สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน หัวใจประชาธิปไตย 2 ประการ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน หัวใจประชาธิปไตย 2 ประการ _พอล แจนเซ่น · ทุกเรื่องที่พ่อท่านเมตตาเทศน์มาล้วนเชื่อถือศรัทธาและพยายามปฏิบัติตามพลอินทรีย์ของสัตว์ผู้น้อยครับ แต่มีสิ่งเดียวที่รับไม่ได้คือรักผู้นำรัฐบาลปัจจุบันไม่ลงแม้จะอ่านหนังสือความรัก10มิติก็ไม่สามารถทำใจได้จริงๆขอรับ กราบนมัสการขออภัยสุดเกล้าสุดเศียรจริงๆ สาธุ(มิบังอาจอยากเห็นแย้งพ่อท่านเลย) พ่อครูว่า…ไม่มีปัญหาหรอกใครจะเห็นแย้งอาตมาไม่มีติดใจอะไรหรอก อาตมาไม่เคยติดใจอะไรใครที่เห็นแตกต่าง คนเห็นดีด้วยก็ดีแล้ว ส่วนคนเห็นต่างก็เห็นต่างกันได้ อิสระเสรีภาพดีไม่มีปัญหาอะไรหรอก

_จาก พชร ทองอ้ม... ได้ฟังเรื่องนายกฯตู่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าโดนัล ทรัมป์แล้ว ผมอยากรบกวนถามว่า รูปแบบไม่สำคัญเท่าวิธีการที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในบริบทที่เป็นไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นๆใช่ไหมครับ? พ่อครูว่า...ใช่ จะเป็นรูปแบบก็ตาม จะเป็นบัญญัติเป็นหลักเกณฑ์ก็ตาม ก็เป็นเพียงการกำหนด สาระสำคัญจริงๆนั้น มันอยู่ที่ ความรู้ของคนแล้วปฏิบัติได้ตรงได้ผลดี ผลดีที่ว่า ก็อยู่ที่คนที่รู้ว่า ตนเองได้ปฏิบัติ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า..ทุกวันนี้แม้แต่ชื่อว่าประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมนั้นยอดของเผด็จการเลย ไม่ว่าคนจะออกมาประท้วงสักเท่าไหร่ กี่สิบล้านก็ไม่ยอมออก พ่อครูว่า...ส่วนมากจะเป็นอัตตาธิปไตย ประชาธิปไตยต้องเป็นความเห็นของมวลชนรวม ถ้าเป็นความเห็นของตัวเองก็เป็นอัตตาธิปไตย ก็เอามารวมกัน เราจะไปยึดเอาความเห็นของเราอย่างเดียวไม่ได้ จะไปยึดถือเอาความเห็นของโลกอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องประมาณ อาตมาทุกวันนี้ก็ทำงานประชาธิปไตยเพราะศาสนาพุทธเป็นสุดยอดประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจะต้องชัดเจนจริงๆว่า มันคืออะไร อาตมาพูดและพยา

อ่านต่อ

ยามสรุปหัวใจของประชาธิปไตยเอาไว้แล้ว ประชาธิปไตยมีหัวใจอยู่สองหัวใจ 1. อิสระเสรีภาพ 2. ความไม่มีอัตตาตัวตน 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ อิสรเสรีภาพและไม่มีอัตตา ไม่ยึดตัวตนเป็นหลัก แต่ก็ต้องมีส่วนตนที่มีความเจตนาดีปรารถนาดีที่จะทำให้แก่สังคม ไม่ใช่ว่าตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย ให้โลกจูงดึงไปหมดเลย ตัวเองไม่มีความคิดอะไรเลย ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ก็เป็นควายตัวหนึ่งให้เจ้านาย ให้โลกเป็นเจ้านายดึงไปดึงมาอย่างเดียว โลกเราต้องช่วยเขา ก็คือสังคมที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มหมู่เป็นประเทศ เรามีความคิดขึ้นมา มีความคิดถูกผิดดีไม่ดี เราก็ต้องใช้วิจารณญาณของเรา ต้องมีความรู้ว่า มีความมั่นใจในความรู้นั้นของตัวเองด้วย ว่าอันนี้ดี ถูกต้องมั่นใจและพยายามทำความคิดของเราลงไปในสังคมประเทศชาติ ไม่เช่นนั้นเราก็ไร้ค่าไร้ประโยชน์ไม่มีอะไรเลย คุณคนนี้ก็ดูเป็นกลางๆ คุณพชร ทองอ้ม อาตมาเชื่อมั่นว่านายกฯประยุทธ์มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าโดนัล ทรัมป์ เพราะอเมริกาสร้างลัทธิประชาธิปไตยขาเดียวมานาน คนอเมริกาจึงมีความยึดมั่นถือมั่น เอียงไปข้าง บอกว่าประชาธิปไตยนั้นคือ ตามที่เขาคิด แต่ละคนอิสระที่ตนเองตามที่แต่ละคนคิด หรือใครก็ตามที่คิด ประชาธิปไตยที่เขาคิดนั้น เขาไม่ได้เรียนรู้เรื่องอัตตา ไม่ได้ล้างกิเลสส่วนตน เพราะฉะนั้นความคิดของแต่ละคนซึ่งมีความคิดเห็นส่วนตนเป็นหลัก หรือเห็นตามอัตตาตัวเองเป็นหลัก เพราะเขาไม่ได้เรียนรู้ศึกษาโลกและอัตตา ศาสนาอื่นไม่ได้สอนมีแต่ศาสนาพุทธที่สอนเรื่องนี้ เมื่อเขาไม่ได้เรียนรู้เขาก็มีอัตตาโดยที่เขาไม่รู้ตัว และอัตตาก็ทำตามแต่ละคน เพราะฉะนั้นความเป็นประชาธิปไตยของประเทศที่เป็น ประชาธิปไตยแบบดังกล่าวนี้ ต่างคนต่าง อัตตา ต่างคนต่างเห็นว่า ประชาธิปไตยก็อย่างที่ กูคิด กูเชื่อ เป็นประชาธิปไตยที่ สัมมะปิ ปนกันเลอะไปหมด ต่างคนต่างก็ของกูๆ แล้วมันจะเฉลี่ยแบ่งออกไปได้อย่างไร ทุกคนก็คิดเห็นอย่างนั้น เป็นประชาธิปไตยที่ต้องใช้อำนาจ กูจึงได้เป็นผู้บริหารชนะการเลือกตั้ง เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดได้ เพราะฉะนั้นการเรียนรัฐศาสตร์เขาจึงเรียก การเมือง คือ การแสวงหาอำนาจ รัฐศาสตร์การเมืองคือการแสวงหาอำนาจ ผู้ที่เข้าไปบริหารปกครองก็คือผู้ที่แย่งอำนาจมาได้ ตรงนี้อาตมาขออธิบายเลยว่าผู้ที่สมควรจะได้ไปบริหาร ถ้าหากแย่งอำนาจอยู่ก็ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยแม้สักนิด ส่วน ประชาธิปไตยจริงคือประชาชนเขาเห็นด้วยให้คนนี้ขึ้นไปบริหาร ที่นี้จะให้คนในประเทศทั้งหมดนั้นเห็นด้วยกับคนๆใดคนหนึ่งก็ไม่มี หมดประเทศเลยไม่ได้ ยาก มีถ้าจะให้พูดแล้วมียกเว้น แต่เขายกเว้นนี้ เป็นข้อสมบูรณ์แล้วด้วย ที่ว่าเป็นข้อสมบูรณ์ก็คือว่า ผู้ที่ประชาชนจะยอมยกให้ขึ้นไปบริหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์องค์ยอดจริงๆเลย ไม่ว่าจะกี่ปีก็คนนี้แหละ มีความเห็นขัดแย้งกันน้อยที่สุด เหมือนอย่างที่ในประเทศไทยยกให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขัดแย้งกันน้อยที่สุด พวกแดงที่ไม่ยอมรับในหลวงกับพวกที่ยอมรับทักษิณระวังพวกนี้เอง ที่จะไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย แต่พระองค์ทรงงานมา 70 กว่าปี ประชาชนยอมรับเลย ยอมรับนับถือว่านี่คือสุดยอดแห่งนักประชาธิปไตย และก็เป็นนักประชาธิปไตยที่โลกเขารับรองด้วย อาตมามองเห็นชัดว่า ในหลวงได้ประพฤติตามครรลองทฤษฎีของพระพุทธเจ้า แม้แต่ที่สุดคำตรัสที่บอกว่าต้องบริหารแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มันเป็นโลกุตรธรรม 100% ซึ่งไม่มีโลกประชาธิปไตยที่ไหนเขามาพูดหรอก ประชาธิปไตยประเทศไหนก็ไม่พูดอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าต้องบริหารแบบคนจน ใครฟังก็หูหักทั้งนั้น รัฐมนตรีเกาหลีมาถามฟังแล้วก็น่าจะหูหักไปเลย ทุกคนก็เชื่อว่าไม่ได้พูดเล่น พูดจริง เขาก็ต้องหูหัก บริหารประเทศแบบคนจนจะบริหารอย่างไร พวกเราชาวอโศกสงสัยไหม นี่แหละคือ นักประชาธิปไตยสูงสุด ผู้ที่ต้องการมาจนและจนสำเร็จจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ พวกชาวอโศกนี่แหละเป็นนักประชาธิปไตยที่ปฏิบัติตัวเองบรรลุผลสุดยอดแล้ว ในโลก เป็นนักประชาธิปไตยเบอร์หนึ่งในโลกพวกชาวอโศกนี่แหละ ได้อยู่ในประเทศไทยในคนไทย จะพยายามอธิบายเรื่องนี้ตลอดเลย ถือว่าในหลวงทรงฝากฝังไว้ ให้สืบทอดประชาธิปไตยแบบคนจน เพราะฉะนั้นนักบริหารประเทศทั้งหลายเอ๋ย โพธิรักษ์ขอเตือนสติท่าน ในหลวงท่านฝากไว้แล้วนะ เงี่ยโสตสดับบ้าง แล้วศึกษาให้ดีว่าเศรษฐกิจแบบคนจนเป็นอย่างไรเป็นศาสตร์พระราชานะ เขาก็พูดอยู่ว่าจะทำตามศาสตร์พระราชา ศาสตร์พระราชาก็คือบริหารแบบคนจนต้องทำคนให้จนลงไม่ใช่บริหารประเทศให้คนไปรวย ถ้าหากบริหารประเทศให้คนไปรวยนั้น เชิญเถิด ตลอดชาติอีกกี่ชาติก็บริหารไม่เสร็จ แต่ผู้บริหารประเทศมาเข้าใจคนจนเป็นคนจนยิ่งใหญ่อุดมสมบูรณ์มีใจเสียสละอย่างชาวอโศกนี่แหละคือสำเร็จ อาตมาเคยบอกแล้วอาตมาทำงานกับชาวอโศก อาตมาทำสำเร็จแล้วแม้ยังไม่ถึง 50 ปี ท่ามกลางความเข้าใจไม่ได้ของคนทั้งโลก นักประชาธิปไตยนักรัฐศาสตร์จบด็อกเตอร์กี่ใบก็เข้าใจยาก แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเข้าใจ จะทรงตรัสอย่างนั้นเลย นี่คือความยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยมี ประเทศอื่นทุกประเทศในโลกก็มี 200 กว่าประเทศก็ยากจะเข้าใจว่า มาทำประเทศให้จน จนอย่างมีคุณสมบัติจนอย่างมีคุณภาพ อย่างชาวอโศก เกิดความสุขสำราญเบิกบานใจสงบสุขอบอุ่น ทุกอย่างมันจบ สบาย เป็นสังคมอยู่เย็นเป็นสุข มันสูงสุดถึงขั้นเศรษฐกิจระดับสาธารณโภคี สมาชิกสังคมนี้ทำงานเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจะไม่สุดยอดได้อย่างไร มีประเทศไหนทำได้ สังคมไทยทำได้ จริงๆนะ พูดนี่รู้สึกยิ่งใหญ่ เหมือนโพธิรักษ์คุยเลย แต่ไม่ใช่แค่ตรรกะภาษาปรัชญามาพูดและเป็นไปไม่ได้แต่นี่เป็นไปได้ทำได้แล้ว แล้วก็อาศัยอันนี้ประพฤติอยู่เป็นวัฒนธรรม เอ้า ถามซิ ...ใครที่มาเป็นอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกว่ามันไม่สุขสำราญเบิกบานใจไม่อยากอยู่ที่นี่เลยยกมือขึ้น แล้วคนที่มานี่ก็เป็นหน้าเก่าๆ คนหน้าใหม่มีน้อย คนหน้าใหม่ก็คงโน้มเอนมาทางนี้แล้ว

_สมพร ชุมสงค์ ...จริงๆแล้วพ่อท่านกล่าวถูกต้องทุกประการ แต่บางประโยคมันไปขัดกับกิเลสของบางคนก็เลยว่าไม่ใช่

_Ton Son Son Son..... หมดศรัทธา ตรงไปสนับสนุนไอ้ตู่นี่แหละ พ่อครูว่า...ก็ขอแสดงความคิดเห็นว่าความไม่พอใจไม่ชอบใจนี้มันเป็นความทุกข์นะ ก็เห็นแก่สังคมแก่คนอื่นบ้าง อาตมาก็เป็นสมาชิกในสังคมประเทศไทย อาตมาก็เห็นว่านายกฯตู่คนนี้ บริหารได้ประโยชน์ได้ดีทีเดียว ก็เห็นดีเห็นควรว่าให้ทำงานไป มันไม่ตรงกับคุณแน่นอน จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างอาตมา ที่บอกว่านายกฯตู่บริหารดี ก็คงจะมีพวกเราที่เห็นเช่นเดียวกัน คุณน่าจะเป็นส่วนน้อยในประเทศไทย ที่ไม่ชอบนายกฯตู่ก็คงจะเป็นพวกแดงหรือทักษิณ สมณะเดินดินว่า...อาจเป็นพวกเหลืองเข้ม ก็ว่าผิดทั้งบิ๊กตู่และพวกแดง พ่อครูว่า...ก็ให้เขาบริหารเองก็แล้วกัน

_Loy Chunpongtong ........ ทรัมป์เป็นอันธพาล แต่ระบบของอเมริกา ยังให้ประท้วงได้ครับ คำว่าประชาธิปไตยเป็นชื่อของระบบ ไม่ใช่ชื่อนิสัยของบุคคล พ่อครูว่า...อาตมาว่า จะเป็นระบบ ระบบนี้เป็นรูปธรรม นิสัยของบุคคลเป็นนามธรรม แยกระบบออกจากนิสัยของบุคคลจากกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมีบุคคลที่มีนิสัยอย่างไรๆ อย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไปใช้ระบบ เข้าไปทำงานกับระบบ เพราะฉะนั้นควรจะมาแยกระบอบแยกนิสัยกัน แล้วเอามาพูดกันไม่รู้เรื่องหรอก เพราะระบบมันก็ต้องอาศัยคนที่มีนิสัยไปใช้ระบบ ระบบเฉยๆจะทำอะไรได้ มันไม่ได้มีอะไรหรอก ที่มันมีเรื่องเกิด เพราะตัวบุคคล ไม่ใช่ระบบ ต่อให้ชื่อระบบที่เละเทะเลวร้ายอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าบุคคลนิสัยดีปัญญาดีมีความรู้มีสมรรถนะดี ทำงานมันก็ดีอยู่แล้ว ชื่อระบบจะเป็นไอ้บ้าอะไร แต่ผู้ปฏิบัตินี้เป็นสุดยอดแห่งอัจฉริยะ ใช้ระบบชื่อว่าไอ้บ้าก็ได้ ไม่เห็นเป็นปัญหา

610709_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้รู้โพธิสัตว์ 9 ระดับ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน