยออกเป็น 3 ขอบเขต ดังนี้ คือ ขอบเขตเชิงเนื้อหา ขอบเขตเชิงพื้นที่ และขอบเขตเชิงประชากรผู้ให้ข้อมูลหลัก ขอบเขตเชิงเนื้อหา มีดังนี้ ศึกษาประวัติศาสตร์ การแพทย์ วิถีพุทธจากจดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538- 2558 รวมถึงเอกสารและสื่อต่าง ๆ ที่บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม ในประเด็น ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ การแพทย์วิถีพุทธ การบูรณาการองค์ความรู้ การแพทย์วิถีพุทธ และสุขภาวะของผู้ ใช้ การแพทย์วิถี พุทธ วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วย แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้าง สุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื้นบ้าน ทฤษ ฎี เ กี่ยวกับ สสาร กับ พลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั้วตรงกันข้าม รวมทั้ง แนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ศึก
อ่านต่อ
ษา รูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ โดยศึกษาข้อมูลจากจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ ในประเด็นการให้ความสำคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อ ตาม หลัก การแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็นจิต อาสา แพทย์วิถีพุทธ ความสำเร็จ ปัญหา และ อุปสรรค ในการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่นให้มีสุขภาวะที่ดี ตาม หลัก การแพทย์วิถีพุทธ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติเพื่อมวลมนุษยชาติ วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎี เกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะ ตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม โดยใช้การพรรณนาและใช้สถิตร้อยละในบางช่วง พัฒนาเป็นรูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถี พุทธ นานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ ศึกษาองค์ประกอบ การ พัฒนาการ แพทย์วิถีพุทธ และ สร้างยุทธศาสตร์การ ขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เพื่อมวลมนุษยชาติ ขอบเขตเชิงพื้นที่ คือ เครือข่าย แพทย์วิถีพุทธ ทั้งในและต่างประเทศ และมี ขอบเขตเชิงประชากรแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้ 1. จดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ คือ เอกสารและสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม ตั้งแต่ พ.ศ. 2538-255 8 ได้แก่ 1.1 หนังสือ วารสาร เอกสาร และ แผ่นพับที่ผู้เขียนจัดพิมพ์และสื่อต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ที่ผู้เขียนจัดทำเผยแพร่สู่สาธารณชน 1.2 หนังสือ วารสาร เอกสาร แผ่นพับ และ สื่อต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 ที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์วิถีพุทธ ที่องค์กร หน่วยงาน บุคคลต่าง ๆ จัดทำเผยแพร่สู่สาธารณชน 1.3 เอกสาร และ สื่อต่าง ๆ ที่บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของผู้ป่วยที่ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 2. จิตอาสาแพทย์วิถี พุทธนานาชาติพันธุ์ ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2538-2558 จำนวน 10 , 000 คน การสรุปและ อภิปราย ผลการวิจัย การ สรุปและ อภิปราย ผลการวิจัย ใช้การพรรณนา โดย วิเคราะห์สังเคราะห์เนื้อหาใน ประเด็นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ การแพทย์วิถีพุทธ การบูรณาการองค์ความรู้ การแพทย์ วิถีพุทธ และสุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ จากเอกสารและสื่อต่าง ๆ ด้วย แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนา สุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื้นบ้าน ทฤษฎีเ กี่ยวกับ สสาร และพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั้วตรงกันข้ามรวมทั้ง แนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ใช้ การพรรณนา โดยการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ นานาชาติพันธุ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสื่อสารออนไลน์หรือช่องทางอื่น ๆ ในประเด็น การให้ ความสำคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น หรือเทคนิคการดูแลสุขภาพแต่ละข้อ ตาม หลัก การแพทย์วิถีพุทธ แรงจูงใจในการมาเป็นจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ ความสำเร็จ ปัญหา และ อุปสรรค ในการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่นให้มีสุขภาวะที่ดี ตาม หลัก การแพทย์วิถีพุทธ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถี พุทธ นานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ ด้วยแนวคิดทฤษฎี เกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และ แนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม พัฒนาเป็นรูปแบบจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ และใช้การพรรณนา วิเคราะห์ องค์ประกอบ การ พัฒนาการ แพทย์วิถีพุทธ และ สร้างยุทธศาสตร์การ ขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เพื่อมวลมนุษยชาติ สรุปผลการวิจัย ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ การแพทย์วิถีพุทธ ปี พ.ศ. 2535 - 2538 ผู้วิจัยรับราชการที่โรงพยาบาลหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ซ ึ่ งใน ช่วงเวลา 3 ปี แรก ของการเริ่มรับราชการ ผู้วิจัยได้ใช้องค์ความรู้ด้านสุขภาพแผนปัจจุบันอย่างเต็มความสามารถ ในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน แต่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีปัญหาสุขภาพอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิ่งไปกว่านั้นปัญหากลับบานปลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโรคเรื้อรัง ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงขึ้น ศักยภาพในการพึ่งตนในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพน้อยลง ทำให้เริ่มชัดเจนว่าการดูแลสุขภาพแผนปัจจุบันช่วยลดหรือแก้ปัญหาได้บางส่วน แต่อีกหลายส่วนยังไม่สามารถลดหรือแก้ปัญหาได้ ผู้วิจัยจึงได้เริ่มแสวงหาความรู้เพิ่มเติม โดยศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและวิธีการดูแลสุขภาพแนว บุญนิยม จากการอ่านหนังสือและได้ไปอบรมการแพทย์พื้นบ้าน และกสิกรรมผสมผสาน ไร้สารพิษ การดำรงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงกับปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มพ่อผาย พ่อคำเดื่อง พ่อสุทธินันท์ จ ากนั้นจึงได้ศึกษาการดูแลสุขภาพแนวทางเลือกต่าง ๆ หลากหลายศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงการทำกสิกรรมไร้สารพิษและการดำรงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ผู้วิจัยได้ทดลองปฏิบัติตามหลักการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆ ควบคู่กับการปฏิบัติ พุทธ ธรรมแนวบุญนิยม ทำกสิกรรมไร้สารพิษและการดำรงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง โดยบูรณาการ ร่วมกับ ความรู้ด้านสมุนไพรที่ เรียนรู้ซึมซับมาจากบิดาตั้งแต่ผู้วิจัยยังเยาว์วัย พบว่า ทำให้ผู้วิจัย มีสุขภาพดีขึ้น จึงได้เผยแพร่องค์ความรู้ ดังกล่าว ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้านสุขภาพที่สนใจ ซึ่งพบว่าประชาชน สนใจมาใช้วิธีการดังกล่าวมากขึ้น และ ส่วนใหญ่ที่ใช้วิธีการดังกล่าวมีสุขภาพดีขึ้น จากประสบการณ์การลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและเก็บข้อมูลจากการช่วยเหลือผู้อื่น ผู้วิจัยได้บูรณาการมา เป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถี พุทธ โดย นำเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื้นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ . เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยมมาบริหารจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักธรรมของพุทธศาสนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุโดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้ และมีความยั่งยืน เมื่อพบข้อมูลว่า ประชาชนที่ใช้การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมส่วนใหญ่ มีสุขภาพที่ดีขึ้น จึงได้เผยแพร่องค์ความรู้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในวงกว้างมากขึ้น โดยไม่ คิด ค่าใช้จ่ายใด ๆ จนเกิดสโลแกน “ศูนย์บาทรักษาทุกโรค” และ “หมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวคุณเอง” เกิดการรวมตัวกันของผู้ที่ปฏิบัติตามแนวแพทย์วิถีธรรมที่มีสุขภาพดีขึ้น ที่ต้องการเสียสละช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้านสุขภาพมากขึ้น เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 , 2 , 3, 4 และ 5 และเกิดมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ตามลำดับ รวมทั้ง เกิดเครือข่ายย่อยทั้งในและต่างประเทศ ดำเนิน กิจกรรม พึ่งตนและ เผยแพร่องค์ความรู้และทักษะในการด ูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ (แพทย์วิถีธรรม) ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ 1. การจัดค่ายอบรมให้ความรู้ และ ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพพึ่งตนตามหลักการแพทย์วิถี พุทธ 1.1 ค่ายสุข ภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 3-7 วัน) จัดเดือนละ 1-2 ครั้ง มีผู้เข้าอบรมเฉลี่ยครั้งละ 200-300 คน จัดที่สวนป่านาบุญ 1- 5 และเครือข่ายแพทย์วิถี พุทธ ทั่วประเทศ 1 . 2 ค่ายสุข ภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 1 วัน ) มีผู้เข้าอบรมเฉลี่ยครั้งละ 200 คน จัดที่สวนป่านาบุญ 3, 4 , 5 และเครือข่ายแพทย์วิถี พุทธ ทั่วประเทศ 1 . 3 ค่ายแฟนพันธุ์แท้ เพื่อตามหาและสร้างจ ิตอาสาศูนย์บาท เสียสละทำงานฟรี ไม่รับเงินทอง แต่ทำประโยชน์เพื่อผองชนทำเพื่อผู้อื่น จัดปีละ 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมการอบรมเฉลี่ยครั้งละประมาณ 300 คน 1 . 4 ค่ายพระไตรปิฏก เพื่อเผยแพร่สัจธรรมในพระพุทธศาสนา เน้นฝึกฝนปฏิบัติ เข้มข้นลด ละ ล้างกิเลส และฆ่ากิเลส ฝึกรับประทานอาหารเพียงมื้อเดียว (อาหารไม่มีเนื้อสัตว์รสจืด) ฝึกฝนสมรรถนะและความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมพิเศษ เดินจาริกจาก สวนป่านาบุญ 4 (บ้านแดนสวรรค์) อำเภอธาตุพนม เพื่อไปสักการะพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม เป็นระยะทางทั้งสิ้น 23 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมการอบรมเฉลี่ย 300 ท่าน จั ดปีละ 2 ครั้ง ที่ สวนป่านาบุญ 1 หรือ สวนป่านาบุญ 4 ผู้วิจัยได ้ช่วยเหลือประชาชนที่มีความทุกข์ จากปัญหา สุขภาพกายและใจ ด้วยหลัก การแพทย์ วิถีพุทธ (แพทย์วิถีธรรม) สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง รวมแล้วจนถึงปัจจุบัน (ปี 255 8 ) สามารถช่วยคนได้กว่า 160,000 คน 2. การให้บริการความรู้ และ ข้อมูลแพทย์ วิถีพุทธ ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือ วารสาร แผ่นพับ แผ่นการ์ดต่าง ๆ ณ เดือนเมษายน พ.ศ. 2558 ผู้วิจัยได้เขียน และเผยแพร่ ผลงานสื่อสิ่งพิมพ์หนังสือด้านสุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ รวมแล้ว มียอดพิมพ์ 1 , 800 , 000 เล่ม นอกจากนี้ ยังได้จัดทำสื่อ ภาพและเสียงประเภท ดีวีดี วีซีดี และเอ็มพีสาม เช่น ค่ายสุขภาพ ค่ายแฟน พันธุ์แท้ ค่ายพระไตรปิฎก โยคะ กดจุดลมปราณ และ กายบริหาร ยา 9 เม็ด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สวดมนต์ ฝึกลมหายใจ กัวซา มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ เทคนิคทำใจให้ หายโรคเร็ว คนพอเพียง ความผาสุกที่แท้จริง ฯ ล ฯ จนถึงปัจจุบัน (ปี 255 8 ) รวมประมาณ 12 ,000 แผ่น 3. การให้บริการความรู้ และ ข้อมูลหลักการแพทย์ วิถีพุทธ และให้คำปรึกษาปัญหา สุขภาพรายบุคคลโดยตรง (ตัวต่อตัว) 4. การให้บริการความรู้ และ ข้อมูลแพทย์ วิถีพุทธ ผ่านสถานีโทรทัศน์ 4.1 สถานีโทรทัศน์บุญนิยมทีวี www.boonniyom.tv ใน รายการ “ สุขภาพดีกับแพทย์วิถี ธรรม ( หมอเขียว )” ออกอากาศเวลา 0 6.00- 0 7.00 น. ทุกวันพฤหัส บดี และ วันศุกร์ 4.2 สถานีโทรทัศน์หมอเขียวทีวีออนไลน์ 5. การให้บริการความรู้ และ ข้อมูลแพทย์ วิถีพุทธ ผ่านสถานีวิทยุ รับฟังรายการแพทย์วิถีธรรมทางอากาศ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์เวลา ทุ่มถึง 2 ทุ่มทางคลื่น 102.75 หล่ายแก้วเรดิโอ รับเชิญไปออกรายการวิทยุท้องถิ่น เช่น สถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดอำนาจเจริญ สถานีอำเภอป่าซางบ้านโฮ่ง เวียงหนองล่องจอมทอง จังหวัดลำพูน สถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม ฯ ล ฯ 6. การให้บริการความรู้ และ ข้อมูลแพทย์วิถีธรรม ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่เวป หมอเขียวดอทเน็ต www.mokeaw.net ซึ่งตั้งแต่ ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ( ปี 255 8 ) มีผู้เข้า ไปศึกษาสื่อทาง ระบบอินเตอร์เน็ต ขององค์กรแพทย์วิถีธรรมรวม กว่า 11 ล้านครั้ง 7. การให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ และ ข้อมูลทาง LINE 8 . ได้ รับเชิญออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ต่าง ๆ สารคดีธรรมชาติบำบัดพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ สีกองทัพบก ช่อง 7 สารคดี สุขภาพดี วิถีไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ เผยแพร่ทางสถานี วิทยุ โทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง 11 รายการสุขภาพดีด้วย 8 อ. “ สุขภาพแนวพึ่งตนแนวเศรษฐกิจพอเพียง ” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียม เพื่อมวลมนุษยชาติ “บุญนิยมทีวี” (เดิมชื่อ FMTV) รายการคน ค้นคน “ หมอเขียวศูนย์บาทรักษาทุกโรค ” เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ รายการมองโลก มองธรรม เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบุญนิยมทีวี รายการ เรื่องจร ิ งผ่านจอ เผยแพร่ทางสถานี วิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 5 รายการครูสร้างคน คนสร้างโลก ของ คุรุสภา ตอน “ หมอเขียว ” เยียวยาครอบครัวครู ซึ่ง ครอบค รัวครูดูแล โดย สกสค. เผยแพร่ทาง สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ สารคดี ทางนำชีวิต ตอน “ ธรรมะดับโรค ” เผยแพร่ทาง สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส 9. การจัดการความรู้ ทำวิจัย และพัฒนาด้านวิชาการ จัดตั้งกลุ่มวิชาการเพื่อศึกษาวิจัยการใช้การแพทย์วิถีธรรม ในการดูแลรักษา สุขภาพของประชาชน ซึ่งได้มีผู้สนใจเข้าร่วมทั้งหน่วยงานโรงพยาบาลของรัฐ สำนักสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล อสม. ร่วมกับภาคประชาชนที่เป็นจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธ ร่วมกับสำนักการแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการทำหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ เปิดหลักสูตร ผู้ประกอบการสังคม ความถนัดแพทย์วิถีธรรม ร่วมกับการศึกษานอกโรงเรียน จัดหลักสูตรการแพทย์วิถีธรรมให้นักเรียนการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ร่วมทำวิจัยกับโครงการกำลังใจในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการฟื้นฟูผู้ต้องขังหญิง ได้แก่ เรือนจำ กลาง นครพนม เรือนจำจังหวัดภูเก็ต และทัณฑสถานเปิด โคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์ ศรัทธาต่อการแพทย์วิถี พุทธ ศรัทธาต่อ การ แพทย์วิถี พุทธ ประเด็น ประสบการณ์และข้อคิดเห็นจากบุคคลต่าง ๆ ศรัทธาต่อ การ แพทย์วิถี พุทธ ประเด็นรางวัลและเกียรติบัตรต่าง ๆ ผู้ใช้หลักการแพทย์วิถี พุทธ ที่สามารถนำหลักการแพทย์ วิถีพุทธ ไปปฏิบัติได้อย่าง ต่อเนื่อง ได้ผลสุขภาพดีขึ้นทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา (จิตวิญญาณ) นั้น ผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ ล้วนแต่เป็นผู้มีความศรัทธาต่อการแพทย์วิถี พุทธ ใน 4 ด้าน คือ ศรัทธาต่อตัวผู้วิจัย เมื่อผู้วิจัยพากเพียรฝึกฝนปฏิบัติตามองค์ความรู้การแพทย์ วิถีพุทธ ที่ได้บูรณาการมาตามที่ นำเสนอในบทที่ 5 จนเกิดสภาพชีวิตพอเพียงเรียบง่าย ร่างกายแข็งแรง จิตใจดีงาม และจิตใจเป็นสุข แล้ว ซึ่งเป็นสภาพแห่งความเป็นพุทธบุตร เข้าใจและเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง จึงดำเนินการพัฒนาเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติต่อไป ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสเกี่ยวกับการพึ่งตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ในอัตตวรรคที่ 12 ศรัทธาต่อธรรมะหรือคุณธรรมที่ทรงไว้ หรือ ที่มีอยู่ในตัวของผู้วิจัย โดยเฉพาะความมีเมตตาธรรมและความเสียสละอย่างทุ่มโถม ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการเพียรช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ไม่หยุดหย่อน อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 20 ปี ทั้งในประเทศไทยและต่าง ประเทศ ศรัทธาต่อหลักเทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ไปปฏิบัติในการดูแลป้องกัน รักษา ฟื้นฟู และสร้างเสริมสุขภาพให้ทุเลาจากโรค หรือ อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เป็นการผ่าทางตันของระบบสุขภาพ ที่จะนำไปสู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน หรือสร้างเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรงได้จริง เห็นผลเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้จริง ผู้ใช้มีความสบาย เบากาย มีกำลัง มีความเป็นอยู่ที่ผาสุกขึ้นเจริญขึ้น 4) ศรัทธาต่อหมู่ กลุ่ม แพทย์วิถีพุทธ ที่เป็น มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เนื่องจากเป็น หมู่กลุ่มที่จะนำพาให้จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ แต่ละท่าน ที่มีความศรัทธาต่อหมู่กลุ่มอย่างบริสุทธิ์ใจ จริง ไปสู่เป้าหมายของความผาสุก สงบสันติสุข เพื่อมวลมนุษยชาติได้อย่างแท้จริง การบูรณาการองค์ความรู้ การแพทย์วิถีพุทธ มนุษยชาติทั่วโลกประสบกับภาวะปัญหาสุขภาพ 3 ประการหลัก ได้แก่ 1 ) ปริมาณผู้ป่วย ชนิดและความรุนแรงของความเจ็บป่วยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 2 ) ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น 3 ) ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพด้วยตนเองน้อยลง การบริหารจัดการองค์ความรู้และการดำเนินการที่มีอยู่ในระบบปกติ ช่วยลดปัญหาได้เพียงบางส่วน ยังมีปัญหาอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิ่งไปกว่านั้นกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ๆ ผู้ วิจัย จึง พัฒนาองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธขึ้น เพื่อสร้างสุขภาวะช่วยลดหรือแก้ปัญหาดังกล่าว และ วิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู้ โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลัก วิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื้นบ้าน ทฤษฎีสสารและพลังงาน และทฤษฎีขั้วตรงกันข้ามเชิงสุขภาพ พบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค หรือ อาการเจ็บป่วย ตามหลักแพทย์วิถีพุทธเกิดจาก 5 ประการใหญ่ ๆ ได้แก่ 1) ความร้อนเย็นไม่สมดุล ด้านวัตถุ 2) ทำบาป หรือ อกุศลกรรม 3) การ ไม่บำเพ็ญบุญกุศล 4) ความกลัว ความใจร้อน ความวิตกกังวล และ ความเศร้าหมอง และ 5) การคบมิตรที่ไม่ดี การอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ดี แบ่งเป็น สาเหตุความเจ็บป่วย 9 ข้อย่อย 1 ) อารมณ์เป็นพิษ 2 ) อาหารเป็นพิษและ ไม่สมดุล 3 ) พิษจากการไม่ออกกำลังกาย หรือการออกกำลังกายและอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง 4 ) พิษจาก มลพิษต่าง ๆ ในโลกเพิ่มมากขึ้น 5 ) พ ิษจากการสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า หรือ เครื่องอิเลคทรอนิค มากเกินความสมดุล 6 ) ไม่พึ่งตน ด้วยวิธีที่ประหยัดเรียบง่าย ในการลดความรุนแรงของพิษหรือระบายพิษออกจากร่างกาย 7 ) การเพียรการพักที่ไม่พอดี 8 ) บาป หรือ อกุศลกรรม 9) การบูรณาการองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ เกิดความเจ็บป่วยหรือกลุ่ม อาการ ร้อนเย็นไม่สมดุล 5 กลุ่ม อาการ ดังนี้ 1 ) กลุ่มอาการของ ภาวะร่างกายร้อนเกิน 2 ) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายเย็นเกิน 3 ) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายร้อน เกินและเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายที่มีสาเหตุเกิดจากร่างกายร้อนหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการเย็นเกิน ( เย็นหลอก ) 5 ) กลุ่มอาการของภาวะร่างกายที่มีสาเหตุเกิดจากร่างกายเย็นหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการร้อนเกิน ( ร้อนหลอก ) ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการปรับสมดุลร้อนเย็น ใช้เทคนิค 9 ข้อ ( ยา 9 เม็ด ) ตามหลักแพทย์วิถี พุทธ ดังนี้ 1) การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น 2) การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง) 3) การสวนล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูก สมดุล ร้อนเย็น (ดีท ็ อกซ์ ) 4) การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายในน้ำสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 5) การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 6) การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที่ถูกต้อง 7) การรับประทานอาหาร ปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 8) ใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญ บุญ กุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคม และ สิ่งแวดล้อมที่ดี 9) รู้เพียรรู้พักให้พอดี โดยเทคนิค (ยาเม็ด) ที่ 6-9 เป็นเทคนิคหลักที่มีผลต่อสุขภาพมากที่สุด จึงควรพากเพียรปฏิบัติให้ได้ดี ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเทคนิค (ยาเม็ด) ข้อ 1-5 นั้น เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมในการปรับสมดุลร้อนเย็นได้เป็นอย่างดี ให้เลือกปฏิบัติในข้อที่รู้สึก สุขสบายเบากายมีกำลัง ในปริมาณหรือ จำนวนครั้งเท่าที่รู้สึกสบาย ข้อใดที่ทำแล้ว รู้สึกไม่สบาย ไม่เบากายไม่มีกำลัง ก็ไม่ต้องทำ พระพุทธเจ้าตรัสว่า การใช้สิ่งที่ประหยัด หาได้ง่าย และไม่มีโทษ เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน การดับทุกข์ (จัตตาริสูตร) เมื่อใช้เทคนิคทั้ง 9 ข้อ ตามหลักการใช้สิ่งที่ประหยัด หาได้ง่าย และไม่มี โทษ ที่พระพุทธเจ้าทรงยืนยันเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดับทุกข์ เป็นวิธีหลักในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บป่วยที่ยังทุกข์ทรมานทนได้ยากทนได้ลำบากอยู่ หรือไม่แน่ใจว่าจะสามารถปรับสมดุลร้อนเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพจนชีวิตสามารถกำจัดโรคได้ ก็ให้ใช้ธรรมะตามที่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สัพเพธัมมานาลังอภินิเวสายะ” แปลว่า “ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ” ( สํ.สฬา. 18/ 96) แสดงให้เห็นว่า สิ่งใดที่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นจะไม่ทุกข์เป็นไม่มี สภาพดังกล่าวนั้นจึง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ที่จะใช้เฉพาะเทคนิค 9 ข้อ ( ยา 9 เม็ด ) อย่างเดียวเท่านั้น ก็ควรพิจารณาหาวิธีการในการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆ เสริมเติมเต็ม ซึ่ง การใช้วิธีในการดูแลสุขภาพแผนต่าง ๆ เสริมเติมเต็มนั้น ใช้หลักลางเนื้อชอบลางยา คือ เลือกใช้วิธีที่ทำแล้วรู้สึกสุขสบายเบากาย มีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง ถ้าใช้แล้วไม่สบายหนักตัวกำลังตกอ่อนเพลียก็ให้หยุดทำ หรือท่านที่ได้ใช้วิธีการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพตามแผนต่าง ๆ มาแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ ก็สามารถ ศึกษาทดลองใช้ เทคนิคการปรับ สมดุลร้อนเย็น ด้วยเทคนิค 9 ข้อ ( ยา 9 เม็ด ) ตามหลักแพทย์ วิถีพุทธ เสริมเติมเต็มหรือทดแทนตามความเหมาะสมของสภาพชีวิตผู้นั้น ๆ ได้ สำหรับท่าน ที ่ ประเมินสถานการณ์ความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ว่าวิธีการต่าง ๆ นั้นไม่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพดังกล่าวได้ ซ้ำยังเสี่ยงต่อความทุกข์ทรมานจากวิธีการใด ๆ ดังกล่าว แล้ว ต้องการวางร่างวางขันธ์ด้วยวิธีเทคนิค 9 ข้อ ( ยา 9 เม็ด ) ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียด ได้ ใน ภาคผนวก ฐ “การวางร่างวางขันธ์” โดย ใจเพชร กล้าจน การแพทย์วิถีพุทธ เป็นการดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคนทั่วไปทุกฐานะ ทุกอาชีพ ทุกชนชาติ ที่ต้องการเรียนรู้ฝึกฝนการดูแลสุขภาพ และเข้าถึงวิชชาแห่งพุทธะ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลสุขภาพกาย ใจ ในหมู่มิตรดี สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี ผล สุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ จากการศึกษา ประวัติศาสตร์ การแพทย์วิถีพุทธ จากจดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538- 2558 ของผู้ ป่วยที่ ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม ในประเด็น “ สุขภาวะของ ผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ” มี ขอบเขตด้านพื้นที ่ การศึกษา จาก จดหมายเหตุ คือ เอกสารบันทึกแบบต่าง ๆ อันได้แก่ 1) หนังสือและแผ่นพับต่าง ๆ ที่เผยแพร่เกี่ยวกับความรู้และหลัก การแพทย์วิถีพุทธ 2) งานวิจัยเกี่ยวกับ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม 3) แบบบันทึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การใช้ การแพทย์วิถีพุทธ 4) แบบบันทึกข้อมูลจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ หรือผู้ที่ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ 5) การสัมภาษณ์เชิงลึกจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การแพทย์วิถีพุทธ ที่บันทึกไว้ ในรูปของเอกสาร เอ็มพีสามและวิดีโอ 6) ใบสมัครและใบประเมินผลการอบรมค่ายสุขภาพ การแพทย์วิถีพุทธ 7) การสัมภาษณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลการดูแลสุขภาพผ่าน สื่อ ออนไลน์ทางเวปไซด์ ยูทูป เฟสบุ๊ค ไลน์ และสื่ออิเล็คทรอนิคแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538 -2558 ผลสุขภาวะของผู้ใช้แพทย์ วิถีพุทธ โดย เลือก สุ่ม อย่าง ง่าย และแบบเจาะจง จำนวนรวม ทั้งสิ้น 1,542 กรณีศึกษา สรุป สุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ทั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive