สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล ศิลปะ และภาวนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล ศิลปะ และภาวนา ทีนี้คำว่าศิลปะ ศีล ภาวนา มีความหมายอย่างไร สิปปังหรือศิลปะ เป็นมงคลอันอุดม พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าศิลปะเป็นมงคล มงคลแปลว่าสิ่งที่พานำไป งานที่เป็นศิลปะคือสิ่งที่จะนำพาไปสู่ที่สูง มงคลอันอุดมอันไปสู่ที่สูง อันอุตมะหรืออุตระที่เจริญเป็นโลกุตระ นั่นคือศิลปะ สิ่งที่ไม่เข้าข่ายพาไปโลกุตระไม่ใช่ศิลปะ แต่เป็นศิลเปรอะ ศิลปะคืออะไร ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ทั่วโลกเขาไม่รู้เรื่อง ทุกวันนี้แม้แต่ โมเมชั่นเอาอะไรมาก็ไม่รู้ มีทั้งสีสันวัตถุ เอาอะไรมาเป็นเทคนิค แล้วมายืนยันว่าเป็นศิลปะ แต่เนื้อแท้นั้นเป็นคนที่บริโภคงานคุณแล้ว เสพงานคุณแล้ว เขาเกิดมงคลอันอุดม จิตของเขาเกิดกิเลสมันไม่ใช่ศิลปะแล้วเอาอันนั้นอันนี้มาผสมผสานกันแล้วถูกยกย่องว่าเป็นศิลปินของโลกอีก ศิลปินแห่งชาติอีกก็ว่ากันไป อาตมาเห็นแล้วก็สงสาร อาตมานี่แหละศิลปินใหญ่ เอางานศิลปะของพระพุทธเจ้ามาสร้างมาถ่ายทอดมาสืบทอด เพื่อให้เป็นเรื่อง อุตมะ อุตระ ให้เกิดคนโลกุตระเกิดสิ่งที่เจริญ นี่แหละคือตัวศิลปินรู้ไว้เสียด้วย พูดเหมือนอหังการ์มันน่าอ้วกแตก ไม้ร่มว่า มีศิลปินที่ใหญ่กว่าพ่อท่านก็คือพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...โลกทั้งโลกเรียนดอกเตอร์ทางศิลปะแต่ไม่รู้ว่าศิลปะคืออะไร ปริญญาเอก ถวัลย์ดัชนีเป็นศิลปินดัง เอาสีสาดไปในกระดาษเขี่ยปั๊บๆ คนก็โง่ไปซื้อนึกว่างานศิลปินใหญ่ของโลก แวนก๊อก เขียนรูปดอกทานตะวันเหี่ยวๆรูปหนึ่ง ขายกันไปไม่รู้กี่ร้อยล้าน เขียนเก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ในห้องซื้อกันเป็นร้อยล้าน ส่วนมากเอาไปสะสมเพื่อประมูลเอาไว้ขาย คนโง่หลอกคนโง่ด้วยกัน คนที่รวยด้วยกันเป็นคนโง่ อาตมาสะดุดใจที่ทำไมอาตมาต้องไปเรียนศิลปะ ตอนนี้เข้าใจแล้วเพื่อจะเอามาเช็คหน้าศิลปินอาตมาเข้าใจแล้

อ่านต่อ

วว่าศิลปะคืออะไรยิ่งมาเจอคำสอนพระพุทธเจ้าอาตมายิ่งทะลุเลยชัดเจน จึงขอยืนยันว่า อาตมาคือยอดศิลปินมาด่าผู้ที่เป็นศิลปินที่ทำศิลปะพระพุทธเจ้าเลอะเทอะ ศีลคือหลักเกณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ตามลำดับพระพุทธเจ้าตรัสไว้ความเป็นลำดับ ศีลข้อที่ 1 ต้องรู้จักสัตว์แล้วอยู่ด้วยกันอย่างหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่แล้วทำให้ได้จริง โลกนี้จะสงบราบรื่น สัตว์ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว มันมาแทรกอยู่ในตัวคนกินตัวคนฆ่าตัวคนด้วย จึงต้องเรียนรู้เรื่องสัตว์ เรื่องเพศมันไม่เบียดเบียนใครไม่มีอะไรมากพี่จะนิยาม ดินน้ำไฟลมเป็นอุตุนิยามยิ่งไม่มีอะไรมาก นี่คือความรู้ของพระพุทธเจ้ารู้จักตั้งแต่สิ่งเล็กจนถึงสิ่งใหญ่รู้จักทั่วจักรวาลเลย ในนิยามชีวิต 5 นี้ ศีลข้อที่ 2 คือของของนั้นคือดินน้ำไฟลมกับพืช พวกไม่มีวิญญาณ แม้แต่พีชะก็ยังไม่มีวิญญาณไม่ถือเป็นวิบาก ไม่มีใครอธิบายละเอียดอย่างอาตมาหรอก ศีลข้อ 1 คือสัตว์ ศีลข้อ 2 คือพืชกับของ สิงคโปร์ 3 คือรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่คนไปโง่ ที่ไปรู้สึกมีอาการที่ 2 แต่ตีเทวะไม่ออกอยากจะได้ชอบ ไม่ได้ก็ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา ศีล 3 ข้อนี้จบเลยหมดโลก อธิบายหมดแล้ว แต่ว่ามันจบไม่ได้ตรงที่มันมีคนโง่อยู่

คำว่าภาวนา เขาแปลไปผิดเพี้ยนจนแปลไปว่าเป็นการท่องสวดมนต์ภาวนา พุทโธพุทโธ พุทโธภาวนา ไม่ใช่หรอก ภาวนาแปลว่าการเกิดผลจากการปฏิบัติ 1 ไปเข้าใจผิดว่าเป็นคำท่องบ่น 2 เข้าใจผิดว่าเป็นกรรมกิริยาไปนั่งสวดมนต์ก็เป็นภาวนา ภาวนาแปลว่าการเกิดผล ภาวนามัย มัยคือเกิดผลสำเร็จ สีลมัยคือมีหลักเกณฑ์ไปตามลำดับ ทานมัยคือทำเพื่อให้เกิดการเอาออกการให้ ให้ให้หมดให้หมดตัวหมดตนเหลือตัวเองเป็น 0 หมดเนื้อหมดตัวไม่มีตัวมีตน ก็เกิดผลภาวนามัย พูดว่าหมดเนื้อหมดตัวแล้วนุ่งห่มทำไม ก็เพื่อไม่ให้อุจาด ถ้ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจบแล้วก็ยังมีสิ่งที่ต้องอาศัย ไม่ได้หนักไม่ได้มาก น้อยก็พอ แต่มีพลังงานสร้างสรรมีความรู้เพื่อจัดทำเพื่อผู้อื่น คนเรียนรู้ธรรมะพุทธเจ้าแล้วกลายเป็นคนไม่สะสมไม่กักตุนไม่กอบโกยแต่มีความขยันสร้างให้มากจึงเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง เป็นผู้ที่สร้างให้แก่โลก ตนเองอาศัยกินอาศัยใช้น้อย เมื่อมารวมตัวกันเข้าก็เป็นพวกนักเศรษฐกิจชั้นสูง ชาวอโศก สร้างสรรได้มากแล้วก็สะพัดออกตัวเองกินน้อยใช้น้อย ก็เป็นคนช่วยโลกไป นี่คือนักเศรษฐกิจมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่เยี่ยมยอด สำเร็จแล้วประสบผลสำเร็จจบแล้วเรื่องเศรษฐศาสตร์ เพราะฉะนั้นชาวอโศกเรานี้มีเศรษฐกิจในระดับขั้นสาธารณโภคีสูงสุดแล้ว ประเทศไหนก็ทำไม่ได้เหมือนชาวอโศก เศรษฐกิจแบบนี้ สาธารณโภคี ถ้าสมมุติว่าชาวอโศกนี้ เป็นรัฐรัฐหนึ่งประเทศหนึ่ง คนในรัฐนี้ทำงานเสียภาษีให้รัฐ 100% จะมีรัฐไหนประเทศไหนทำได้ นี่รัฐอโศกทำได้ ประเทศอโศกทำได้แต่ไม่ได้คิดจะแยกเป็นประเทศเป็นรัฐนะ อย่างทักษิณสามารถไปซื้อ อะไรได้เขามีเงิน อาตมาไม่ได้สะสมเงินทอง ไปก็ไม่มีที่อยู่เหมือนโรฮิงญา ถ้าขืนออกไป สรุปแล้วภาวนาคือการเกิดผล เกิดผล ในการปฏิบัติเป็นโลกุตระ โลกุตระคือจิตที่จะเกิดผลสูงสุด จิตที่เป็นโลกุตรธรรม จิตที่เป็นโลกุตรจิต เป็นภาษาบัญญัติคำว่าโลกุตระคือ อยู่กับโลกเขาแต่ลอยตัวเหนือโลกได้โดยที่กระทบสัมผัสกับโลกเขาแล้วไม่ไปเบียดเบียนกับโลก ไม่เป็นโทษเป็นภัยกับเรา มีแต่ช่วยโลกได้ นี่คือความรับผิดชอบของพระพุทธเจ้า สอนให้คนเป็นแบบนี้ เมื่อมีคนแบบนี้มากๆขึ้นสังคมก็เจริญมีแต่คนไม่เบียดเบียนไม่เป็นโทษเป็นภัยกับใคร มีแต่คุณค่าประโยชน์ สรุปรวมภาษาเรียกว่าสัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ไม่ทำอะไรที่เป็นบาปเวรภัยเลย กุสลัสสูปสัมปทา กรรมการกระทำที่มีอยู่เป็นกุศล เพราะฆ่าตัวบาปอกุศลตายไปจนไม่เกิดในจิตเรา ทำให้จิตเราสะอาดได้ สจิตตะปริโยทะปะนัง จึงมีแต่กรรมกับกาละที่เป็นประโยชน์เป็นกุศลตลอด หากตายแล้วจะตาย 0 ก็ได้หรือจะตายไม่สูญก็ได้ อาตมาไม่ยอมตายสูญ แต่ไปแล้วจะเกิดมาเพื่อทำงานรับใช้ปวงชน เกิดมาเพื่อให้เก่งให้รู้ให้ดีงามให้ประเสริฐสูงสุดขึ้นไปอีกเท่าที่ควรจะเป็นได้ มีตัวอย่างแล้วพระพุทธเจ้าเป็นได้ เกิดมาเป็นอัตภาพที่ดี แล้วจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน หากยังไม่ถึงก็ยังไม่ยอม เราไม่ได้ทำโทษภัยเบียดเบียนข่มขี่ใคร อาตมาพูดนี้แล้วฟังแล้วเหมือนลงโทษ แต่ไม่อยากให้เขาทำชั่วทำบาปต่ออาตมาคิดผิดหรือ ถ้าอาตมาไม่ได้พูดแต่อาตมาทำด้วยทั้งพูดและพาทำ พยายามปิดกั้นไม่ให้คนทำบาปต่อ แต่ไปบังคับใครไม่ได้ใครจะมาทำก็ทำด้วยความสมัครใจเอง ใครไม่มาก็ศีรษะใครศีรษะมัน เขาไม่มาก็ไม่ได้ไปบังคับ ให้อิสระเสรีภาพทุกคน ใครจะมาก็มาเราก็เต็มใจให้ ดีไม่ดีพูดไปแรงโดนด่าก็ไม่ว่า สรุปแล้วภาวนาคือการเกิดผลจากการเรียนรู้ ศีล ด้วยการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของศีลและให้เกิดผลของจิตใจ เกิดความละกิเลสได้ไปเรื่อยๆก็เป็นภาวนามัย เช่น ทาน ศีล ภาวนา คุณทำทานเป็นแต่เปลือก แต่ภายนอกแต่ใจทำไม่เป็น ผลของส่วนที่ใจไม่เกิด กายคุณให้แต่ใจคุณไม่ให้ นอกจากกายให้แล้วแต่ใจไม่ให้ ยังตั้งใจเอากลับมามากกว่าเดิม กูจะขอคืนล้านหนึ่งแสนล้าน ใจก็เป็นอันทำ จึงเป็นความพยาบาทจองเวรที่จะเอาคืน จิตของคุณก็เป็นอย่างนี้ เทพเจ้าถึงสอนว่าทานแล้วอย่าไปตั้งจิตอะไรต่อ มันจะเป็นภพชาติ สาเปกโข สอนกันว่าทานแล้วจะมีสวรรค์ แต่มันเป็นสวรรค์เก๊ สอนให้ถึงโลกุตระบ้างสิ สอนแต่งในโลกียมันก็วนอยู่อย่างนั้น เขาบอกว่าไม่มีทางจะรู้โลกุตระหรอก อาตมาก็ต้องมาสอนโลกุตตระอย่างนี้ ใครจะว่าจะมาพูดแรง ขนาดพูดแรงก็ยังไม่ร่วงเลย ยังไม่เกิดรอยระแหงเลย

ทุกอย่างในโลกนี้อยู่ที่เทวอยู่ที่ธรรมะ 2 ถ้าหากจับธรรมะ 2 ได้แล้ว จับเนื้อจับตัวได้ตั้งแต่หยาบกลางละเอียด ตั้งแต่ภายนอกเป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควร เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี ในภายนอกรู้ได้ง่ายกว่าภายใน ในจิตนั้นเป็นกุศลอกุศล อกุศลเอาออกก่อน ดีล่ะ แม้แต่กุศลก็ไม่เอา ศาสนาพระพุทธเจ้าคุณจะยังมีกรรมกิริยา หรือภาวะ ยังมีผลจากกรรมกิริยาคุณก็เอาแต่สิ่งที่ดีไว้ จนจิตคุณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง สัมผัสดูแล้วอะไรดีหรือไม่ดีควรหรือไม่ควรก็เอาแต่สิ่งที่ดีสิ่งที่ควร พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เป็นพระอรหันต์อย่างนี้ อาตมาได้อรหันต์มาไม่น้อย ในพวกเราอาตมาไม่อยากบอกว่าใครเป็นอรหันต์บ้าง อรหันต์ในพวกเรามีไม่น้อย แต่เขาเข้าใจไม่ได้เพราะไปเข้าใจอรหันต์เดาอรหันต์เก๊ อาตมาตีแรงบอกอย่าไปงมงายกับอรหันต์เก๊ อรหันต์เดา บอกว่าเป็นอรหันต์เขาก็ว่าบอกไม่ได้ แล้วอรหันต์เป็นอย่างไรเขาก็เดาเอาทั้งนั้น ไม่รู้จะโง่ไปถึงไหน นี่มาให้ฉลาดให้รู้ว่าอรหันต์จริงเป็นอย่างนี้ ปฏิบัติแล้วจะเบากายเบาใจทุกอย่าง เลิกทุจริตทุกอย่างได้ แล้วเราจะมีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษย์โลกด้วยไม่บาป นี่ยังไม่ได้เข้าสู่การเมืองเลย 611118_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีเทวะให้แตกแยกทักษิณกับพล.อ.ประยุทธ์ให้ออก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน