สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเนื้อสัตว์มันบาปอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเนื้อสัตว์มันบาปอย่างไร _กินเนื้อสัตว์มันบาปอย่างไรคะ พ่อครูว่า...ตอบตามคำตรัส พระพุทธเจ้าเลย เนื้อสัตว์ที่เรากินนี้มันเป็นบาปที่ลึกซึ้ง เป็นบาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลยตามคำตรัสของพระพุทธเจ้า 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 ข้อที่ 5 นี้บาปสูงที่สุด เจตนาคนเอาเนื้อสัตว์ไปถวายพระ เป็นอาหารอันประณีต เขาก็ว่าต้องปรุงด้วยเนื้อสัตว์จึงเป็นอาหารชั้นสูงชั้นประณีต ผู้ใดมีเจตนามุ่งหมายอย่างนี้แหละ ประสบบาปไม่ใช่บุญเป็นอันมาก บาปมิใช่บุญ เพราะผู้ที่มีจิตถึงขั้นนี้โง่ โง่ตั้งแต่ 1. ไม่ควรไปจับสัตว์มา สัตว์ทุกตัวมันอิสระเสรีภาพ สัตว์ทุกตัวมันต้องไปตามวิบาก อย่าไปคิดจะไปจับสัตว์มาเลยด้วยวิธีใดๆ เพราะฉะนั้นเจตนากล่าวชื่อสัตว์ใดสัตว์หนึ่ง โดยมีเจตนาตามข้อที่ 2. คือจะต้องจับมา มันก็บาปตั้งแต่เริ่มต้นกล่าวชื่อแล้ว เพราะฉะนั้นไปจับมันมาอีกก็บาปหนัก เป็นปฏิภาคทวี ข้อที่ 3 .ก็คือจับมาแล้วฆ่าอีก ก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเรามาแนะนำกันอย่าไปนำสัตว์มาแม้จะไปเลี้ยง แม้จะให้สัตว์มันอยู่ ปรารถนาเพื่อประโยชน์ของมันก็อย่าเกี่ยวข้องกัน เพราะสัตว์ทุกตัวเกิดมาใช้วิบาก เราเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับมนุษย์ก็แสนยากแล้ว

อ่านต่อ

จะไปยุ่งกับสัตว์มันเรื่องง่ายนักหรือ ชีวิตนี้อยู่กับมนุษย์ พยายามอยู่กันอย่างให้ดีมีความประนีประนอม อยู่อย่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้ดีก็แล้วกัน สัตว์ก็ปล่อยมันเถอะไปตามวิบากของมัน อย่าให้มันมารักเรา เราก็อย่าไปแตะต้องมัน อย่างนี้นกหนู มันอยู่กันก็ปล่อยมันไปขี้รดก็เช็ด มันตกมาก็สุดวิสัย หากเราเห็นว่ามันมากเกินก็ไล่มันออกไป มันไม่ออกไปก็ไม่รู้จะทำอย่างไรปล่อยให้มันขี้ ก็เท่านั้นเองหรือว่าสัตว์มันดุร้าย สัตว์มันเป็นพิษก็ต้องเอาออกไป พวกนกที่อยู่นี่ อย่างมากที่สุดก็แพร่เชื้อโรค นิดๆหน่อยๆ สรุปแล้ว กินเนื้อสัตว์มันบาปอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าบาป 5 ข้อนี้สุดยอดแล้ว ไม่เข้าใจ ท่านตรัสไว้ลึกละเอียดไว้มากแล้ว อาตมาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้สุดยอดยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าแล้ว การเอาอาหารเนื้อสัตว์มาถวายพระพุทธเจ้าถวายภิกษุมันบาปเป็นอันมากถึงขั้นข้อที่ 5 มันไม่ใช่บุญถึงขั้นข้อที่ 5 เข้าใจบ้างไหม ว่ามันบาปหนักหนามหาศาล เพราะฉะนั้นแค่ไปกล่าวชื่อสัตว์ โดยมีเจตนาไม่ดี ตามข้อที่ 2 ข้อที่ 3 ข้อที่ 3 คือฆ่า ข้อที่ 2 คือจับมันมาให้ลำบาก 4 สัตว์ย่อมเสวยทุกข์โทมนัสทุกข์หนัก มันก็ยิ่งพยาบาท แล้วเอาเนื้อสัตว์ที่มีความพยาบาทโดยคนที่ฆ่า เขาเป็นเลี่ยงบาลีว่าฆ่าเฉพาะเพื่อคนนั้นคนนี้ ความจริงความหมายชัดๆของคำว่าอุทิศ คือหมายความว่า สัตว์ที่มันตายเพราะคนไปเจตนาเจาะจงฆ่า ถ้าสัตว์มันฆ่ากันเองนี่แหละไม่ใช่ อุทิสมังสะ แต่ถ้าสัตว์ที่คนฆ่าคือ อุทิสมังสะ คนนี้แหละมีความเจาะจงเจตนาฆ่าอุทิสะ แปลว่าเจาะจงเจตนา สัตว์มันตายเพราะคนเจตนาฆ่า แต่ไปเบี้ยวบาลีว่า เจตนาฆ่ามาเฉพาะบุคคล ภาษาบาลีว่า สัญญจิจจะ(เจตนา) ปาณัง(มีชีวิต) ชีวิตา โวโรเปตุง (เจตนาฆ่า) บาลีมีเท่านี้ก็แปลว่าเจาะจง ใช่ คือจิตใจคนเจตนาเจาะจงฆ่ามัน แต่ไปเบี้ยวบาลีว่าฆ่าเพื่อเจาะจงบุคคลผู้นั้น คนไหนคนนั้นก็กินไม่ได้ บาป เลี่ยงไปโน่น เบี้ยวบาลีไปโน่น เวรจริงๆ ไปไกลเลย เรื่องนี้อาตมาอธิบายไปๆมามากแล้ว กินเนื้อสัตว์มันบาป อธิบายยาวแล้ว มากแล้วนานแล้วเมื่อยเอาแค่นี้แหละ ใครไม่เชื่อก็กินไปเถอะ บาปใครบาปมัน 610709_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้รู้โพธิสัตว์ 9 ระดับ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน