สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พรหมวิหาร 4 _.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.29 KB
วันที่แก้ไข23 พฤษภาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พรหมวิหาร 4 _เพิ่มความเมตตาให้แก่ตัวเอง จิตของตัวเองอย่างไร พ่อครูว่า...ทำไมจิตตัวเองมีโหดร้ายเหรอจึงต้องเติมเมตตา เมตตาแปลว่าต้องการเห็นผู้อื่นเขาพ้นจากความตกยาก เห็นผู้อื่นเขาลำบากเขาได้รับทุกข์ เห็นคนอื่นที่เขาควรได้รับการช่วยเหลือ เรียกว่าเมตตา มี 4 คำคือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตาคือเห็นคนอื่นเขาน่าช่วยเหลือ ควรได้รับการช่วยเหลือ เรียกว่าเมตตา หรือเรียกสงสารก็เรียก หรือเวทนาก็เรียก น่าจะรับการช่วยเหลือ กรุณา เราก็ลงมือช่วย กรุณาแปลว่าลงมือช่วยกระทำ ไม่ใช่เอาแต่อยากเห็นเขาแล้วบอกว่าน่าสงสารน่าช่วยเหลือ แต่เราก็ไม่ช่วย เราก็มีแต่เมตตา เมื่อเราลงมือช่วยเรียกว่ากรุณา กรณะ แปลว่ากระทำ น่าช่วยเหลือคือเมตตา กรุณาคือลงมือกระทำช่วยเหลือ ช่วยเสร็จเมื่อเขาได้รับการช่วยเหลือสำเร็จแล้ว ก็เป็นมุทิตา เขาได้ดีแล้ว สำเร็จแล้ว ช่วยเหลือแล้วได้ผลแล้ว เราก็ยินดีกับเขาดีแล้ว อุเบกขา อันที่ 4 อย่าไปนึกว่าเราเป็นเจ้าบุญเจ้าคุณ อย่าไปนึกว่าเราจะต้องได้รับอะไรตอบแทนอะไรอีก ไม่ จบ เฉย ว่าง กลาง ปล่อย เป็นอุเบกขา นี่คือพรหมวิหาร 4 หรืออัปปมัญญา 4 เข้าใจให้ดี ศึกษาแล้วจะเข้าใจดีขึ้น เดี๋ยวนี้เข้าใจผิดเพี้ยนไปแล้ว ในพรหมวิหาร 4 อัปปมัญญา 4 อธิบายกันแต่ว่า เมตตาคือเห็นเขามีทุกข์ก็อยากช่วย กรุณาคืออยากเห็นเขามีความสุข มุทิตาคือยินดีตามเขา อุเบกขาคือเฉยๆ ก็ปล่อยทิ้งเลย อธิบายอย่างนี้ก็เลยไม่มีผลอะไร ไม่เกิดผลประโยชน์อะไร เลยไม่มีคุณค่าประโยชน์อะไรเลย แต่จะทำเหตุผลความเข้าใจในใจไว้เฉยๆ

610521_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้สุขภาพดีด้วย 8 อ.

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน