สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิกับจักร 4 ปัญญาวุฑฒิ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิกับจักร 4 ปัญญาวุฑฒิ 4 _มีด.ญ.น้ำมนต์...ที่เป็นนักถามมือเอก..เขาชื่อใสกลางเพ็ญ โพธิ์ใบ ถามมาว่า สมาธิหลับตากับสมาธิลืมตาต่างกันอย่างไรคะหลวงปู่ พ่อครูว่า...เด็ก 6 ขวบของชาวอโศกถามกันอย่างนี้แล้วเด็ก 6 ขวบข้างนอกจะถามกันไหม ขยันถามจริงๆเด็กหญิงน้ำมนต์ เอ้าฟังนะด.ญ.น้ำมนต์ สมาธิหลับตาหมายความว่าเขาจะปฏิบัติให้จิตใจเขาเกิดสมาธิ สมาธิคือจิตตั้งมั่น ในในการนั่งหลับตาแล้วก็สะกดจิตเข้าไป แล้วก็เกิดผล จิตเขาก็จะจดจ่อแข็งแรงชำนาญตั้งมั่นได้นานๆๆ จนข้ามชาติ ชาติหน้าก็ยังชำนาญติดอยู่ที่ตัวเองว่าเข้าใจธรรมะพุทธเจ้าแต่ล้างไม่ออกง่ายๆก็มีอีกเยอะ ในพวกเราก็ยังมี นี่คือสมาธิหลับตานั่งสะกดจิตหลับตาแล้วตกภพ ให้จิตเป็นหนึ่งไป แล้วก็เข้าใจผิดอีกว่า เมื่อหลับตาจิตเป็นหนึ่งแข็งแรงเรียกว่าสมาธิได้ที่แล้ว จะเกิดปัญญา โพล่งขึ้นมาเอง ตัวนั้นโดยพยัญชนะก็ไม่ใช่ปัญญาแต่เป็นสัญญา เขาแยกความเป็นสัญญากับปัญญา แยกกันไม่ได้ ปัญญาไม่มีในภวังค์ ปัญญาจะเกิดได้ต้องเป็นปัญญาที่มีจักษุปัญญา ญาณวิชชาแสงสว่าง (อาโลกะ) วิธีปฏิบัติต้องมีมรรคมีองค์ 8 มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ มีมรรคมีองค์ 8 แล้วมีสัมมาทิฏฐิโดยเฉพาะสัมมาทิฏฐิ 10 จะต้องปฏิบัติครบองค์ธรรมสามเส้านี้ จะเกิดได้เป็นปัญญาต้องมีมิตรดีสหายดีแนะนำโดยจะเกิด อัญญธาตุ โดยมีการสืบทอดจากผู้รู้ แต่ถ้าจะเกิดเองเป็นเองแล้วนี่ยากมาก มากจนกระทั่งเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรจะต้องไปคิดว่าจะต้องเกิดอัญญาเองหรืออัญญธาตุให้แก่ตนเองได้ ควรจะต้องฟังจากสัตบุรุษ ถ้าไม่ฟังจากสัตบุรุษรับรองว่าไม่ได้เกิดง่ายๆ มีสูตรอยู่ 2 สูตรที่พอขยายความได้คือ จักร 4 กับ ปัญญาวุฒิ 4 มีสองอันนี้ จักร 4 นั้นคือ 1. ปฏิรูปเทสวาสะ (การอยู่ในถิ่นที่เหมาะส
อ่านต่อ
ม) . 2. สัปปุริสูปัสสยะ (การคบหาสัตบุรุษ) . 3. อัตตสัมมาปณิธิ (การตั้งตนไว้ชอบธรรม) จะสามารถจัดการกับอัตตาของตนเองได้ 4. ปุพเพกตปุญญตา (ความเป็นผู้มีบุญอันได้กระทำแล้วในปางก่อน ไว้เป็นที่พึ่งอาศัย) (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 31)
ผู้ที่ทำอย่างนี้ได้ก็จะเกิดจักรที่หมุน แล้วก็กำจัดกิเลสฆ่ากิเลสได้ลดกิเลสได้ด้วยปุญญะ เกิดสั่งสมเป็นของเก่า ปุพเพ จักร 4 จะเกิดจากต้นทุนของเราที่มีอยู่บ้างเมื่อมาพบกับสัตบุรุษที่มีภูมิ ในถิ่นที่เหมาะควรนั้นมีสัตบุรุษและได้ศึกษาได้ฟังสัตบุรุษ คุณก็จะจัดการกับอัตตาของคุณได้ดีทำได้ถูกต้อง ลดละกิเลส แม้ที่สุดตนเองหมดกิเลสก็อาศัยอัตตาได้ดี
ส่วน ปัญญาวุฑฒิ 4 (ความเจริญด้วยปัญญา) 1. สัปปุริสสังเสวะ (รู้จักคบบัณฑิต คบหาสัตบุรุษ) . 2. สัทธัมมัสสวนะ (ฟังสัทธรรม) เมื่อฟังสัตบุรุษแล้วคุณจะสามารถโยนิโสมนสิการ เป็นสุริยเปยยาลข้อที่ 7 จะสามารถทำใจในใจเป็น ได้ถ่องแท้ถูกต้องแก้ไขถึงเหตุ สัมภวะ ต้นเหตุกิเลสแล้วจัดการกิเลสถูกตัวมัน จึงเป็นผู้ที่จัดการใจในใจของตนทำใจในใจของตน อย่างถ่องแท้ลงไปถึงที่เกิดได้ 3. โยนิโสมนสิการ (กระทำลงในใจโดยแยบคาย) . . 4. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ (ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม) คุณก็จะเจริญด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมเป็นลำดับ อย่างลาดลุ่มน่าอัศจรรย์ (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 248) การต่างกันของผู้ที่สามารถเกิดการเจริญต้องมีสัตบุรุษต้องมีปัญญา อย่างอาตมาเป็นสัตบุรุษพูดไปอย่างชัดเจนบอกว่ายังไม่ได้อวดตัวตนพูดไปด้วยความจริง อาตมาก็บอกให้มาลืมตาปฏิบัติแล้วจะเกิดปัญญา เพราะว่าปัญญาจะเกิดไม่ได้ในการหลับตาไม่มีจักษุ ไม่มีปัญญา ไม่มีญาณ ไม่มีวิชชา ไม่มีแสงสว่างอาโลก ลืมตามีแสงพระอาทิตย์ให้เห็นเกิดการผัสสะเกิดปัญญาอย่างแท้จริง ถ้าคุณไม่เข้าใจองค์ 5 แห่งปัญญาและมีครบ คุณจะต้องเปิดไม่ใช่ตาบอดต้องมีจักษุ คุณจะมีปัญญา แล้วจะเป็น ญาณ แล้วมีวิชชา คุณต้องลืมตาอยู่ในโลกที่มีแสงสว่าง อาโลก มีพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่อย่างนี้ไม่ใช่หลับตา คุณหลับตาก็ไปมืดอยู่ในภวังค์ มันย้อนแย้งจากคำสอนพระพุทธเจ้าหมดเลย อาตมาถึงบอกว่าใครไปนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมออกนอกเขตศาสนาพุทธตลอดกาล มันไม่มีในนัยยะของศาสนาพุทธเลย อาตมาพูดอย่างแรงพูดอย่างตัดขาด แต่ในยุคพระพุทธเจ้าต้องเห็นใจถ้าไปพูดแบบตัดขาดคนจะไม่ไปศึกษาของท่านเลย เพราะคนติดยึดเข้าป่าหมด ขนาดเป็นพระพุทธเจ้านะ ถ้าเป็นโพธิรักษ์คนก็เลิกหมด อาตมาไปแก้ไขเขาไม่ได้หรอกในยุคนั้น แต่ในยุคนี้คนมีความเป็นพุทธมีรากเหง้าเป็นพันปี ก็ยังเข็นไม่ค่อยไปเหมือนกับเข็นครกขึ้นเขา หรือเข็นเขาขึ้นครกด้วย ถ้าเข็นครกขึ้นเขาก็ยังกระดิก แต่ยังถ้าเข็นเขาขึ้นครกยากแสนยากเลยก็ต้องทำ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสัจจะที่อาตมาขยายความไปเรื่อยๆฟังดีๆแล้วจะได้ปัญญาได้ความฉลาดในโลกุตระ คำว่าปัญญานี้ก็เพี้ยนไปจนอาตมามารื้อฟื้น พยัญชนะตั้งแต่ อัญญะ อัญญา ปัญญะ ปัญญา ดญ.น้ำมนต์ สมาธิลืมตาก็ทำอย่างที่หลวงปู่พาทำนี่แหละ 620123_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สีสันชีวิต การเมืองเรื่องของธรรมะ