สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยสามเส้า ตอน 4.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข21 พฤษภาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยสามเส้า ตอน 4 มาอ่านข้อเขียนของ จริงจัง ตามพ่อ ใน หนังสือพิมพ์เราคิดอะไร ฉบับที่ 334

“ประชาธิปไตย 3 เส้า

ในสงครามแย่งชิงอำนาจรัฐ พ่อครูประกาศชัดว่า หนุนบิ๊กตู่กอบกู้บ้านเมืองต่อไป พลันก็มีเสียงสะท้อนกลับมาอย่างดุเดือด เลือดพล่านว่า “กูถือว่า..กลุ่มสันติอโศก!ลัทธิเหล่านี้!ไม่ใช่พระครับ!เป็นกลุ่มลัทธิ!ส้นตีนแปลกๆที่บ่งบอกสันดานตนเอง!สนับสนุนรัฐบาลโจรคสช.นี้ครับ.ถามจริงๆว่ะ..ไอ้เทือก!ไอ้ตู่!ให้วันละเท่าไหร่ว่ะ..5555 ...พระส้นตีนอโศกหนุนเผด็จการเหี้ย- Oms ไอ้เนรคุณพ่อแม่มีไม่หนุนไปหนุนโจร-แดง ดีเดือด! ...นายรัก รักพงษ์ เจ้าลัทธิสันติอโศก เป็นมิจฉาทิฐิ เต็มร้อยเปอร์เซ็น เห็นผิดเป็นชอบ- Varang ...จะมีแต่คนที่มืดบอดเท่านั้นที่นับถือพระเน่าๆเหล่านี้!! Boonchai ..นิกายอุบาทว์- ณรงค์ฤทธิ์ ฯ ล ฯ “ เหตุผลสำคัญที่พ่อครูมั่นใจว่า ประชาธิปไตยเมืองไทยกำลังวิวัฒนาการ เข้าไปสู่ความเจริญงอกงาม อย่างแท้จริง เพราะ ... “ อาตมากำลังเสนอ การเมืองประชาธิปไตยที่มีคุณลักษณะดีที่สุด ต้องมีสามเส้า คือ “กษัตริย์ -ประชาชน – และวิญญาณ” ซึ่งอาตมาก็เชื่อว่า ความเจริญของโลกุตรธรรมของประเทศไทย ที่มีโลกุตรธรรมฝังรากเป็นหลักของประเทศ มีองค์ประกอบของกษัตริย์ ประชาชน วิญญาณ สามเส้าพร้อมแล้ว ประเทศไหนก็แล้วแต่ที่มีศาสนาเป็นประชาธิปไตย แบบ “เทวนิยม” ที่เน้นศรัทธาไม่เข้าขั้น “อเทวนิยม” ก็เป็นประชาธิปไตยที่ขาดความเป็นจิตวิญญาณที่ประกอบไปด้วยปัญญา (พ่อครูแทรกว่า แม้อาตมาตายไปแล้วก็เชิญตามพิสูจน์ชาวอโศกต่อได้ อาตมาเคยพูดว่า อาตมาขอรับผิดชอบอีก จนครบ 5000 ปี ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม เกินกว่าอีก 5000 ปีอาตมาไม่รับผิดชอบ อาตมาเองต้องรู้ขีดจำกัดหรือมีที่สุด

อ่านต่อ

ของตนเอง หากอะไรไม่มีที่สิ้นสุดขอบเขตตัวเองก็ไม่ใช่ อาตมามีกรอบขอบเขตสิ้นสุดของอาตมา ) วิญญาณ เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดได้ทั้งความเสื่อมและความเจริญ เกิดได้ทั้งผลดีและผลชั่ว ถ้าคนไหนมีจิตวิญญาณที่เป็นโลกียะต่ำชั่วมันก็เป็นประธานของคนคนนั้น จะซับซ้อนมีเล่ห์เหลี่ยมสูงเอาเปรียบเอารัด จนคนอื่น ๆ ไม่กล้าทำอะไร มนุษย์ก็สร้างทำแบบนี้มาแล้วมีตัวอย่างเยอะแยะ ถ้าเผื่อว่า คนที่เข้าใจสัจธรรมนี้ให้ดี แล้วก็มาสร้างจิตวิญญาณขึ้นใหม่ ให้เกิดพลังเกิดประธานหัวหน้าที่ดี ก็ทำให้จิตวิญญาณนี้ดี คนสามารถสร้างให้วิญญาณเจริญขึ้นมาได้ จิตวิญญาณจึงเป็นตัวยิ่งใหญ่ที่สุด มนุษยชาติต้องมีจิตวิญญาณ ประชาชนแต่ละคนก็มีจิตวิญญาณ คุณสมบัติคุณธรรมของจิตวิญญาณแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์หรือประชาชน ก็ต้องพัฒนาให้เป็นจิตวิญญาณที่ประเสริฐที่สุด เป็นจิตวิญญาณขั้นสูงถึงโลกุตระให้ได้ ประชาธิปไตยขาเดียว หมายถึงประชาธิปไตยที่ไม่ได้เรียนรู้ถึงวิญญาณ ไม่ได้มีบทศึกษาอบรมจิตวิญญาณ และไม่มีกษัตริย์มีแต่ความเป็นประชาชน แล้วก็เลือกเอาประชาชน คนไหนขึ้นมาเป็นรัฏฐาธิปัตย์บริหาร เหมือนที่เป็นในโลกนี้ จึงไม่มีระบบที่จะเชื่อมต่อ โยงใย ถ่ายทอด สร้างสรรทางจิตวิญญาณ ไม่คำนึงจิตวิญญาณ ใครมีพลังอำนาจมากกว่า ที่จะใช้ ชื่อเสียง เงินทุน อิทธิพล ให้คนอื่นเกรงกลัว จนเขายกให้ หาคะแนนเสียงได้ ผู้นั้นก็ได้ไปอย่างที่เห็น เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยขาเดียวนี้เป็นทุนนิยม 100% แถมยังถูกครอบงำด้วยโลกธรรมที่ใช้ลาภ-ยศ-สรรเสริญ ยกย่องเชิดชูกัน (พ่อครูว่า...อย่างอาตมาไม่เคยไปให้ดาบอาญาสิทธิ์ใคร ไม่เคยการันตีใครอย่างเต็มที่ จะว่าอาตมาตลบแตลงอีก ตอนนี้ก็ไปรับรองนายกฯประยุทธ์ ก็มันซ้อน พูดไปพูดมาเหมือนไม่จริงไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่พูดด้วยใจจริง อาตมารู้ในเรื่อง อิสระเสรีภาพสิทธิมนุษยชน คุณจะคิดได้อย่างนั้น ยึดถืออย่างนั้นอาตมาก็ต้องยอมกับคุณ สุดท้ายก็จบ เพราะ ความเห็นของคุณกับความเห็นของอาตมามันต่างกันแล้ว อาตมาก็จำนนตรงนี้ คือมันต่างกันแล้วจะให้เห็นเหมือนกันได้อย่างไร เพียงแต่ว่าอย่าฆ่ากัน อย่ารบกัน ต่างคนต่างพิสูจน์กันไป นี่คือนานาสังวาส พระพุทธเจ้ามีอันนี้ให้ชัดเจน ไม่สับสน มีขอบเขตว่าทำอย่างนี้อยู่) ส่วนประชาธิปไตย 2 ขานั้นมีกษัตริย์ แต่ถ้าไม่มีเรื่องจิตวิญญาณที่ได้ศึกษาสืบทอดกันอย่างเป็น “ธรรมาธิปไตย”แท้จริงอีก ก็ไม่สมบูรณ์ในความเป็นประชาธิปไตย ที่ยังไม่เจริญสูงสุด ซึ่งอาตมาก็ขอยืนยันว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด เห็นได้ชัด ถึงการสืบทอดมาเป็นกษัตริย์ไทย ที่มีภูมิรู้ทางด้านวิญญาณอย่างแท้จริง สั่งสมมาไม่รู้กี่ชาติ กว่าจะได้บารมีมาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน และมีบารมีสูงส่งจนถึงโพธิสัตว์นั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ประชาธิปไตย 3 เส้านั้น เป็นระบอบที่ต้องมีจิตวิญญาณอันมี“ธรรมาธิปไตย”เป็นประธาน แล้วมีธาตุรู้จิตวิญญาณของกษัตริย์และประชาชน ที่ได้อบรมศึกษาฝึกฝนสั่งสมเป็นระบอบของพุทธศาสนาที่เป็นโลกุตรธรรม เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่ตื่นตัวของคนไทย ที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ไป จึงเป็นปรากฏการณ์(phenomena)ที่ไม่มีใครไปสร้างได้ มันเป็นการชี้บ่งให้เห็นว่าคนไทยมีเลือดพุทธ มีวิญญาณพุทธอยู่ในหัวใจ เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดภาพ(image) ความเจริญของโลกุตรธรรม จนเกิดผล(impact) ความสามัคคี ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันกัน อย่างยาวนานแบบบูรณาการ (integrity) ที่ได้แสดงถึงความเป็น “ราชประชาสมาศัย” ของกษัตริย์ –ประชาชน- และวิญญาณ ซึ่งเป็นประชาธิปไตย 3 เส้า

พ่อครูว่า...ก็ขออ่านกวี ในเราคิดอะไรเล่มใหม่นี่แหละ ประชาธิปไตยสามเส้า (1) ทุกชาติต่างเลือกเฟ้น ครรลอง เป็นระบอบการปกครอง ประเทศไว้ การเมืองเศรษฐกิจสนอง ชนรัฐ ตนแฮ โชค-เคราะห์ชาติใดได้ ต่างชั้นกันไฉน (2) “อธิปไตย”อำนาจนี้ คือพลัง ปุถุชนหลงกันดัง พระเจ้า ต่างสร้าง“ใส่ตน”หวัง เป็นใหญ่ ลาภยศยกย่องเย้า ยั่วให้แรงคึก (3) เชิญศึกษาเถิดถ้วน ตำรา “ไทยนิยม”อย่างราชา รัชชเก้า “อภิบาล”สุดวิเศษหา ใดเปรียบ ได้เลย คือ“อธิปไตย”สามเส้า เทิดเกล้าคนสยาม (4) ตรงตามสัจจะทั้ง ศาสตรา หนึ่ง“กษัตริย์”-สอง“ประชา” ผนึกเข้า ผนวกสามอีก“วิญญาณ์” “อำนาจร่วม” กันเฮย ยอด“อธิปไตย”สามเส้า จิตไซร้เป็นประธาน (5) ใช่พาล“รวบอำนาจ”ไว้ ใน“ตน” สิทธิ์ประชาแต่ละคน มอบให้ แก่เราที่เขายล เขาชื่น ชมเอง มิใช่เราอยากได้ แย่งยื้อมาครอง (6) ตามสัจต้อง“รับใช้.. ปวงชน” แล้วประชาแต่ละคน จักให้ ลาภยศยกย่องขน มาข่ม ได้ฤา หาก“อภิบาล”วิสุทธิ์ไซร้ วิศิษฏ์แท้จึงจริง (7) ยิ่งใครได้สัมผัสซึ้ง ตรึงใจ ศาสตร์พระราชาไทย ที่เก้า หา“ประชาธิปไตย”ใด ไป่เปรียบ ได้เลย คือ“อธิปไตยสามเส้า” วิเศษไท้ไทสยาม

“สไมย์ จำปาแพง” 16 เม.ย. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 334 ประจำเดือนพฤษภาคม 2561] พ่อครูว่า…ขอสรุปการเมืองไว้นิดนึง แต่ธรรมะกับการเมืองไม่สามารถแยกกันได้หรอก ประชาธิปไตยไทยมีรากเหง้าจากศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธนี้เกิดก่อนราชวงศ์ของกษัตริย์ ซึ่งราชวงศ์ของกษัตริย์ก็เปลี่ยนไปมา แต่ทุกราชวงศ์ก็เป็นพุทธ ทุกรัชกาล เพราะฉะนั้นรากเหง้าของพุทธที่เป็นโลกุตระนี้ จึงยังอยู่ในอนุสัย พื้นฐานจิตลึกๆ คนที่ไม่รู้จักอนุสัยที่เป็นโลกุตระก็แน่นอน เอาอนุสัยมาใช้ไม่ได้ เพราะตนเองไม่มีสติปัญญาเอามาใช้ไม่ได้ แต่มีรากเหง้า ในก้นบึ้งของจิตคืออนุสัย มันจึงส่งอิทธิพลออกมาน้อย แต่เป็นประชาธิปไตยแบบพุทธแบบโลกุตระมันมีอยู่ พอคนอื่นแสดงรับรองโลกุตรธรรม ของตนเองก็มี ก็เลยบอกว่าใช่ แต่ของเราอธิบายไม่ถูก เชื้ออันนี้เรามี ตอนนี้มันก็อยู่ในสภาพ คนไทย อยู่ในสภาพ ชาคริตหรือชาคริยา เป็นผู้ตื่นรู้ ไม่งัวเงียงมงาย วน กับสิ่งที่ตนเองไม่รู้ชัด ตอนนี้ตื่นชัด ว่าใช่ๆๆ แต่เราก็แค่รู้แค่ยอมรับแค่เป็นส่วนหนึ่งที่รับรอง เพราะฉะนั้นคนไทยตอนนี้ Bomb of love ของในหลวง เขาตื่นขึ้นมารับรอง ใครไปบังคับเขาประชาชนคนเหล่านั้น ใครไปบังคับให้เขามาแสดงออกอย่างนี้ ..ใคร คณะไหน

610516_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยสามเส้าและคนจนที่มีแบบ ตอน2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน