สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความฝันเป็นการทำงานของเจตสิกอันไหน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความฝันเป็นการทำงานของเจตสิกอันไหน _การนอนหลับฝัน ล้วนแต่เป็นการทำงานของสัญญาใช่ไหม พ่อครูว่า...นอนหลับฝันคือ บทบาทการทำงานของสัญญาคุณล้วนๆ โดยไม่มีสติเข้าไปควบคุม เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ฝึกสติจนกระทั่ง มีสติควบคุมความคิดได้ อย่างเช่นพระอรหันต์ผู้ที่ฝึกจิตดีแล้ว การนอนหลับก็จะเป็นการปรุงแต่งอย่างมีสติควบคุม อย่างอาตมานอนหลับก็มีสติควบคุม มีนิมิตก็เป็นเรื่องธรรมะทั้งนั้น เพราะว่าเราก็ได้ฝึกแล้ว ไม่มีตัววุ่นวายในจิตแล้ว มันก็ปรุงแต่เรื่องธรรมะ แต่ผู้ที่ยังไม่หมดไม่หยุดในสิ่งที่ไปปรุงฟุ้งซ่านกับกิเลสมาร่วมปรุงแต่งก็เละเทะไปเลย สติไม่ได้ควบคุม ไม่ได้ควบคุมก็ปรุงแหลก กิเลสในสัญญามากวน เป็นฝันมากมาย สรุปแล้วการทำงานในสัญญาทั้งในนอนหลับตาฝัน สรุปว่าฝันนั้นไม่ใช่เรื่องจริงแล้ว
_นั่งหลับตาสมาธิก็คือฝันเอาใช่ไหม พ่อครูว่า….ถูกต้อง ไปนั่งหลับตาสมาธิก็คือเป็นอดีตกับเป็นอนาคต 62 อดีต 18 อนาคต 44 ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ 62 เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจคำสอนพระพุทธเจ้า อ่านพระสูตรแรกพรหมชาลสูตรในทิฏฐิ 62 คือการนั่งหลับตาทำสมาธิ แล้วก็จะมีมิจฉาทิฏฐิได้ 62 เท่านั้น สรุปแล้วผู้ใดนั่งหลับตาทำสมาธิจะได้มิจฉาทิฏฐิหมด ในพระไตรปิฎกเรียกว่าทำเจโตสมาธิไม่เกิดปัญญาอะไรเลย มีแต่ทิฏฐิที่เป็นประธานแล้วหลงปรุงแต่งไปมาอยู่เก่า ไปในอดีตและอนาคตเท่านั้นเอง อาจารย์กฤษฎาว่า...มันเป็นอุปาทานร้อยเปอร์เซ็นต์ พ่อครูว่า...มันเป็นตัณหาที่แส่หา ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 ท่านสรุปว่า เป็นตัณหาที่แส่หา เป็นผู้ไม่รู้ไม่เห็น เป็นความแส่หา เป็นความดิ้นรนของผู้มีตัณหา ผู้ไม่รู้ไม่เห็น เป็นความแส่หา เป็นความดิ้นรนของคนมีตัณหา เท่านั้น. 601002_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก บุญกับฌานต่างกันอย่างไร