อนุสัยกับพลังงานบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อนุสัยกับพลังงานบุญ _2. อนุสัย ไม่ต้องอาศัยพลังงานบุญแล้ว แล้วจะละได้อย่างไร พ่อครูว่า…อนุสัยเป็นเรื่องลึกซึ้งมากเลย อนุ กับ สยะ สยะ คือตัวเรา ตัวตนของเรานี่มันมีสิ่งที่เล็กๆ อนุ อณู เป็นพลังงานเล็กๆที่ติดอยู่กับตัวเรา จะว่าเล็กหรือละเอียดก็ได้ ที่คนจะรู้มันได้ยาก เมื่อมันเป็นลักษณะของกิเลส กิเลส หยาบ กลาง ละเอียด ที่ละเอียดเรียกอนุสัย เป็นตัวปลาย ทีนี้เมื่อหมดกิเลสแล้ว หมดอนุสัยแล้ว แต่เรายังมีสยะ อณูของสยะ อาศัย ในชีวิตที่เรายังไม่ตาย อันนี้แหละ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครจะพูดกันเท่าไหร่ แต่อาตมาจะพยายามพูด เพราะมันเป็นเรื่องมีจริงที่มนุษย์จะต้องอยู่ เพราะว่าสิ่งที่ต้องอาศัยเป็น อนุสยะ ผู้ที่ไม่ได้ศึกษา ก็ไม่สามารถที่จะอาศัยขั้นนี้ได้ ขั้นอนุสยะ ก็ได้แต่อาศัย ตัวตน ที่มีกิเลส หยาบ กลาง ที่เหลือน้อยละเอียดนั้น ไม่มีทางเข้าถึงไม่มีทางทำได้ เพราะหยาบคุณก็ไม่ได้เรียนรู้ หยาบคุณล้างแล้ว เหลือกลางกับอนุสยะ ก็เรียนรู้ตามต่อ ขนาดกลาง เรียกปริยุฏฐานกิเลส กิเลสต้นทำล่วงไปแล้วเรียกวีติกมกิเลส วีติกมะ แปลว่าล่วงพ้นไปแล้ว ผู้ที่สามารถเป็นผู้ที่มีกิเลสเหลือ เรียกว่า ปริยุฏฐาน คือกิเลสที่เหลือ ก็จะเป็นพระโสดาบันเป็นอย่างน้อย ก็ล้างกิเลสที่เหลือต่อ ปัญญา ของพระโสดาบันข้อที่ 1 ที่บอกว่า พระโสดาบันมีปัญญาคือ รู้จักปริยุฏฐานกิเลส เพราะได้รู้จักกิเลสเบื้องต้นแล้วทำล่วงผ่านไปแล้ว คือวีติกมกิเลส จึงมีปัญญารู้จักสภาพนี้ ถ้าไม่ใช่โสดาบันไม่มีสิทธิ์ที่จะไปรู้จักปริยุฏฐานกิเลส เพราะกิเลสหยาบมันคลุมไปหมด คนไปนั่งหลับตาดับกิเลสตัวปลาย ซึ่งมันเป็นโมฆะไม่ได้เรื่องอะไร นั่งหลับตาแล้วเข้าไปทำอะไรกับกิเลสภายใน ศาสนาพุทธไม่ได้อาศัยการหลับตาปฏิบัติ ต้องลืมตารู้ในสิ่งที่หยาบแล้วออก เอาข้างนอกออกก่อ
อ่านต่อ
น สัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งภายนอกแล้วกิเลสก็ไม่มีแล้ว เหลือกิเลสขั้นกลางคือปริยุฏฐานกิเลส ก็ค่อยไล่ต่อไป แม้เป็นพระโสดาบันขั้นกลางก็ยังมี หยาบ อบาย ที่แย่กว่าเพื่อนหมดไปแล้วก็ขั้นกลาง ภายนอก สกิทาคามีเหลือภายนอกอีกเหมือนกัน หมดภายนอกเป็นอนาคามี พูดถึงสายหลับตาทีไรแล้วก็น่าสงสาร ไม่รู้จะทำอย่างไรเขาไม่ประสีประสาเหมือนเด็กดื้อ นอกจากดื้อแล้วยังตาบอดหูหนวกอีก พูดทีไรก็ไม่ได้ยิน ทำให้ดูอย่างไรก็ไม่เห็นแล้วก็งมงายอยู่กับที่ตัวเอง ยึดอย่างเดิม มันน่าสงสาร ไม่รู้จะทำอย่างไรพวกหลับตาปฏิบัตินี้ จะได้ตื่นขึ้นมา มีมรรคผลมีธรรมะมีสิ่งที่ตัวเองก็ต้องการ เสียเวลาเป็นชาติๆ หลายคนก็มาตั้งแต่เด็กจนแก่ จริงๆน่าสงสารจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร นี่พูดด้วยใจจริงนะไม่ได้เกลียดชังเลย เห็นเป็นคนดี เจตนาดี ปรารถนาธรรมะจะไปชังได้อย่างไร แต่ดื้อก็น่าสงสาร ก็ได้แต่พูดซ้ำซากจ้ำจี้จ้ำไช อยู่นั่นแหละ ก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แค่นี้
640303_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นสวรรค์คนโง่