21-4 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1017-1066.docx
เนื้อหาในไฟล์
คุณนภวรรณ์ : ใช่ค่ะ เปิดใจวันแรกยังไม่ค่อยเปิดใจนะคะแต่พอวันที่ 2 อะไรอย่างนี้มันค่อย ๆ คลี่คลายไป จิตอาสา : ก็คือที่คุณหมอแนะนำอะไรหรือว่าจิตอาสาแนะนำอะไรก็ปฏิบัติตาม คุณนภวรรณ์ : ใช่ ใช่ค่ะ จิตอาสา : ก็ฟังดูเหมือนอาการที่บอกเจ็บมาหลายปีใช่ไหมคะ ทรมานไม่ได้หาหมอทานยา แผนปัจจุบันนะคะ ก็คือแค่ได้ทานสมุนไพรมาบ้าง ตอนนี้ก็คืองดสมุนไพรแล้วหรือว่ายังไงคะ คุณนภวรรณ์ : ใช่ค่ะ งดตั้งแต่ก่อนมาค่าย 5 วัน จิตอาสา : งดแล้วนะคะ ก็ได้ปฏิบัติตัวมาดูเหมือนก็ไม่ยากไม่ลำบากใช่ไหมคะ คุณนภวรรณ์ : ไม่ลำบากค่ะ ก็ตั้งใจเราต้องมีความตั้งใจ ใส่ความตั้งใจลงไปมุ่งมั่นคือบังเอิญมีประสบการณ์ เคยเมื่อ 2 ปีที่แล้วนี่น้ำหนัก 58 รู้สึกว่าอยากลดความอ้วน แล้วไปอ่านหนังสือเล่มนึง แล้วแบบ เออ มันไม่น่าจะยากที่เราจะทำได้ ไม่ได้อดอาหารนะคะ กินอาหารเพียงแต่ว่าลดปริมาณลงเราก็ทำได้ลดลงมาเหลือ 53 แล้วตรงนั้นน่ะจะเป็นประสบการณ์ที่แบบเออ บอกตัวเองว่าอย่างนั้นเรายังทำได้เลยแล้วตอนนั้นก็ควบคุมน้ำหนักมาตลอดมา 2 ปีค่ะ จิตอาสา : ปัจจุบันน้ำหนักเท่าไรคะ คุณนภวรรณ์ : ประมาณ 53 แต่มาค่ายนี่เหลือ 50 ครึ่ง จิตอาสา : น้ำหนักในค่ายก็ลดลงไปประมาณเกือบ 3 กิโล กรัม 2 กิโล กรัม กว่านะคะ จาก 53 เหลือ 50 ครึ่งนะคะก็แสดงว่าน้ำหนักก็ทรงตัวนะคะ คุณนภวรรณ์ : ค่ะ ใช่ ๆ จิตอาสา : จากมารับประทานอาหาร ก็น่าจะเป็นมังสวิรัติใช่ไหมคะ ไม่ทานเนื้อสัตว์ คุณนภวรรณ์ : ไม่เชิงค่ะ เป็นเจเขี่ยค่ะ อยู่ที่บ้านคือน้องเขาจะรู้ว่าแบบตัวเองจะลดกินเนื้อสัตว์ เขาก็จะพยายามผัดอะไรอย่างนี้ แล้วก็แต่ถ้าจำเป็นต้องกินแกงอะไรอย่างนี้ก็จะกินน้ำกับเนื้อนิดหน่อย จิตอาสา : ค่ะ ก็จริง ๆ แล้วจะบอกว่า ข้อเสื่อม รูมาตอยด์ ตาแห้ง ไม่ยากเลยใช่ไหมคะถ้าเรา
อ่านต่อ
จะดูแลสุขภาพ คุณนภวรรณ์ : ค่ะใช่ค่ะ ใช่ถ้าตั้งใจปฏิบัติตามที่คุณหมอบอก จิตอาสา : ค่ะ อย่างนั้นท้ายนี้อยากให้พี่ฟ้านะคะฝากอะไรให้กับพี่น้องหรืออยากจะแนะนำเทคนิคอะไรที่จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ คุณนภวรรณ์ : คิดว่าทุกคนทำได้นะคะต้องให้กำลังใจตัวเอง แล้วก็อย่าคิดว่ามันยากเกินไปทุกอย่างเราทำได้ จิตอาสา : ค่ะ ก็คือทุกอย่างเราทำได้ ทำให้สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมคะ คุณนภวรรณ์ : ใช่ค่ะ ใช่ ( นภวรรณ์ . สัมภาษณ์ 255 6 , มกราคม 31 ) กรณีศึกษาที่ 1.33 จรัญ พันธ์อุบล ชายไทย อายุ 40 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรค มะเร็งลำไส้ คุณจรัญ : ผมนายจรัญ พันธ์อุบล บ้านเดิมอยู่สงขลา ก็ตอนนี้ก็ไปทำงานอยู่ที่ สุราษฎร์ธานีส่วนรัฐสภาครับ จิตอาสา : พี่จรัญไปทำงานอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ตอนนี้อยู่ที่สุราษฎร์ธานีนะคะ พี่จรัญคะ พี่จรัญมีความเจ็บไข้ได้ป่วย มีปัญหาสุขภาพอะไรอยู่เป็นทุนเดิมคะ คุณจรัญ : ผมก็มีในร่างกายก็มีอยู่หลายคดี แต่ว่าที่ตัดสินแล้วก็มะเร็งลำไส้ จิตอาสา : หลายคดีมันพัวพันกันมาก ตกลงคดีมะเร็งลำไส้ชนะเพื่อนนะคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา : ตกลงว่าเป็นมะเร็งลำไส้มานานแค่ไหนแล้วคะ คุณจรัญ : คือที่เจอที่รู้มาครั้งแรกก็ประมาณเดือนกุมภา ปี 25 55 ครับ จิตอาสา : ภุมภา ปี 25 55 ตอนนั้นที่พี่จรัญรู้ว่ามีปัญหาเรื่องของมะเร็งลำไส้นี่ไปตรวจที่ไหนคะถึงได้เจอแล้วหมอบอกว่ายังไงบ้าง คุณจรัญ : ตอนนี้ที่เจอ 25 55 นี่ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าไม่ได้ไปตรวจ จิตอาสา : อ๋อ รู้แต่ไม่ได้ไปตรวจ คุณจรัญ : ที่มาตรวจจริง ๆ ก็มันเริ่มเจ็บ พอกินข้าวอิ่มแล้วมันเริ่มเจ็บที่ท้อง จิตอาสา: นี่คืออาการที่เป็นใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา : ทานข้าวเสร็จแล้วก็ปวดที่ท้องตอนนี้สำรวจนะคะทานข้าวเสร็จมีไหมปวดท้องบ้างหรือยังไม่มีนะคะ ค่ะ คุณจรัญ : พอ พอทานข้าวพออิ่มแล้วเจ็บ เจ็บด้านซ้าย จิตอาสา : เจ็บด้านซ้าย คุณจรัญ : เจ็บด้านซ้าย พอเป็นมาสัก 2 อาทิตย์ก็ไปหาหมอ จิตอาสา : เป็น 2 อาทิตย์ ตอนที่รู้สึกว่าปวดใช่ไหมคะ คุณจรัญ : เริ่มปวดมากมา 2 อาทิตย์ จิตอาสา : ค่ะ เริ่มปวดมาก คุณจรัญ : ก็ไปโรงพยาบาลก็ไปเอ กซเรย์ดู ก็เจอลำไส้นี่ครับ ลำไส้มันพองอยู่ข้างหนึ่ง แล้วก็ท้องนี่ก็เริ่มจะบิดเบี้ยวไม่ได้รูป แล้วตอนนั้นก็หมอทางโรงพยาบาลท่าโรงช้างที่สุราษฎร์ ก็ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ก็ไป ไปถึงเขาก็ให้ไปส่องกล้องที่ลำไส้ ก็เจอแล้วก็ถ่ายรูปออกมานี่ ไปเจอ จิตอาสา : ก้อนโตไหมคะ คุณจรัญ : ก็ก้อนโต ก็หลายเซนอยู่ครับ จิตอาสา : หลายเซนค่ะ คุณจรัญ : หลายเซนอยู่ แล้วก็ตอนนั้นน่ะ เริ่มท้องผูก ก็ถ่ายมาเหมือนขี้แพะน่ะก็หมอบอกว่ามันตันไปแล้ว 60 % จิตอาสา : ตันไปแล้ว 60 % นะคะ หมายความว่าเวลาที่ถ่ายออกมามันจะออกก้อนเล็ก ๆ แล้ว มันเหมือนกับไปเบียด ให้อุจจาระของเรานี่เล็กลงใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา: เลยออกมาเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วค่ะตันไปแล้ว 60 % นะคะ คุณจรัญ : ก็หมอส่องกล้องแล้วตัดชิ้นเนื้อไปตรวจปรากฏว่าก็บอกว่าตอนแรกนี่บอกว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 แต่พอเข้าไปดูผลอีกครั้งหนึ่งหมอบอกว่าไปเริ่มไปไกลแล้ว ระยะที่ 3 จิตอาสา: โอ้แค่ระยะที่ 1 ทิ้งห่างแค่ไหนคะที่มันไปเลข 3 เลย คุณจรัญ : ประมาณสัก 2 อาทิตย์ จิตอาสา: 2 อาทิตย์ไประยะ 3 คุณจรัญ : ครับ หมอเขาบอกว่าระยะ 3 แต่ว่าผมก็ไม่ค่อยเชื่อที่เขาไปผลการตรวจสอบนี่ระยะมัน ผมว่าระยะมันใกล้เกินไป จิตอาสา: ระยะที่ 1 นี่ก้อนมันจะโตขึ้นนะคะขนาดประมาณสัก 2 เซนติเมตร พอระยะที่ 2 นี่ก็คือก้อนนี้มันจะโตขึ้นนะคะประมาณ 5 เซนติเมตร พอระยะที่ 3 ก็หมายถึงว่ามะเร็งนี่มันไปถึงต่อมน้ำเหลืองและมีการลุกลามแล้วนะคะ ค่ะอันนี้ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ก็ไประยะ 3 เราก็เลยคิดว่าหมออาจจะวินิจฉัยตอนแรกผิดเอาเป็นว่าตอนนี้รู้ก็คือว่ามะเร็งนั้นไปลุกลามไปแล้ว ไปยังต่อมน้ำเหลืองนะคะ แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ คุณจรัญ : หลังจากนั้นหมอก็นัดผ่าตัด จิตอาสา : หมอนัดผ่าตัด คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา: เวลาผ่าตัดมะเร็ง มะเร็งของลำไส้ใหญ่ค่ะ เวลาที่เขาผ่าตัดนี่ในส่วนที่มันมี ปัญหาเรื่องของมะเร็งนี่เขาจะตัดลำไส้ส่วนนั้นออกทิ้งแล้วก็ทำทางเปิดอุจจาระให้ออกทางหน้าท้องชั่วคราว ก็เอาลำไส้ตรงส่วนที่ว่าจากกระเพาะอาหารนะคะแล้วลงไปที่ลำไส้เล็กนะคะ แล้วก็ต่อไป ลำไส้ใหญ่ส่วนต้นลำไส้ใหญ่ส่วนกลาง แล้วก็ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ถ้าเรามีปัญหาอะไรตรงไหนนี่ ลำไส้ค่อนข้างจะยาวมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหานี่หมอก็จะตัดออกทิ้งโดยที่ไม่ได้เสียดายเลยนะคะเพราะว่ามันยาวมาก ฉะนั้นพอเขาตัดออกทิ้งปั๊บส่วนที่มันต่อกับลำไส้เล็กจากกระเพาะอาหาร มาลำไส้เล็กแล้วมาลำไส้ใหญ่ ส่วนนั้นเขาจะเปิดออกทางหน้าท้องแล้วก็อุจจาระที่ออกมานี่จะออกทางหน้าท้องแทนแล้วก็จะใช้ถุงรองรับอุจจาระเป็นตัวรองรับไว้นะคะ นั่นคือการรักษาของหมอแพทย์ปัจจุบัน ทีนี้ตอนนั้นคุณนัดใช่ไหมคะว่าเราจะต้องรับการผ่าตัดแล้วค่ะคุณจรัญตัดสินใจยังไงคะ คุณจรัญ : ก็เขาให้ผ่า จิตอาสา: ก็ต้องผ่าตัดกับเขาเลย คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา: ค่ะ แล้วเป็นยังไงคะ หลังจากนั้นหมอผ่าตัดไว้นานแค่ไหนคะ แล้วเป็นอย่างไร คุณจรัญ : ก็ไปผ่าตัดครั้งแรกหมอก็ไม่ได้บอก ผมนึกว่าผ่าตัดแล้วก็ตัดลำไส้ทิ้งแล้วก็เย็บกลับ จิตอาสา : ค่ะเราไม่ได้นึกเลยว่าลำไส้จะโผล่อยู่ทางหน้าท้อง คุณจรัญ : ไม่ทราบเลยครับ จิตอาสา : ก็ตรงนี้ขออนุญาตเรียนนิดนึงนะคะว่า ถ้าหากว่าลำไส้ของเรานี่มีปัญหาแบบเจออุบัติเหตุลำไส้แตกหรือลำไส้โป่งพองเขาจะตัดแล้วก็ต่อก็คือเปิดมาทางหน้าท้องชั่วคราวแล้วก็เย็บติดกลับเข้าไปใหม่ แต่ถ้าเป็นมะเร็งนี้ ถ้าเปิดทางหน้าท้องแล้วก็จะถ่ายทางหน้าท้องแบบถาวรนะคะ มันจะเป็นลักษณะนี้ถ้าหากว่าคนไข้ที่เป็นมะเร็ง ทีนี้คุณจรัญไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะต้องเปิดออก ทางหน้าท้อง แล้วก็จะต้องถ่ายทางนี้ใช่ไหมคะ คุณหมอไม่ได้ให้ข้อมูลก่อนหน้านั้นเหรอคะ คุณจรัญ : ไม่ได้ให้ข้อมูลครับ จิตอาสา : โอเคตรงนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราจะต้องรู้ด้วยนะคะ เวลาเราเข้าไปรักษาอะไร เรามีสิทธิ์จะขอข้อมูลได้นะคะ คุณจรัญ : ตอนหลังก็หมออธิบายว่าเมื่อลำไส้เรามันมี ปัญหาเขาก็ต้องตัดออก ทีนี้ถ้าจะ อยากต่อตอนนั้นเลยมันก็เสี่ยง คือต้องรักษาให้หายก่อน ก็เลยเอามาถ่ายทางหน้าท้องแล้วก็รักษาด้านในให้หายก่อนถึงปิดได้ ก็ตอนนั้นเดือน ผมเข้าไปผ่าตัดเดือนสิงหา จิตอาสา : ค่ะเปิดอยู่นานทางหน้าท้อง คุณจรัญ : ก็สิงหาก็ออกจากโรงพยาบาลมาวันที่ 6 กันยา ยน หมอบอกว่าวันที่ 13 นี้ก็ต้องให้คี โม จิตอาสา: ค่ะ ไปเป็นระยะต่อไปของการรักษา หลังจากผ่าตัดแล้วก็จะเป็นการให้คีโมนะคะ เป็นการใช้รังสีในการบำบัดค่ะ จะเป็นการใช้ยาเคมีบำบัดนะคะแล้วคุณจรัญรับคีโม ได้รับคีโมอยู่นานแค่ไหนคะ คุณจรัญ : ไม่รับครับ จิตอาสา: ไม่รับ คุณจรัญ : ไม่รับก็ตอนนั้นเมื่อออกจากโรงพยาบาลวันที่ 6 ทีนี้ผมก็คุยกับเพื่อน จิตอาสา: ต้องถามว่าคุณจรัญน่ะคิดยังไง พอหมอบอกว่าคีโมแล้ว ทำไมถึงได้ปฏิเสธการรับ คีโมคะ คุณจรัญ : ก็ผมทราบ เคยมีข้อมูลมาก่อนแล้วว่า ถ้าฉีดนี่ตายไปเกินครึ่งครับ ก็เลยผมเลยว่าไม่เอาแล้วก็พอดีเพื่อนที่อยู่ที่สุราษฎร์ด้วยกัน คุณสุรวิทย์ คุณจันทร์แล้วก็น้องแอ๋วที่เป็นจิตอาสาที่นี่ก็อธิบายให้ฟัง ก็ตัดสินใจว่าไปหาหมอเขียวที่จังหวัดสงขลา จิตอาสา: คุณจรัญรู้จักหมอเขียวมาจากในทีมที่นี่ใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ครับ รู้จากทีมที่นี่ จิตอาสา : แล้วทำยังไงต่อคะตอนนั้น คุณจรัญ : ก็ไปหาหมอเขียวตอนนั้นคือผมกะว่าไม่รับคีโมแน่นอนแล้ว แต่ว่าที่เขาชวนไปหาหมอเขียวก็ยังไม่รู้วิธีการรักษาก็ยังวังเวงอยู่ จิตอาสา : ค่ะสำหรับการรักษาของแผนปัจจุบันนะคะเรื่องของการผ่าตัดกับการให้เคมีบำบัดนี่ หมอบางท่านก็จะเลือกว่าผ่าตัดก่อนแล้วค่อยให้คีโมทีหลัง ก็คือว่าพอผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นมะเร็งออกแล้ว อาจจะมีชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มันกระจัดกระจายอยู่ เขาก็จะให้เคมีบำบัดไปเพื่อว่าจะได้จัดการกับเซลล์เหล่านั้นนะคะ หรือหมอบางท่านก็อาจจะให้คีโมไปก่อน เพื่อว่าจะให้เซลล์นี่มันเกาะกลุ่มกันชัดขึ้นแล้วก็ผ่าตัดทีหลัง ทีนี้นี่เรื่องของการให้คีโมเข้าไปนี่ นะ คะ มันเป็นการรักษาแผนปัจจุบันที่ว่ามันเป็นสารเคมีที่ใส่เข้าไปในร่างกายแล้วมันไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ เพราะฉะนั้น ไม่ ว่าจะเป็นเซลล์ดีหรือเซลล์ร้าย มันก็จะยับยั้งหมดนะคะ แล้วหลังจากนั้น คุณจรัญบอกว่า ไม่เอาคีโม แล้ว ก็ตัดสินใจที่จะไปดอนตาล คุณจรัญ : ไม่ ครับ ไปที่สงขลา จิตอาสา : ไปที่สงขลานะคะ ไปสงขลาค่ะ คุณจรัญ : ครับก่อนที่จะไปนี่คือหมอทางที่เขาผ่าตัด ท่านก็บอกว่ามีการรักษาด้านสมุนไพรที่ไหนที่เขาบอกว่าอะไรอย่างนี้ เขาบอกอย่าไปเชื่อ จิตอาสา: ค่ะ แต่เราก็อยากจะเลือก คุณจรัญ : แล้วอีกที่หนึ่งเขาบอกว่าถ้ารักษาแบบสมุนไพรตายทุกราย ก็ตอนนั้นก็กลัว ๆ ก็ตัดสินใจว่าวันที่ 7 นี่ขับรถไปเองเลยไม่กลัวอะไรแล้ว ตายเป็นตาย จิตอาสา: ก็คือคำว่าสมุนไพรนี่ เขาอาจจะมองแค่สมุนไพรตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งมันไม่เหมือนกับกรณีของการใช้เทคนิคการดูแลตัวเองแบบที่ของหมอเขียว ซึ่งจะใช้หลาย ๆ ศาสตร์เข้ามาบูรณาการร่วมกันนะคะ เพราะฉะนั้นของเรานี่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นสมุนไพร แต่ของเรามีเทคนิคในการบำบัดตัวเอง เยอะแยะหลายวิธี ตั้ง 9 เทคนิคนะคะ ตอนนี้ก็เลยคุยกับเพื่อน ๆ แล้วว่าจะลองรักษาโดยวิธีนี้ดูนะคะคุณจรัญก็เลยเข้าไปที่สงขลาใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ไปที่สงขลาก็ไปถึง จิตอาสา: ทำอะไรก่อนบ้าง พอไปถึงเขาให้ทำอะไรบ้างคะ คุณจรัญ : ผมไปถึงตอนเย็นแล้วเขาก็อบรมกันแล้ว ผมก็นั่งฟังอยู่ด้านนอก นั่งฟังก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก จิตอาสา : เชื่อไหม ฟังแล้วเชื่อไหมคะ ตอนนั้นคุณหมอไปด้วยไหมคะคุณหมอได้ลงไปในค่ายด้วยไหมคะ คุณจรัญ : คุณหมอก็ไป ไปวันหลังแต่ว่า จิตอาสา : คุณหมอไปวันหลัง คุณจรัญ : แต่ว่าทีนี้ผมได้โทรคุยกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ อย่างก็หลายคนก็เริ่มจะเชื่อพอมีทางที จะรักษาแล้ว จิตอาสา : รู้สึกว่ามีทางแล้ว คุณจรัญ : เริ่มมั่นใจบ้างแล้ว ทีนี้ก็มีอยู่วันหนึ่งคุณหมอท่านก็ไปเยี่ยมคนป่วยแล้วก็ไปอธิบายให้ผมฟังเรื่องการรักษา ตอนนี้ก็เลยมั่นใจที่จะไม่ไปรับคีโม จิตอาสา : มั่นใจว่าเรามีทางเลือกใหม่แล้ว คุณจรัญ : มีทางเลือกใหม่ก็มั่นใจวันนั้น ก็คุณหมอท่านก็ถามว่าจะไปรีบคีโมไหม ผมบอกว่าไม่ไปแล้ว ก็อยู่รักษากับหมอเขียวนี่แหละ จิตอาสา : ใช้เวลาในการดูแลตัวเองอย่างนี้นานแค่ไหนคะ คุณจรัญ : ก็เริ่ม ผมเริ่มรักษาตามวิธี 9 ข้อนะครับ แต่ว่าก็มีดีท็อกซ์นี่ไม่ได้ทำเพราะว่าหน้าท้องมัน จิตอาสา : ดีท็อกซ์ไม่ได้ทำนะคะ นี่ขนาดดีท็อกซ์ไม่ได้ทำ เพราะว่าลำไส้ของท่านนี่ถูกตัดเปิดออกทางน้าท้องใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา: เพราะฉะนั้นถ้าจะดีท็อกซ์ ดีท็อกซ์ทางลำไส้ต้องผ่านทางหน้าท้อง ดีท็อกซ์ข้างล่างเพราะข้างล่างนี่มันไม่ได้ มันจะถูกตัดขาดไปแล้วใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ก็หลังจากนั้นก็รักษามาเรื่อย ๆ แต่ว่าหนักไปในทางด้านอาหารนะครับ ก็งดเนื้อสัตว์ จิตอาสา: เน้นเรื่องอาหาร งดเนื้อสัตว์ค่ะ คุณจรัญ : งดเนื้อสัตว์ก็ตามที่คุณหมอท่านพูดว่า ถ้าเป็นมะเร็งแล้วไปกินเนื้อปลานี่โอกาสที่จะหาย 30 % จิตอาสา : 30 % ถ้ากินเนื้อปลา หาย 30 % คุณจรัญ : แต่ถ้ากินพวกเนื้อวัวเนื้อควายนี่เนื้อสัตว์ใหญ่ ก็โอกาสที่จะหายก็ 0 % จิตอาสา: เนื้อสัตว์ใหญ่ขึ้นมา 0 % คุณหมอบอกไว้อย่างนั้นใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ก็ผมก็กลัวก็เลยไม่กินเลย กินมะเขือต้มพวกผักบุ้ง จิตอาสา: ได้มะเขือต้ม ผักบุ้งลวก คุณจรัญ : ก็ได้ลูกสาวกับแฟนก็ช่วยดูแลอย่างดีก็ จิตอาสา: เรื่องหลัก ๆ นี่คือเรื่องของอาหารใช่ไหมคะที่ทำอยู่เยอะ คุณจรัญ : เรื่องอาหารครับ จิตอาสา : น้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ได้ใช้ไหมคะ คุณจรัญ : สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ใช้ครับ จิตอาสา : น้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ดื่มบ่อยแค่ไหน คุณจรัญ : ทุกวันครับ จิตอาสา : ทุกวันค่ะ ทุกมื้อค่ะ แล้วเทคนิคอื่นล่ะคะ กัวซาใช้ไหมคะ คุณจรัญ : ใช้ครับ จิตอาสา : ใช้เทคนิคกัวซาให้ใครขูดให้คะขูดเองหรือให้ลูกสาวหรือคุณภรรยา คุณจรัญ : ครับ ก็ช่วยกัน 3 คน จิตอาสา : อ้อนะคะผลัดเวรกันขูดเลยนะคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา : ค่ะ ขูดกัวซาแล้วดูแลตัวเองด้วยวิธีไหนอีกคะ คุณจรัญ : นอกนั้นก็ จิตอาสา : แช่มือแช่เท้าได้ทำไหมคะ คุณจรัญ : แช่มือแช่เท้าก็แฟนเขามา มาฝึกที่ได้มาที่นาโพธิ์ จิตอาสา: มีแฟนไปเข้าคอร์สที่สวนป่านาโพธิ์ด้วยแสดงว่าแฟนก็เชื่อ และที่เขาหันมากัวซาให้เราเขาก็เชื่อในเรื่องของการดูตัวเองแบบนี้ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา : ค่ะ คุณจรัญ : ก็ได้ทาน ดีท็อกซ์อะไรก็แฟนเขามาฝึกแล้ว ก็ไปรักษาชาวบ้านที่บริเวณใกล้เคียงด้วย จิตอาสา : อ้อ สาธุค่ะ คุณจรัญ : ก็เหมือนกับทางจิตอาสาก็บอกว่า ที่ดีท็อกซ์เวลามันออกมานี่ มันก็เหม็นเหมือนส้วมแตกเลย จิตอาสา : เหม็นเหมือนส้วมแตก ดีท็อกซ์ ไม่รู้ใครส้วมแตกแถวนี้ คุณจรัญ : ก็มันก็มีเรื่องตลก ๆ ที่นั่นนะ ก็บอกว่า ตำรวจก็บอกว่าแฟนเขาเวลาตดแล้วเหม็นเหมือนเวลาอยู่ในโลง จิตอาสา: บอกว่าอย่างนั้นเลยใช่ไหมคะ คุณจรัญ : ครับ ก็บอกแฟนเขาก็ยอมรับแต่หลังจากที่ได้ดีท็อกซ์แล้วมันหายหมด แล้วตัวเขาจะโล่ง จิตอาสา: เปลี่ยนอาหารด้วยไหมคะ นอกจากดีท็อกซ์แล้ว ได้ลดอาหารพวกเนื้อสัตว์ลงไปไหมคะ นี่ขนาดใช้ดีท็อกซ์อย่างเดียว คุณจรัญ : อย่างเดียวครับ ก็แนะนำไปก็หลายคนเหมือนกัน จิตอาสา: ค่ะใช้เวลาในการดูแลด้วยเทคนิคการดูแล 9 ข้อแบบของคุณหมอที่สำคัญนะคะเรื่องของจิตในด้วยนะ คุณจรัญคิดยังไงตอนที่หมอบอกว่าเป็นมะเร็งคุณจรัญคิดยังไงคะ คุณจรัญ : คือผมก็ตอนที่หมอบอกนี่ ตอนแรกหมอไม่กล้าบอก เขาถามว่ารู้ไหมว่าเป็นอะไร ผมบอกมะเร็งลำไส้ ก็บอกไม่กลัว จะต้องกลัวทำไม จิตอาสา: เวลาที่คุณหมอเขาจะบอกความจริงเรื่องใครเป็นมะเร็งเขาเหมือนคำพิพากษานะ เขาก็จะต้องดูดี ๆ ว่าคน ๆ นั้นน่ะพร้อมที่จะรับข้อมูลนี้หรือยัง พร้อมที่จะรับรู้พร้อมที่จะรู้หรือยังว่าตัวเองนี่เป็นมะเร็งนะคะ เพราะฉะนั้นหมอเขาก็จะไม่กล้าบอกง่าย ๆ เหมือนกันต้องดูสภาพความพร้อมของคนไข้ด้วย แสดงว่าคุณจรัญนี่ทำใจไปแล้วอาจจะใช่เรื่องนี้นะคะ คุณหมอก็เลยยอมที่จะบอก พอคุณหมอบอกว่าเป็นมะเร็งตอนนั้นนี่ถ้าเป็นแบบนี้นี่กลัวไหม พอรู้ว่าเป็นมะเร็งตอนนั้นกลัวไหมคะ คุณจรัญ : ถามว่ากลัวไหม มัน คือตอนผมว่าผมรู้ก่อนแล้วว่าเป็น ก็ทำใจไว้แล้ว จิตอาสา : อ๋อ ทำใจไว้แล้ว คุณจรัญ : ไม่ได้ตกใจอะไรเตรียมที่จะรักษาแล้วก็ไม่ได้กลัวอะไรมาก จิตอาสา: นี่เป็นการตั้งรับสถานการณ์ที่ดีนะคะ ไม่ว่าเป็นโรคอะไรมาก็ตามนะคะ ถ้าเรา เตรียมใจเอาไว้แล้วนี่เราก็จะไม่กลัวมัน เหมือนคุณหมอบอกเราใช่ไหมคะ อย่ากลัวโรค อย่ากลัวตาย อย่าเร่งหายอันนี้ล่ะค่ะเรื่องของจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ฉะนั้นถ้าหากว่าคุณจรัญกล้าที่จะเผชิญอย่างนี้นะคะ ก็เหมือนพร้อมที่จะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ได้พร้อมจะตายหรอกนะ พร้อมจะดูแลตัวเองเพื่อที่จะให้ตัวเองดีขึ้นใช่ไหมคะ คุณจรัญใช้เวลาในการดูแลตัวเองนานแค่ไหนนะคะ ตั้งแต่เดือนกันยา ยน ที่ออกมา คุณจรัญ : เดือนกันยาแล้วก็ หลังจากนั้นก็ประมาณเกือบ 3 เดือน จิตอาสา: เกือบ 3 เดือนค่ะ คุณจรัญ : 3 เดือนก็ จิตอาสา: คุณหมอนัดหรือเปล่าคะ หรือว่า คุณจรัญ : หมอนัดให้ไปตรวจเลือด จิตอาสา: หมอนัดให้ไปตรวจเลือด คุณจรัญ : ตรวจเลือดปรากฏว่าปกติ จิตอาสา: ค่ะ ตรวจเลือดแล้วปรากฏว่าปกติ คุณจรัญ : ตรวจเลือดเสร็จ จิตอาสา : ตอนนั้นไม่ได้รับคีโมแล้วคุณหมอเขาก็ยังดูแลเรานะคะ คุณหมอก็ไม่ได้ใจจืดใจดำว่าไม่รับคีโมก็ไม่ดูแลต่อ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เอาล่ะทีนี้ 3 เดือนค่ะ คุณจรัญ : ตรวจเลือดเสร็จก็ไปที่ เขา เรียกว่าสแกน ไปเอ็กซเรย์ในอุโมงค์ จิตอาสา : ค่ะ ทำ MRI คุณจรัญ : ก็ฟังผลตรงนั้นแต่ผมนี่ค่อนข้างจะมั่นใจมากเลยว่า จิตอาสา : ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการที่จะตรวจดูว่าเรายังมีอะไรผิดปกติในร่างกายบ้างใช่ไหมคะ ผลการตรวจเป็นยังไงคะ คุณจรัญ : ผลการตรวจก็ไม่มี จิตอาสา : ไม่มีอะไร คุณจรัญ : หมอก็นัดว่าผ่าตัดกลับ เตรียมปิดทวารเตรียม จิตอาสา : ปิดทวารเตรียมที่ออกทางหน้าท้อง ภายในเวลาแค่ 3 เดือนใช่ไหมคะ สุดยอดมากเลย คุณจรัญ : ไม่ถึง 3 เดือน จิตอาสา : ไม่ถึง 3 เดือน คุณจรัญ : หม อก็งงครับ ตอนที่หมอเขาดูฟิล์มเอ กซเรย์ผมว่า เขาก็งง จิตอาสา : เขาคงงงว่านี่มันฟิล์มของคนเดิมหรือเปล่านะ ยังดีนะที่เห็นว่าลำไส้ขาดอยู่ ช่วงหนึ่งเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่น่าจะใช่ของคุณจรัญแล้ว ไม่รู้ไปเอาของใครมา ทีนี้หลังจากที่พอว่ารักษาแล้วในช่วง 3 เดือนนั้นพอกลับไปหาคุณหมอ คุณหมอถามคุณจรัญไหมว่าไปทำอะไรยังไงมาตอนนั้นหมอรู้แล้วว่ามาหาหมอเขียว จิตอาสา : อ๋อ หมอรู้แล้วตั้งแต่ไม่ไปรับคีโมใช่ไหม คุณจรัญ : คือทางหมอเขาก็รู้จากทางในข่าวของเขา แต่ว่าเขาก็เวลาไปตรวจไปอะไรเขาก็ไม่ได้บอกว่าไปรู้มาจากนู้นก็หลังจากนั้นหมอก็นัดไปผ่าตัด จิตอาสา : ค่ะ ผ่าตัดเย็บปิดกลับเข้าเหมือนเดิมภายในเวลาแค่ 2 เดือนกว่า ๆ ขนาดเป็นมะเร็งระยะที่ 3 ที่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้วนะคะ ซึ่งเวลาที่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้วมันพร้อม จะแพร่ไปกระจายไปทั่วทุกที่ไปทั่วร่างกาย ถ้าเกิดว่าเขาตัดออก ก็คือเอามะเร็งเฉพาะตรงส่วนที่มีปัญหาออก แต่ส่วนที่มันลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว มันก็จะไปของมันได้นะคะถ้าเราไม่คีโมนะคะ แ ต่อันนี้คุณจรัญเขาเลือกที่จะ หันมาดูแลสุขภาพโดยแนววิถีธรรมนะคะก็เลยทำให้ ทำให้ยาเม็ดนี้นี่มีอานุภาพมากกว่าคีโมมากกว่าเคมีอีกหลายเท่า แล้วก็ดีกว่ามากมาย เพราะเราไม่ต้องรับอาการ ข้างเคียงความทุกข์ทรมานที่เกิดจากการได้รับคีโมเข้าไปในร่างกาย ซึ่งมันจะร้อน มันไปเผาไหม้ เซลล์ที่ดี ๆ ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะค่ะที่ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่เกิดขึ้นกับชีวิตคุณจรัญ นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่มีทางออกนะคะ แล้วก็สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ตอนนี้ ตอนนี้สุขภาพของคุณจรัญเป็นอย่างไรบ้างคะ คุณจรัญ : ตอนนี้ผมว่าสุขภาพผมก็มันแค่ตึง ๆ ที่แผล ส่วนอื่นก็ปกติหมด จิตอาสา: ค่ะ ตึง ๆ ที่แผล คุณจรัญ : การระบบขับถ่ายก็ปกติทานอาหารก็ปกติ จิตอาสา : สุดยอดมาก ๆ เลย คุณจรัญ : ก็ดีใจผมบอกแล้วว่าผมมั่นใจกับคุณหมอตอนที่บอกผมที่นู้นน่ะครับทีนี้ผมก็ไปบอกกับเพื่อน ๆ ทางที่บ้านที่อยู่บ้างที่อื่นบ้าง บอกว่าถ้าใครไปรับรักษากับหมอเขียวนี่ต้อง ก็คือขออย่างเดียวคือให้เชื่อที่หมอบอกตรงนี้แล้วปฏิบัติตาม ผมว่าหาย จิตอาสา : ตอนนี้ก็ได้ทางออกที่ดี สำหรับตัวเองนะคะ คุณจรัญ : ครับ จิตอาสา : ค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณคุณจรัญมากเลยนะคะที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์วันนี้ ต้องถามว่าจริง ๆ แล้วนี่ตอนที่เขารับข้อมูลมาคราวแรกปั๊บ แล้วก็ตัดสินใจที่จะมาดูแลกัน ดูแลด้วยการแพทย์วิถีธรรม ตอนนั้นคุณจรัญก็ที่เล่าให้ฟังเมื่อกี้คุณจรัญก็เข้าไปเนื่องจากว่าสมาชิกนี่ได้บอกข่าวบอกต่อกันไปใช่ไหมคะ แต่พอเจอตัวคุณหมอจริง ๆ คุณหมอมาให้ความมั่นใจมากยิ่งขึ้นก็ทำให้มีความมั่นใจ ตรงนี้แหละค่ะจิตใจที่มีพลังและมีศรัทธาต่อการดูแลตามแนวการแพทย์วิถีธรรมนี่ค ่ ะ ที่ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายของคุณจรัญก็ดีขึ้นนะคะ บวกกับว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตัวเอง มาเป็นแนวของการแพทย์วิถีธรรมก็เลยทำให้สุขภาพดีจนถึงวันนี้นะคะ ค่ะ ขอบคุณคุณจรัญมากนะคะตรงนี้ค่ะ ขอเจริญธรรมค่ะ ( จรัญ พันธ์อุบล . สัมภาษณ์ 255 6 , กุมภาพันธ์ 5 ) กรณีศึกษาที่ 1.34 อารีพัฒน์ ชายไทย โรคมะเร็งตับ คุณอารีพัฒน์ : เจริญธรรมสำนึกดีครับท่านครับขออนุญาตนิดนึงนะครับ ขออนุญาตว่าเวลาผมพูดนี่ผมจะไม่พูดเหมือนคนป่วยสักเท่าไร ผมจะพูดเสียงดังนะครับผมเป็นไวรัสบีลงตับเป็นพร้อมกันกับ... เป็นก่อนกับยอดรักครับ เชื่อหรือไม่ว่าหมอที่สถาบันที่กรุงเทพ ไม่ต้องระบุเนาะที่สถาบันที่กรุงเทพบอกว่าอายุผมจะอยู่ได้อีก 1-6 เดือนไม่เกิน 3 ปี ผมคีโมครั้งแรกปี 2549 ผมจะอยู่ 1-6 เดือน 1-3 ปี ผมก็บอกว่าเกินนั้นไม่ได้เหรอ ไม่ได้ไม่มีทาง ไม่มีทางรักษาหรอก เชื่อไหมนับปี 49 มาถึงปี 55 แล้ว 6 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 7 ผมก็ยังไม่ตายเลยครับท่านครับ ผมไม่ใช่เป็นโรคไวรัสบีเฉย ๆ นะครับ ไวรัสซี ตับแข็งมะเร็งตับ ผมน่าจะตายตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้ 6 ปีแล้วครับ (นับนิ้วมือ) 49 50 51 52 53 54 ปีนี้เป็นปีที่ 7 มะเร็งไม่ได้ตายทุกคนด้วยโรคมะเร็งเสมอไปนะครับท่าน จะบอกอย่างนี้เลยนะครับคือ ผมไม่ได้บังคับให้ท่านตั้งใจฟังผม แต่ว่าบอกตรง ๆ นะครับว่า เราเนี่ยไม่เคยรู้จักหมอเขียว บังเอิญนี่มันมีร้านมังสวิรัติร้านนึงอยู่ที่อุดรธานี ตรงสี่แยกบ้านห้วยเขาเรียกสี่แยกบ้านห้วยเพราะผมทำงานที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่อุดร ผมก็ไปจับดูเล่มละร้อยบาท เล่มละร้อยสิบบาท เล่มละร้อยห้าสิบ มีเล่มนี้สิบสองบาท (ชูหนังสือ) เออ มันน่าซื้อสิบสองบาทก็เลยซื้อมาหน้าที่สิบสองไลน์ที่ สามจำได้ชื่อแม่ส้มจีน หรืออะไรยิ้มใส อะไรนี่แหละ ยังไม่เปิดแต่ว่าน่าจะจำแม่นนะครับ เล่มละสิบ สองบาท หน้าที่สิบสอง ไลน์ที่สามเป็นมะเร็งตับแล้วไปก ินน้ำใบย่านาง แล้วเห็นบอกว่าไปเอ กซเรย์แล้ว มันฝ่อลงผมก็เลยปฏิบัติตามมาว่า เอ๊ะมันน่าจะได้ผลนะ บางทีก็อาย ๆ อ้าวพี่แกงหน่อไม้ทุกวันเหรอ ไม่กำละ 5 บาทก็ซื้อไปอย่างนั้นแหละ แต่วันนี้อยากจะบอก ผมคีโมมาแล้ว 7 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 8 หมอนัดให้ผมไปคีโมวันที่ 13 กุมภาพันธ์บังเอิญผมขออนุญาตหมอบอกว่า ผมมีธุระสำคัญมาก สำคัญอะไรล่ะ ในเมื่อคุณ E arly คุณออกจากราชการแล้ว สำคัญมากเลยครับ คุณต้องรีบมาด่วนเลยนะ ผลเลือดคุณสูงจังเลย ผมก็เลยตัดสินใจว่าระหว่างไปคีโมวันที่ 13 กับวันที่ 13 มาเข้าค่ายนี่ผมเลยเลือกเอาเลือกเอา ท่านครับผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าท่านไหนเคยคีโม ไม่ต้องยกมือครับ รู้ว่ามันทรมานขนาดไหนเวลาเข้าไปในห้องคีโม เวลาเข้าไปในห้องคีโมครับเราไปนอนอยู่ในอุโมงค์ เหมือนเข้าไปในเมรุน่ะเหมือนอยู่ในโลงศพแล้วมีสวิตซ์กดไฟ แล้วก็ตื๊ดขึ้นมา แล้วก็ไหลเข้าไปในช่องอุโมงค์นะครับ ผมคิดว่าวันนึงต้องขึ้นเมรุก็ต้องน่าจะเป็นแบบนี้แหละผมก็คิดในใจว่า เราเป็นรายต่อไปเราน่าจะเป็นรายต่อไปจริง ๆ แล้วท่านครับ ท่านคิดอย่างผมได้ไหมเมื่อก่อนรบกวนครอบครัวมากเลย เราต้องตายเราจะตาย ถ้าเราตายแล้วรูปที่ตั้งหน้าศพไม่ต้องตั้งนะ ธรณี กรรแสง ไม่ต้องเปิดนะโลงศพไม่ต้องมีลายทองลายอะไรนะ เอากล่องมาใส่ แล้วขึ้นเมรุเผาเลยไม่ต้องเอาไว้ศาลาผมบอกขนาดนั้นครับลูกสาว 2 คนที่เรียนอยู่กรุงเทพร้องไห้ขนาดนั้นเลยนะเอ๊ะ เราอยู่ม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive