ความหมายของคำว่า ปวารณา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.04 KB
วันที่แก้ไข5 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ความหมายของคำว่า ปวารณา พ่อครูว่า...เจริญธรรมทุกคน วันนี้วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2566 แรม 6 ค่ำเดือน 11 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้วันมหาปวารณาวันที่ 2 แล้ว มหาปวารณาครั้งนี้ ครั้งที่ 41 ปีหนึ่งก็ทำครั้งหนึ่ง บางปีก็ไม่ได้ทำ ก็เลยได้ 41 ครั้ง ที่เราได้มีงานรวมกันมา ทั้งชุมนุมกันชาวอโศกเราทั่วประเทศ และก็มีสมณะ มีสิกขมาตุทั้งหมดด้วย มารวมกัน ชุมนุมกัน มางานมหาปวารณาสักทีหนึ่ง คำว่า “ปวารณา” ก็คือคำที่ ท่านหมายความให้ว่ากล่าวตักเตือน หรือถึงขั้นด่าว่า ทักท้วง ตำหนิ ติเตียน กันได้ ใครก็ตาม ทุกคน อย่ามีตัวตน อย่ายึดถือตัวถือตน ไม่แคร์ใคร ใครจะใหญ่กว่าข้าไม่ได้ ข้าใหญ่ที่สุด ใครแตะไม่ได้ ใครตำหนิไม่ได้ ใครว่าไม่ได้ สะกิดนิดสะกิดหน่อยก็ไม่ได้ อะไรอย่างนี้เป็นต้น มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ คนที่ทนต่อคำว่ากล่าว ตำหนิติเตียน ยิ่งเป็นความจริง คือตำหนิติเตียน ถูกต้อง ตำหนิถูก ไม่ใช่ตำหนิผิด ตำหนิสิ่งที่ตำหนิ เรื่องที่ตำหนินั้น เป็นการตำหนิเพราะมันไม่ควร ไม่ดี ไม่งาม ไม่ถูกต้อง ควรแก้ไขควรปรับปรุง นี่แหละถือว่าเป็นขุมทรัพย์ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นขุมทรัพย์ เป็นขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่จะเจริญ ผู้ที่ได้รับการติติงนั้นเป็นคนที่มีกุศล ที่มีคนปรารถนาดี การจะไปตำหนิติเตียนคนอื่นด้วยอารมณ์ ด้วยกิเลส ยิ่งตำหนิติเตียนชนิดที่ด่าสาดเสียเทเสีย ไปกดคนอื่นไปเฉยๆ คนนี้เลวได้แต่โทษ ไม่ได้ประโยชน์คนอื่น ไม่ได้ประโยชน์คุณค่าอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยสูญเปล่า ตัวเองเสียอย่างเดียว อารมณ์โกรธ อารมณ์ที่มันไม่ดีเป็นกิเลสโกรธ ครอบงำเอาเสียแล้ว ก็เลวได้เต็มที่ นั่นเป็นจุดเสียของการตำหนิ คือการตำหนิด้วยอารมณ์ ตำหนิด้วยกิเลส ตำหนิไม่ถูกต้องตำหนิบ้าๆ บอๆ มีอย่างนี้มีกัน ในพวกชาวอโศกเรานี่อาตมาเห็น

อ่านต่อ

ว่า ประเสริฐแล้ว ไม่มีแล้ว ความคิดเช่นนั้น ความเป็นเช่นนั้น ลดละหน่ายคลายไม่อยู่ในตัวเรา ก็ประเสริฐแล้ว ดีแล้ว ก็มีเหลือแต่ตำหนิด้วยเมตตา ตำหนิด้วยปัญญา ตำหนิช่วยกันอย่างแท้จริง อันนี้พากันเจริญ เดี๋ยวจะเข้าสู่เรื่องราวสำหรับวันนี้ อาตมางานมหาปวารณาเขาทำโปรแกรมให้เทศน์อยู่ 2 คาบ วันนี้คาบหนึ่งและวันอังคารเย็นวันที่ 7 ถ้าเป็นเมื่อก่อนแล้วเทศน์ทุกวัน ในงานมหาปวารณา 7 วันเทศน์ทุกวัน เดี๋ยวนี้นี่มันไม่ใช่แล้ว ไม่ยอมรับก็ไม่ได้ ไม่ยอมรับความจริงก็ไม่ได้ว่ามันเสื่อม สังขารมันเสื่อม พระพุทธเจ้าตรัสชัดเจนในวันปรินิพพานของท่าน ก่อนจะปรินิพพานว่า สมณะทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย ทุกอย่าง สังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด 661104 ครบรอบ 53 ปี โพธิกิจ พ่อครูเทศนาภาคค่ำ งานมหาปวารณา ครั้งที่ 41

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน