สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน สุขโลกียะกับสุขโลกุตระต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน สุขโลกียะกับสุขโลกุตระต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า...มีคำถามของด.ญ.ใสกลางเพ็ญ(น้ำมนต์) โพธิ์ใบ เขาเขียนมาแน่ ด.ญ.อายุ 6 ขวบ...ถามว่า สุขแบบโลกีย์ กับสุขแบบโลกุตระ แตกต่างกันอย่างไรคะ ตอบกันได้ไหม...ได้ นั่นแน่ มาตอบแทนอาตมาหน่อย
อยากโลกีย์คือสุขอย่างบำเรอกิเลส เราอยากได้อย่างนี้ เสร็จแล้วเราก็ได้มาสมใจของเราก็เป็นสุข สุขฉะนี้นี่ฤาจะลืมๆ สุขแบบโลกุตระ สุ แปลว่าดี ข แปลว่าว่าง คือจิตวางๆกลางๆ จิตไม่มีสุขไม่มีทุกข์นั่นแหละคือสุขแบบโลกุตระ ขยายความแค่นี้น่าจะจบแล้วนะ แต่จะขยายความก็ไปอีกเยอะ ชาวโลกียะเขาสุขไม่มีจบไม่มีพอ เลอะเทอะเข้าใจยาก คนที่จะมีจิตยินดีมีฉันทะ สุขแบบไม่สุขไม่ทุกข์ ยอดหัวใจของศาสนาพุทธคือเลิกสุขเลิกทุกข์ได้ คืออาริยสัจ 4 เข้าใจว่าสุขคืออัลลิกะ ทุกข์คือความเป็นอัตตา นรก จริงๆก็เรียนรู้เทวะ สุข ทุกข์เป็นคู่สอง เรามีชีวิตอาศัยอยู่ไป ผู้เป็นอรหันต์แล้วจึงอยู่กับความไม่สุขไม่ทุกข์ อทุกขมสุขหรืออุเบกขา จะเข้าใจจิตเราเป็นอุเบกขา อย่างอาตมาเป็นต้น จะเข้าใจว่า อ๋อ ชีวิตก็อยู่กับไม่สุขไม่ทุกข์ จิตเป็นกลางบริสุทธิ์จากสุขทุกข์ ปริสุทธา ปริโยทาตาจะมีเหตุปัจจัยสัมผัสอย่างไรจิตก็บริสุทธ์ จิตมุทุก็ยิ่งมีความเร็วในการรู้ รู้เล่ห์กลของโลก จิตเราก็ปรับไปกับโลกได้อย่างดี สบาย จึงอยู่กับโลกอย่างกัมมัญญา มีการงานที่ดีเหมาะควร กับสังคม ทุกเวลา ตลอดเวลาจิตก็ประภัสสร ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อาตมาประกาศตนเป็นอรหันต์เพราะว่าทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าแล้ว เพราะเขาไม่เป็นอรหันต์จริง ไม่มีใครกล้า อาสโภแล้ว ทุกวันนี้จึงมีแต่อรหันต์เดา เป็นนักไสยศาสตร์เล่นฤทธิ์นั่งสะกดจิตหลับตานิ่งออกป่าเขาถ้ำ อย่างหลวงพ่อเกษมเป็นต้น ก็ซวยสิ อาตมา
อ่านต่อ
ก็สงสารศาสนาพุทธ จะซวยไปหนัก อาตมาจึงต้องประกาศว่าอรหันต์เป็นแบบนี้ไม่ต้องไปเดา เอาพระไตรปิฎกมาเปิด แล้วจับความจากพระไตรปิฎกมาเลยว่า อย่างอาตมานี้ ไม่มีคุณลักษณะตรงกับอรหันต์ตรงไหน นอกจากคุณจะไม่เข้าใจ อรหันต์มาอวดตัวตนไม่เป็นอรหันต์ มาบอกว่าตนเองบรรลุก็คือผู้ไม่บรรลุ ใครพูดใครสอนอย่างนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น ในโลหิจสูตรบอกไว้ว่า ผู้ที่บรรลุธรรมแล้วไม่บอกคนอื่นหรือบอกไม่ได้ ผู้นั้นเข้าใจแบบนั้นก็มีคติที่ไปเป็นเดรัจฉานกับนรก อ่านคำสอนถ้าไม่แตก เรียนมาจบเปรียญ 9 จบด๊อกเตอร์ทางศาสนาด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจ อาตมาขออภัยที่พูดไม่ไว้หน้าพูดแข็งพูดแรง พูดไม่บันยะบันยัง ขอยืนยันว่าพูดตรงพูดถูกต้องพูดไม่ผิด อาตมารับรองว่าอาตมาจริงอย่างนั้น ในยุคนี้เป็นยุคที่ยากมากเลย เพราะศาสนาผ่านมา 2600 กว่าปีเสื่อมมากแล้ว เสื่อมจนน่าสังเวชใจ เสื่อมจนกระทั่งแก้ไขแล้ว นิ่มๆไม่กระเทือนหรอก ต้องถูกกระแทกกระทุ้งอย่างนี้ ถ้าพูดดุด่าคนนั้นคนนี้กระเทือนเข้าท่า แต่ถ้าพูดดีเขาก็ไม่ฟัง ต้องพูดอย่างนี้ถึงฟัง ไอ้นี่ด่ากูนี่หว่า เขาก็ต้องฟัง ไอ้นี่ด่าอาจารย์กูนี่หว่าต้องฟัง อาตมาก็ว่าไม่สวยไม่ค่อยดี ข้อด้อยแต่ก็ต้องจำเป็นต้องทำอย่างนี้ ตามเหตุการณ์โลกที่เป็นอย่างนี้ 620125_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะกับการเมืองคือเรื่องทำเพื่อเศรษฐกิจดี