มิตรดีทำให้ไม่มีเพื่อน 2.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.09 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

มิตรดีทำให้ไม่มีเพื่อน 2 พ่อครูว่า…เอาพระสูตรนี้มาอธิบายเลย เล่ม 25 ข้อ [๘๘]ฝ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรเมฆิยะ ธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ๕ ประการเป็นไฉน ดูกรเมฆิยะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้เป็นธรรม ประการที่ ๑ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีศีล สำรวมระวังในพระปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระแลโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย นี้เป็นธรรมประการที่ ๒ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้ได้ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งกถาเครื่องขัดเกลากิเลส เป็นไปเพื่อเป็นที่สบายในการเปิดจิต เพื่อเบื่อหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อเข้าไปสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน คือ อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา ศีลกถา สมาธิกถา ปัญญากถา วิมุตติกถา วิมุตติญาณทัสสนกถา นี้เป็นธรรมประการที่ ๓ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อละอกุศลธรรม เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรม เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม นี้เป็นธรรมประการที่ ๔ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญาเครื่องพิจารณาความเกิดและความดับ เป็นอริยะ ชำแรกกิเลสให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ นี้เป็นธรรมประการที่ ๕ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ดูกรเมฆิยะ ธรรม ๕ ปร

อ่านต่อ

ะการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า ดูกรเมฆิยะ ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังคุณข้อนี้ได้ คือ ตนจักเป็นผู้มีศีล ... จักสมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังคุณข้อนี้ได้ คือ ตนจักได้ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งกถาเครื่องขัดเกลากิเลส ... วิมุตติญาณทัสสนกถาภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังคุณข้อนี้ได้ คือ ตนจักเป็นผู้ปรารภความเพียร ... ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังคุณข้อนี้ได้ คือ ตนจักเป็นผู้มีปัญญา ... ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ฯ พ่อครูว่า…เอาคำว่าเป็นผู้มีมิตร เป็นข้อต้นในสุริยเปยยาลสูตร กัลยาณมิตโต กัลยาณสหายโย กัลยาณสัมปวังโก แปลว่า มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี สหายแปลว่าผู้ร่วมประโยชน์ มิตร คือเกี่ยวกับจิต สัมปวังโก อาตมาแปลในวงการพวกเราเอง ว่า สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นสัปปายะ 4 เลย ศาสนาพุทธนั้นต้องอยู่กับบัณฑิต อยู่กับมิตรสหายดี ท่านบอกว่าอย่าไปคลุกคลีด้วยหมู่ (อสังคณิกะ อสังสัคคะ ไปแปลว่าไม่คลุกคลีด้วยหมู่) มันบื้อๆ แปลง่ายๆว่าไม่ข้องเกี่ยวกับใคร อยู่ผู้เดียวไม่มีเพื่อน 2 คืออยู่ผู้เดียว ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าท่านแปลหมดเลยว่า ไม่มีเพื่อน 2 นั่นหมายถึง จิต จิตไม่มีกิเลสคือไม่มีเพื่อน 2 แต่จิตมีกิเลสอยู่คือมีเพื่อน 2 แม้จะอยู่กับมหาอำมาตย์ ท่ามกลางสังคมอยู่กับลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่จิตของคุณไม่มีกิเลสคือคุณอยู่แต่ผู้เดียว แต่คุณอยู่ในป่าเขาถ้ำผู้เดียวแต่คุณยังมีกิเลสก็ยังมีเพื่อน 2 มีเพื่อนเป็นกลุ่มเป็นหมู่อยู่นั่นแหละ มันไม่อยู่แต่ผู้เดียวหรอก อันนี้เป็นนัยสำคัญที่ ถ้าเข้าใจไม่ตรงตามที่อาตมาว่า ก็จะผิดๆไปได้แต่ความหมายตื้นๆ ในสุริยเปยยาลสูตร ข้อ 1 เลยต้องมีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ก็ตรงกัน คือแสงเงินแสงทองก่อนจะพบพระอาทิตย์ ความหมายชัดดีมากเลยนะ ก่อนจะพบพระอาทิตย์ จากความมืดก็จะต้องมีแสง แสงของพระอาทิตย์เป็นแสงเงินแสงทอง คือ แสงจากพระอาทิตย์เป็นต้น มีรังสีมาอ่อนๆไรๆ มาเรื่อยๆก่อน ถ้าคุณไม่พบแสงเงินแสงทองก่อน คุณไม่มีสิทธิ์จะพบพระอาทิตย์ แล้วก็ทำงานร่วมกับพระอาทิตย์ ท่านหมายถึงมรรคองค์ 8 พระอาทิตย์ท่านหมายถึงมรรคมีองค์ 8 คุณจะทำงานร่วมกับพระอาทิตย์ที่เป็นมรรคมีองค์ 8 คุณต้องพบ ผ่านแสงเงินแสงทองทั้ง 7 ข้อนี้ 7 หลักนี้ก่อน ถ้าคุณไม่เข้าใจเลย 7 หลักนี้คุณก็ไม่ผ่านเลย คุณลัดพลั๊วไปมรรคองค์ 8 เลย โมฆะ ไม่มีอะไรได้เลยหรอก มีแต่บัญญัติ มีแต่ความเพ้อฝัน มีแต่แพะกับแกะ เอาแพะมาชนแกะ ไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเป็นสาระสัจจะเลย เพราะคุณไม่มีสภาวะที่ครบครัน ตัดลัดทิ้งหมดแล้วนึกว่าตนเองได้แก่นได้เนื้อคือมันมักง่าย ใจเร็วด่วนได้ ไม่มีลำดับเลย ไปไม่ออก พระพุทธเจ้าถึงขั้นตรัสว่า เรานี่แหละเป็นมิตรดี สหายดีของพวกเธอ ก็หมายความว่าต้องมาพบพระพุทธเจ้าก่อน เอ้า ไม่มีพระพุทธเจ้าก็ต้องมีสัตบุรุษก่อน หรือต้องมาพบกัลยาณมิตรทุกคนที่มีสัมมาทิฏฐิ อันอยู่ในฐานะของครูที่จะสอนได้ถูกต้อง มีต้นรากของศาสนา ต้นรากของโลกุตระ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณก็ไม่ได้อะไรที่ถูกต้อง อาตมาพูดนี้เหมือนคนอวดดี แต่มันถูกต้องอาตมามีดีให้อวด แล้วท่านมีแต่สิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง อาตมาพูดความจริงไม่ได้ไปใส่ความ ไม่ได้ไปว่าก็น่าสงสาร แต่เขาฟังแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้อาตมา เรามันคนซื่อพูดตรงๆพูดไม่ตรงก็ไม่เป็น เขายิ่งฟังก็ยิ่งหมั่นไส้ ทำไมไม่ลดเลี้ยวเหมือนคนอื่นเขาบ้าง อาตมาพวงมาลัยมันล็อค ตั้งตรงเลย พอเหยียบคันเร่งก็เลยผ่าไม่เลี่ยงหลบเลย ตรงไปเขาก็ไม่ไหว เพราะเขาก็ต้องเลี้ยวลดบ้างสิ อาตมาก็ไม่ได้ยอมพวกนั้นก็เลย ผู้ใดไม่ตรงชอบเลี้ยวลดหลับไหล ก็ไปที่ชอบๆ เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรนะ

640303_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นสวรรค์คนโง่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน