สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างที่เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างที่เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ ขยายความคำว่าให้อย่างเต็มใจ อาตมาเห็นทานสูตร แล้ว อาตมารู้จักอาการใจตนเอง รู้ว่าอาการที่จะเอาหรือจะให้ มันเป็นอาการอย่างไรที่ชัดเจน ไม่ต้องพูดถึงอาการสุข ทุกข์ หรือเศร้า ดีใจหรือเป็นธุลีหมองธุลีเริ่ง (อโศกะ วิรชะ) อโศกะหรือธุลีหมอง วิรชะหรือธุลีเริง ความดีใจแม้น้อย อาตมาว่าอาตมาอ่านสภาวะนั้นได้ มันเกษม มันไม่สุขไม่ทุกข์ มันสัปปายะ อ่านออกแต่ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าเป็นความจริง จึงได้นำมาขยายผลให้ฟัง การจะให้จิตตัวนี้เกิดเรียกว่าจิตว่าง คำว่า ว่าง ก็น่าเห็นใจสงสารพวกที่ตรรกะ ไม่เข้าใจคำว่า ภพ ชาติ ไม่เข้าใจตรรกะ ที่มีแต่เก็งหาความจริง ไม่รู้จักรูปนามของเจตสิกต่างๆ เขาหลงภพคำว่า ว่าง หลงสภาพจิตว่าง โดยไม่มีเหตุ ไม่ได้ปฏิบัติธรรมะ 2 ตั้งแต่ความยาว กามภพ เช่น ที่นี่ว่างจากไดโนเสาร์ สัตว์ใหญ่ แต่ไม่ว่างจากช้าง ยังไม่ว่างจากปลาวาฬ สัตว์ใหญ่รองลงมา ที่นี่ว่างจากปลาวาฬ ว่างจากช้าง มันไม่เกิดอีกเลยไม่มีจริงๆเลย ที่นี่มันก็ว่าง ว่างจากสิ่งที่เรารู้ว่าอะไรมันว่าง ตามลำดับ หยาบ กลาง แต่ที่นี่ไม่ว่างจากสัตว์ วัว ควาย กระทิง สัตว์ 4 ขา สัตว์โตในระดับหนึ่งไม่มีแล้ว แต่ถ้าหมดสัตว์ 4 ขาเหล่านี้ก็ว่างไปอีก เหลือแต่แบคทีเรีย แต่ถ้าหมดแบคทีเรียอีก ก็หมดชีวิตินทรีย์ รู้รูปที่เรียกว่าชีวิตินทรีย์ รู้รูปของสิ่งที่เรียกว่า อาหารที่จะให้ยังชีพของชีวิตินทรีย์ที่เป็นนามธรรม นามธรรมที่เป็นชีวิตินทรีย์ในระดับรูป หรืออรูป ถ้าขั้นรูปก็หยาบ แต่ขั้นอรูปก็ละเอียดเป็น อากาสาฯ วิญญานัญจา อากิญจัญญา แม้แต่เนวสัญญานาสัญญายตนภพ ก็ต้องว่างให้ได้อีก จิตว่างจากเนวสัญญานาสัญญายตนสัตว์ สู่ความเป็นนิโรธ เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ เป็นการรู้ครบเวทนา

อ่านต่อ

108 ต้องพ้นต้องว่างตั้งแต่อบาย ที่เป็นรสหยาบ ทุกวันนี้เขาปรุงแต่งกันให้หนักให้จัดจ้าน หยาบมากขึ้นไม่มีลดลงเลย ถ้าพร่องกว่าเบากว่าก็ไม่ยอมต้องแรงยิ่งขึ้นด้วย ผู้ที่รู้อาการหรือรสชาติพลังงานจิตที่กระแทกอาการเกิดอารมณ์รู้แล้วว่าอารมณ์ต้องกระแทกหนักขนาดนี้มันไม่ดี ก็เอาแบบเบาลงดีกว่า คนที่เข้าใจได้จริงก็จริง พระพุทธเจ้าถึงได้ตรัส ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ไม่ใช่ว่ามุ่งแต่หาว่างหาหนึ่งๆๆ โดยไม่ได้เรียนรู้ธรรมะ 2 นี้เลย โดยวิธีที่ผิด ขออธิบาย ขออภัยที่ต้องยกตัวอย่างบุคคล ติช นัทฮันห์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ ต้องขออภัย ท่านบวชก่อนอาตมาทั้งคู่และก็มีสัมมาทิฏฐิระดับหนึ่ง แต่ท่านก็อธิบายความว่างผิด โดยไม่ได้เรียนรู้ธรรมะสอง แล้วทำให้เป็นหนึ่งไปตามลำดับ ไล่ตั้งแต่กิเลสอบายมุข กามภพ รูปภพ อรูปภพ ที่เป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์ ในปหาราทสูตร ถ้าผู้ใดไม่สามารถเข้าใจสภาวะ เคยสัมผัสอาการของนามธรรม หยาบขั้นไหน กลางขั้นไหน ละเอียดขั้นไหน และเวทนานี่ต้องเรียนอย่างเป็นกรรมฐานเลยที่มันความสุขทุกข์อยู่ตรงนี้ จนกระทั่งมันไม่สุขไม่ทุกข์ ซึ่งจะมีไม่สุขไม่ทุกข์อย่างโลกียะก็ได้ มันจะได้โดยธรรมชาติหรือเป็นเจตนาที่เป็นมิจฉาทิฐิ ก็จะใช้โดยเจตนาได้ กดข่มบังคับ ก็เป็นไปตามที่คุณตั้งใจให้เป็น มันไม่ใช่เป็นเพราะมันไม่มีเหตุปัจจัย แต่คุณตั้งใจให้เกิด ภพว่าง คุณก็รู้สึกอย่างนั้น เหมือนคนที่เก่งเจโตสมถะ สะกดจิตตัวเองเก่ง แม้จะกระทบอาการอย่างไรก็เฉย เจ็บปวดอย่างไรก็เฉย ร้อนอย่างไรก็เฉย เพราะเขาสะกดจิตไม่รับรู้ เป็นสมถะแท้ๆ เขาก็เชื่อก็ทำได้ แต่มันเป็นพลังสู้ได้เท่านั้นเอง เป็นพลังไม่ยอมรับอันนั้นเท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่ว่าเหตุปัจจัยมันสลายไปมันไม่มีอีกไม่เกิดอีก สมถะหลับตาจิตไม่รับรู้ได้เก่ง เก่งจนกระทั่งตายแล้ว ธาตุแคลเซี่ยมที่ควรสลายก็ดันมาจับตัวเป็นก้อน พวกสะกดจิตเก่งหรือฤาษีชีไพรตายแล้วเผาแล้วจะมีพระธาตุ มันเกลี้ยงแสดงแสงแวววาม เป็นเม็ดของพระธาตุ คนที่เป็นอาริยะชนจริง ก็จะเป็นพระธาตุได้ แต่พวกเจโตเก่งก็ทำได้เป็นพระธาตุ แต่ดูดเอาไว้ให้มันแน่นเท่านั้นเอง ส่วนอาริยะของพระพุทธเจ้าจะต้องมีพลังงานสูงที่เป็นสมถะ ดูดได้แน่นและสลายได้เกลี้ยงจริงด้วย จุดที่มีพระธาตุมีถึงขั้นพระบรมสารีริกธาตุอย่างพระพุทธเจ้า จึงเป็นเม็ดเล็กที่สุด มันที่สุด เลื่อมพรายที่สุด ของพระพุทธเจ้ายิ่งกว่าเมล็ดงาเมล็ดข้าวสารอย่างใหญ่ เมล็ดถั่ว ส่วนผู้เป็นเจโตสมถะ มันจะไม่เล็กไม่กลมเท่าของพระพุทธเจ้า จึงมีพระธาตุปลอมเยอะมาก กลมเล็กเลยนะ เยอะเลย อาตมามีคนเอามาให้เยอะ อาตมาก็รู้ว่าปลอม แต่คุณว่าใช่ก็ใช่ ธาตุรู้ของปุถุชน จะมีความฉลาดขนาดเท่าใดก็มีครบที่วนเวียนอยู่ในวัฏสงสารไม่ออกจากลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข จนกว่าจะมีธาตุรู้อีกอันหนึ่งแม้จะเล็กขนาดไหนที่เรียกว่า อัญญะ แตกออกมาจากโลก รู้ว่าพอแล้ว แม้จะเห็นว่าไม่เอาโลกียะแล้ว แต่ก็มีมวลที่หลงอยู่ แต่เรามีพลังงานจริงที่แตกออกมาแล้ว เราต้องพยายามหาทางสร้างจิตที่เป็นอาริยธาตุ อัญญาธาตุ อัญญะแปลว่าอื่น อัญญา แปลว่าความรู้อื่นที่แตกต่างจากเฉโก ที่เป็นความรู้แบบปุถุชน เหมือนคำว่า ปร แปลว่าอื่น เช่น ปรโลก แต่อัญญานี้ มันเป็นอื่นที่หมายถึงจิต ธาตุรู้ที่มันแตกจาก DNA ของโลกีย์ สัตว์โลก มันแตกจากเชื้อจิต ต้นเชื้อเกิดเลย ที่เรียกโดยภาษาอังกฤษว่า DNA มันแยกออกมาตรงนี้เลย แยกออกมาเป็นตัวใหม่ตัวพิเศษอีกโลกเลย แต่จิตมันยังมีอยู่ แต่มีจิตจริงที่ออกมา เป็นเซลล์ใหม่ที่เกิด เป็น Primary cell Secondary cell Tertiary cell Quatery cell กว่าจะรวมตัวกันได้ ได้เป็น 1 2 3 4 5 6 7 เจ็ดก็สู่ความเที่ยงแท้ จนเป็น 8 9 ก็เข้าหา 0 ถ้าจะพัฒนาต่อก็ต้องใช้หลักเกณฑ์ 3 3 3 ซับซ้อนต่อไปอีก นี่พูดด้วยภาษาพยัญชนะ หน่วยซับซ้อนให้พวกเราเข้าใจได้ อาตมาที่มาพูดอธิบายขยายความ นามธรรม ด้วยภาษาสังขยาเลข อันเกิดจากความจริงอาตมาเอง ภาษาตรรกะมันวน ถ้าไม่มีสภาวะจริงอธิบายไปไม่ถึงหรอก อธิบายไม่ออกไม่ถูกสภาวะ ที่อาตมามีความจริงและพูดไปก็ขออภัย ว่าอาตมาไม่ได้อยากอวด แต่พูดเรื่องวิชาการที่มีจริง ที่อาตมามีจริง แม้บางอย่างอาตมารู้แต่ยังเป็นไม่ได้ ก็จะไม่พูด หากพูดไปแล้วถูกพระโพธิสัตว์ ผู้พี่มาซักจนจนแด้ม อาตมาก็ปาราชิกเลย ถ้ามีคนซักแล้วอาตมาปาราชิกจริง ก็จะดีนะ จะได้รู้และได้ใช้วิบาก แม้ไม่มีใครรู้หรือคุณไม่รู้แต่ความจริงของปาราชิกก็ยังอยู่ มันก็จะอยู่กับคุณไปอีกนานเท่านาน แต่นี่อาตมาพูดไปถ้ายังไม่มี ผู้พี่ที่รู้จริงมาให้เจอกันเลย ถ้าเป็นพี่ที่จริงก็จะมาช่วยกันถ้ารู้ว่าอาตมาผิด อาตมาก็รู้ซับซ้อนว่า อาตมาไม่มีพี่ แต่มีน้อง น้องบางคนก็พูดไม่ได้ บางคนพูดไม่ได้เพราะว่าน้องมีอัตตาอยู่ อัตตามีสองอย่าง อันหนึ่งเขาก็จะหาว่าไปว่าเขาเป็นน้องหรือ แต่ถ้าเป็นพี่อาตมาจะพูดเลย แต่เมื่อไม่มีเป็นพี่อาตมาก็พูดไม่ได้ ก็เลยชัดอยู่ว่า ปางนี้อาตมาเป็นสยังอภิญญา ในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 คืออาตมา อาตมาสแตมป์แล้วว่าเอ็งนั่นแหละไม่มีใครอีกแล้ว ที่อาตมาอธิบายไม่ได้ง่ายเลยนะ

600416_วิถีอาริยธรรม บ้านราช ตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2560

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน