บุญฉุดให้พ้นจากความเป็นพญานาค.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

บุญฉุดให้พ้นจากความเป็นพญานาค มาเข้าสู่เรื่อง… เรื่องที่อาตมาเอามาพูดในธรรมะต่างๆ ของพระพุทธเจ้านี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกวันนี้ เขาไม่เข้าใจตามที่อาตมาพูดนี้ มันได้ผิดเพี้ยน มันได้หาย มันได้เลือนไปเหมือนกลองอานกะ ในอานีสูตร เช่นคำว่า ฌาน คำว่า สมาธิ แม้แต่คำว่า กาย คำว่า บุญ (ปุญญะ) หรือแม้แต่คำว่า ปัญญา ก็เข้าใจเพี้ยนไป จนอาตมาต้องพยายามดึงกลับเข้ามาหาเนื้อแท้ของมัน เพราะถ้ามันใช้เพี้ยนจากเนื้อแท้ของมันมันก็เสื่อม ก็ต้องดึงกลับมา ไม่ดึงกลับมาก็ไม่ได้เพราะท่านหมายอย่างนั้น มันก็เพี้ยนไป ก็ออกนอกลู่นอกทาง ก็ไม่ได้สาระสัจจะที่พระพุทธเจ้าท่านต้องการ เช่น บุญ นี่ เป็นคำที่สุดยอดเลย ที่ไม่มีอะไรจะเหมือนได้ง่ายๆเลย บุญ มันต่างจากกุศล กันคนละโลกเลย แต่ตอนนี้ปนเปไปหมด บุญกับกุศล เอาไปเรียกเป็นกุศลหมดเลย ดีไม่ดีเอาคำว่าบุญไปแทนกุศลด้วย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้มันไม่ใช่กุศล กุศลมันไม่สูญ แต่บุญนี้สูญ บุญนี้แม้แต่ยังไม่เกิดก็สูญแล้ว มันจะเกิดในปัจจุบันนั้น ชำระกิเลสหน้าที่เดียวด้วย บุญนี่ ชำระกิเลสได้ยังไม่จบเป็นเสขบุคคลก็เป็นส่วนบุญ หากหมดก็เป็นอเสขบุคคล จบหมดเลย หายไปเลยเป็น ปุญญปาปริกขีโณ อรหันต์คือคนที่ไม่มีบุญอีกแล้ว อรหันต์ขึ้นไปจนถึงอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้สิ้นบุญได้ เป็นผู้ไม่มีบุญ ซึ่งก็คงเคยได้ยินคำว่า “ไม่มีบุญแล้ว สิ้นบุญหมดบุญ” ก็อาจจะได้ยินนะคำนี้ แต่ไม่รู้ว่าจริงๆหมายถึงอะไรก็เป็นคนหมดกิเลสเลย คนสิ้นบุญคนหมดบุญคือคนสิ้นกิเลสไม่มีกิเลสเกิดอีกเลย เป็นอรหันต์ขึ้นไปถึงอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแหละ หรือพระโพธิสัตว์ทุกองค์ก็เข้าใจเรื่องบุญ ถ้าไม่พระโพธิสัตว์จริงๆไม่เข้าใจจริงๆหรอก คำว่าบุญนี่ ไม่เข้าใจ ความหมายแท้ของคำว่า “บุญ” ปุญญะ = สันตานัง อุนาติ วิโสเธติ บุ

อ่านต่อ

ญ คือ การชำระสันดานให้สะอาดบริสุทธิ์ “สิ้นบุญสิ้นบาป” (ปุญญปาปปริกขีโณ) คือ การชำระบาปได้หมดสิ้นแล้วจึงไม่ต้องอาศัยบุญเพื่อละบาปอีก

เพราะฉะนั้นยิ่งไปแปล บุญ กลับไปเป็นบาปอีก เป็นไปไม่ได้ บุญมีเอกังสะ บุญมี One way Traffic วิ่งไปฆ่ากิเลสอย่างเดียว บุญมีแต่หนึ่งไม่มีสอง ไม่ได้ บุญนั้นคู่กับบาปไม่ได้ แต่ตัวบาปนั้นเป็นคู่ที่ต้องจัดการ บาป คือ การเกิดกิเลส บุญนี่แหละ คือศัตรูของบาป กำจัดบาปหมดบุญก็หมดด้วย จริงๆ บุญกับบาปเป็นคู่กันเหมือนสุขกับทุกข์ แยกกันไม่ได้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง เข้าใจละเอียดลออครบถ้วนได้ยากมากเลย อาตมาก็ได้แต่พยายามบรรยายอธิบายทำความหมายให้มันชัด คนที่ติดตามฟังก็จะรู้ความหมายชัด ก็จะละเอียดลออลงไปได้เรื่อยๆ อ๋อ.. ทีนี้ก็มารู้สภาวะ สภาวะละเอียดอย่างนี้ก็ทำได้ ก็ทำไป ถ้ามันไม่รู้เลยก็ไม่ทำ เพราะมันไม่รู้ว่าจะต้องมีละเอียดลงไปอย่างนี้ด้วยหรือ คนเราก็ไม่ทำ แต่ถ้ารู้ว่ามันมีรายละเอียดลงไปอีกก็ต้องทำ มันมีละเอียดกว่านั้นอีก ทำไปแล้วมันก็ดี มันยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา มากยิ่งขึ้นไปเรื่อย อาตมาเอาสภาวะมาอธิบายเป็นภาษาธรรมะ เอามายกตัวอย่างอ้างอิงประกอบ ฟังดีๆ ทั้งพยัญชนะทั้งสภาวะ อาตมาพยายามใช้ให้ครบ อยู่เรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ทุกวันอาตมาก็ชัดเจนในพยัญชนะมากขึ้นเอามาใช้ได้ อาตมามีสภาวะของธรรมะเป็นหลัก อาตมาปฏิบัติมามีสภาวะได้ มาถึงยุคนี้พยัญชนะมันก็เลือนๆหายๆไป อาตมาก็จำไม่ค่อยได้ก็ต้องมาฟื้นขึ้น ฟื้นได้ก็เอามาอธิบายขึ้นไปเรื่อยๆก็ได้มากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นจนบางคนบอกว่าโอ้โห โพธิรักษ์ ทำไมรู้มากจังเลย แต่คนเขารู้มากกว่าอาตมาเขาก็บอกว่ารู้ไม่เหมือนเขา เขารู้มากกว่านี้ นั่นก็จริง มีคนที่รู้มากพยัญชนะพวกนี้รู้มากกว่าอาตมาอีกเยอะ อาตมาก็รู้แล้วเอามาทำจริงๆ ไม่ใช่รู้เอาไปอวดอ้าง รู้เพื่อเอาไปโชว์คนอื่น ไม่ใช่ รู้เอามาใช้ในการอธิบายเอามาสื่อ ให้คนได้รับรู้รับฟังแล้วหยั่งเข้าไปถึงสภาวะและปฏิบัติ ให้ได้มรรคผล ให้ได้ประโยชน์จากที่รู้นี้ ซึ่งพวกเราก็ทำได้ ไม่เสียเปล่า อาตมาก็ยังภูมิใจว่า ไม่เป็นหมันในการที่นำพยัญชนะ นำธรรมะพวกนี้มาสื่อ อธิบายมา 50 กว่าปีแล้วมีผลขนาดนี้ ทั้งๆที่มันสูญหายไปแล้ว คว้าขึ้นมาได้อย่างยากเย็น แต่ได้ ไม่สูญเปล่า เคยพูดไปหลายทีแล้วว่า อาตมาสบายใจแล้วว่า มันได้มาขนาดนี้ คนแค่อาตมาดึงเอาโลกุตรธรรมมาได้ขนาดนี้ ซึ่งมันจมลงในมหาสมุทรเกือบไปอยู่กับพญานาคใต้ก้นบาดาล ดีมันไม่ไปเข้าไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ถ้าเข้าไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านั่นมืดหมดเลย อาตมาจมไปด้วย มันมีแรงดูดด้วยนะสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า นี่ดีว่ายังเป็นแค่ไปหลงอยู่กับพญานาค

พูดถึงพญานาคนั้น มันเป็นภาษาที่แทนสภาวะของคนที่นอนหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น นอนหลับไม่รู้คู้ไม่เห็นอยู่ใต้ก้นบึ้งของบาดาล เฝ้าอยู่ที่กองของถาดทองคำ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์กว่าจะตรัสรู้ก็ลอยถาดทวนกระแส ซึ่งมีความหมายว่า ถาดทองคำคือพระธรรม แล้วธรรมะขอพระพุทธเจ้าจะทวนกระแส อยู่ตรงนี้ก็จะมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซ้อนๆๆๆกันอยู่ สูง ลึกมาก พญานาคอยู่ใต้ก้นบึ้ง อยู่ลึกมาก ลึกจนกระทั่งไม่น่าจะได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงพระพุทธเจ้าลอยถาดมากระทบกันดัง กริ๊ก เสียงนี้ยิ่งใหญ่มาก จนพญานาคอยู่ใต้บาดาลนอนเฝ้าก้นบึ้งใต้บาดาล ได้ยินเสียงนี้ ถาดจะลอยอีกกี่ใบ ๆ ก็ลอยซ้อนอยู่ด้านบน เสียงนี้ต้องยิ่งใหญ่ถึงปลุกให้พญานาครู้สึกว่า พระพุทธเจ้าเกิดอีกองค์หนึ่งแล้วหรือ แล้วคำว่าพระพุทธเจ้าเกิดอีกองค์ก็คือ ชั่วระยะที่จะมีพระพุทธเจ้าเกิดอุบัติขึ้นในโลกแต่ละองค์นี้นาน ขนาดพญานาคก็หลับไปจนกระทั่งพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งเกิดแล้วก็หลับมา จนพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งเกิด ถึงได้ตื่นขึ้นมาอีกทีนึง _สมณะฟ้าไท...พระโพธิสัตว์ระดับ 7เกิดมา พญานาคจะตื่นขึ้นมาหรือป่าวครับ พ่อครูว่า…ยากไง ยากๆ ต้องพระพุทธเจ้าเท่านั้นทำให้รู้จักเสียงว่าพระพุทธเจ้าเกิดแล้วก็รู้เท่านั้นนะ พอได้ยินว่าพระพุทธเจ้าเกิดแล้ว กริ๊ก แล้วก็หลับต่ออีก พญานาค คล้ายๆกับพวกหลับตาที่พยายาม หลับอยู่นั่นแหละ คล้ายๆกัน แม้แต่พยายามเปรียบเทียบว่า เป็นโจรปล้นศาสนา แล้วพระราชาให้เอาหอกไปแทงเช้ากลางวันเย็น ก็พวกนี้ทำลายศาสนา หลับตามันไม่ใช่ของพุทธ เอามาทำอยู่อย่างนั้นก็เท่ากับฆ่าศาสนาอยู่ตลอดเวลา ขออภัยที่อาตมาพูดความจริง มันลงโทษเลยเพราะเป็นโทษจริงๆ ถ้าเผื่อว่า พระปฏิบัติหลับตาตื่นขึ้นมา มาเรียนรู้จรณะ 15 วิชชา 8 แล้วรู้จัก ฌาน สมาธิแบบของพุทธเลยนะ เมืองไทยนี้ จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่จริงๆเลย มันน่าสังเวชใจ น่าสงสาร ปรารถนาดีกันนะ แต่งมงาย ไปหลงลมเดียรถีย์ ไปเป็นทาสเดียรถีย์ จม โงหัวไม่ขึ้น ปลุกอย่างไรอย่างไร ก็พอๆกับพญานาค คือรู้แต่สมมุติว่าพระพุทธเจ้าเกิด อาตมาเป็นโพธิสัตว์เป็นลูกพระพุทธเจ้าเกิด เขาก็น่าจะรู้สักหน่อยนึง ก็ไม่ ขนาดพระพุทธเจ้าเกิดก็คงไม่รู้ ลูกพระพุทธเจ้าเกิดไม่มีอะไรจะไปทำให้เขารู้หรอก มันยากมาก

ในจรณะ 15 อาตมาก็พยายามอธิบายโดยความหมาย ท่านระบุบัญญัติไว้ถูกต้องหมดแล้ว ในจรณะ 15 มีศีลเป็นหลักธรรม แล้วก็ปฏิบัติตามศีลนี่แหละ โดยการปฏิบัติ การปฏิบัติที่ปฏิบัติไม่ผิดก็มีการสำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ แค่ 3 ข้อเท่านี้ จำไม่ได้หรืออย่างไรไม่รู้จักหรืออย่างไร ไม่เอา ไม่มีอันนี้ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ต้องครบ 3 องค์นี้ด้วยคือสำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ต้องครบ 3 องค์นี้ นี่คือพุทธคุณของพระพุทธเจ้า วิชชาจะระณะสัมปันโนถึงจะเข้าถึงศาสนาพุทธ ถ้าไม่มีอันนี้ไม่เข้าถึงศาสนาพุทธเพราะฉะนั้นจะไปหลงว่าได้ฌาน แต่ฌานไม่มี 3 องค์นี้ก็เป็น ฌานของเดียรถีย์ออกนอกรีต มันไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้า ฌานพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติ 3 องค์นี้ สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ แล้วจะเกิดสภาพธรรมเรียกว่าสัจธรรม 7 จะเกิดสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นขึ้นมาว่า อ๋อ.. พุทธเป็นอย่างนี้หรือ สัมผัสกับสัตว์แล้วมันจะต้องเกิดมีเวทนามีตัณหามีอุปาทานอย่างนี้หรือ แล้วก็เรียนรู้ตัณหาอุปาทานจากเวทนาที่ได้รับผัสสะนี่แหละ แต่คุณก็หลับตาไม่ได้รับผัสสะกับสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะสัตว์คน ที่ทำให้เกิดโลภโกรธหลงเก่งนัก คุณก็ไม่มา หัด สำรวมอินทรีย์หรือแม้แต่ข้าวของที่จะต้องสัมผัสของกินของใช้ วัตถุหรือพืชพันธุ์ธัญญาหาร ของกินของใช้ คุณก็ไม่มาสำรวมอินทรีย์ สัมผัสสิ่งนี้แล้วเกิดกิเลส ก็ไม่เรียนอันนี้ แล้วจะเอาหลับ เอาไม่ตื่น ไม่ชาคริยา เอาแต่หลับๆๆ ยิ่งกว่าพญานาคอยู่ใต้บาดาล หลับ จนกระทั่งพระพุทธเจ้าเกิดกี่พระองค์จึงจะตื่นสักทีนึง แล้วมันจะหลับไปถึงไหน เห็นใจอาตมาบ้างไหม

640303_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นสวรรค์คนโง่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน