สื่อธรรมะพ่อครู(อาสวะ อนุสัย) ตอน สังโยชน์10 และอนุสัย 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สังโยชน์ 10_อนุสัย 7) ตอน สังโยชน์10 และอนุสัย 7 อาสวะ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ถึงในสังโยชน์ 10 ว่าเป็นเรื่องของอาสวะ อนุสัยท่านตรัสมีอนุสัย 7 เป็นกิเลสที่ตกตะกอนอยู่ท้ายสุด ถ้าเทียบธรรมะสอง อาสวะ เป็นกิเลสเบื้องต้นอนุสัยเป็นกิเลสเบื้องปลาย)
สามข้อต้น สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสเป็นเหมือนตัวอย่างที่ทำได้ในการปฏิบัติ สักกายะ คือกายของตน ผู้ที่เรียนรู้รูปนาม เรียนรู้ธรรมะ 2 กิเลสของคน ถูกธาตุรู้ ปัญญาของเรา สามารถสัมผัสและกำหนดรู้กิเลสนั้นได้ กิเลสถูกรู้ เรียกว่ารูป ญาณ ปัญญาที่ไปรู้เรียกว่านาม เป็นธรรมะสอง กิเลสมันไม่มีหัวหางไม่มีเส้นแสงรูปร่าง ไม่มีตัวตนอะไร มันเป็นอาการ ไหว เคลื่อน อาการโกรธ อาการโลภ อาการราคะ มันเป็นอาการนามธรรมจริงๆ เราต้องอ่านอาการ จับนิมิต จับอาการให้ได้ว่า โกรธเป็นอย่างนี้ โลภอย่างนี้ ราคะเป็นอย่างนี้ จับอาการได้ อ่านอาการได้ จนไม่มีความสงสัย พ้นวิจิกิจฉา พ้นสังโยชน์ข้อที่ 2 มันเป็นอาการกิเลสของเราแน่ๆ แล้วกำจัดด้วย ศีลพรต ดูวิธีที่จะดี ที่เราเรียนรู้มาปหาน 5 กดข่มก่อน หรือพิจารณาด้วยปัญญา เป็นไฟฌาน เป็นพลังงานความร้อน อุณหธาตุ มันไปกำจัดกิเลสได้ ไฟฌาน มีฤทธิ์สลายกิเลสได้จริงๆ ผู้ปฏิบัติได้จะรู้ได้ด้วยตน ว่า กำจัดจริงได้เป็นอย่างนี้ กิเลสมัน จางคลาย วิราคานุปัสสี อ่านอาการกิเลสที่หมดไป ก็มีญาณปัญญา เห็นเรียกว่ามีวิปัสสนาญาณ มีสัมมาทิฐิแท้ รู้ว่าการปหาน 5 เป็นอย่างนี้ จนกิเลสมีอินทรีย์ลดลง วิราคานุปัสสี จนอาการมันดับหมดนิโรธานุปัสสี การปฏิบัติศีลพรตของพระพุทธเจ้า จึงรู้แจ้งเห็นจริงทุกขั้นตอนการปฏิบัติ จึงเรียกว่าลดกิเลสได้จริง และมีฤทธิ์ มีความสามารถ มีอำนาจ ทำให้กิเลสมันลดลงได้จริงๆ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพต
อ่านต่อ
ปรามาส เมื่อมีทฤษฎีที่ดีแล้ว ก็อย่าเหยาะแหยะลูบคลำ ให้ปฏิบัติเอาจริง จนกิเลสลดได้จริง ทำกับเหตุปัจจัยจริงๆแล้วสัมผัส จึงลดกิเลสได้จริง สังโยชน์ 3 จึงเป็นสังโยชน์สำคัญ ที่ทำให้กิเลสลดได้ เมื่อลดได้สังโยชน์ต่อไป คือเนื้อแท้ของกิเลส กามราคะ กับ พยาบาท สองขั้ว ดูดกับผลัก อยู่ข้างนอก ในกามคุณ 5 กามคุณอยู่ข้างนอก ไม่ได้อยู่ข้างใน อยู่ข้างในคือจิตมโนวิญญาณ กามข้างในไม่มี เรียกรูปราคะ อรูปราคะก็ข้างใน พอไปถึงอนุสัย นั้น สักกายะ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสไม่มี ถือว่า ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ต้องผ่านก่อนถึงจะไปขั้น อนุสัย ต้องผ่านสังโยชน์ 10 ก่อน ถึงไปสู่การล้างอนุสัย อนุสัย 7 จึงขึ้นต้นด้วยกามราคานุสัย 1. กามราคานุสัย (ความดึงดูดกำหนัดในกาม) 2. ปฏิฆานุสัย (ความผลักไส ขัดเคือง ขึ้งเคียด) 3. ทิฏฐานุสัย (ความยึดถือความเห็นเป็นตนของเรา) 4. วิจิกิจฉานุสัย (ความลังเลสงสัย ทำให้เนิ่นช้า) 5. มานานุสัย (ความถือตัวทั้งหลาย) 6. ภวราคานุสัย (ความใคร่อยากในภพละเอียด) 7. อวิชชานุสัย (ความไม่แจ้งในอริยสัจ) (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 11) ในสังโยชน์เบื้องสูงมี รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา รูปราคะ อรูปราคะในระดับหยาบ คือสังโยชน์ หมดรูปราคะ อรูปราคะ จะเหลืออนุสัยในภวราคะ ก็คือรูปกับอรูปนั้นแหละ มันไม่ใช่กามแล้ว กามนอกหมดแล้ว เมื่อล้างภวราคานุสัยในอนุสัย หมดอวิชชานุสัยก็จบ)
600122_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ใครคือผู้จำแนกอาสวะกับอนุสัยได้ในยุคนี้ https://www.youtube.com/watch?v=10vWXbTbdmg