กามกับราคะต่างกันอย่างไร ในคำข้าวมีทั้งกามทั้งราคะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
กามกับราคะต่างกันอย่างไร ในคำข้าวมีทั้งกามทั้งราคะ _KO Puwanai โก้ ภูวนัย . กราบนมัสการพ่อท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ผมมีความเข้าใจกามในอาหาร,คำข้าว ผมไม่สงสัย แต่ผมติดใจ ราคะ ในข้าว หรืออาหาร มีด้วยหรือครับ กราบขอบพระคุณมากครับ กราบสาธุครับ พ่อครูว่า…อธิบายคำว่ากาม กับคำว่าราคะ ให้คุณฟังก่อน ไม่ซับซ้อนมากมาย แต่มันก็ละเอียดมันลึกซึ้ง แต่ลองฟังดู อาตมาจะอธิบายดู มันจะได้เข้าใจชัดง่าย คำว่ากามคือ กิเลสหยาบ ใหญ่กว่าราคะ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณหมดกามก็เหลือราคะ เพราะฉะนั้นราคะที่เหลือนั้นก็คือ รูปราคะ อรูปราคะ ราคะมี 3 คือ กามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ คุณต้องหมดกามก่อนที่เป็น ราคะหยาบ หมด โอฬาริกอัตตา แล้วเหลือ มโนมยอัตตา อรูปอัตตา คือ รูปราคะกับอรูปราคะ ตอบแค่นี้เข้าใจกามกับราคะได้ไหม เพราะฉะนั้น คนที่ปฏิบัติธรรมไม่มีลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ต้น กลาง ปลาย กามไม่จัดการก่อน กิเลสกามไม่จัดการก่อน หรือจะเรียกเต็มๆ ว่ากามราคะ ก็ได้เรียกเต็ม ราคะขั้นกลางก็ไม่จัดการให้มันหมดก่อน จนคุณสามารถอยู่เหนือ กามาวจร คุณก็อวจรอยู่กับกาม โลกสังคมก็อยู่กับโลกกาม แต่คุณเหนือกิเลสกามแล้ว คุณก็ไม่ต้องรบรา ไม่ต้องไปทำอะไรอีก กามทำอะไรคุณไม่ได้ คุณมีธรรมฤทธิ์ คุณมีปัญญา คุณพ้นแล้ว กิเลสกามมันมารอหน้าไม่ได้ อย่างที่เคยอธิบาย กิเลสกามเข้ามาใกล้คุณไม่ได้แล้ว คุณสูงกว่าอนาคามี ยิ่งสูงไปเลยเป็นอรหันต์ด้วยก็ยิ่ง ไม่มีทางที่จะมารอหน้าเลยกาม แต่กามมันไประรานกับคนที่อ่อนแออยู่ แต่คนที่หลุดพ้นแล้วเหนือแล้วกามมาเล่นงานอะไรไม่ได้ ก็คุณเหลือราคะต่อไปก็คือ รูปราคะ อรูปราคะก็จัดการอีก จัดการจนรูปราคะหมด รูปราคะก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเอาแต่รูปราคะออก แต่คุณก็อยู่ในกามาวจร อยู่ในโลกสามัญไม่ได้ หลบหนีไปไหน แต่คุณก็ท
อ่านต่อ
ำกิเลสที่เหลือออกให้หมด แม้ว่าหมดรูปราคะแล้วอรูปราคะคุณก็ยังอยู่กับกามราคะ ก็ยังอวจรอยู่กับโลกธรรมดาเขานี่แหละที่เขาเป็น แต่คุณต่างหากหลุดพ้น คุณต่างหากอยู่เหนือ คุณต่างหากลอยตัว คุณต่างหากไม่มีตัวตน ที่หลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้แล้ว _สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยบอกว่าต้องอาศัยโลกกามมาวจรมาช่วยกระทุ้ง พ่อครูว่า... ใช่ ถ้ามันไม่มีจริง มันไม่ยืนยัน ไม่ได้รับคำตอบหรอก ถ้ามันไม่กระทุ้งเรา เราไม่รู้หรอกว่าเราหมดกิเลสแล้วหรือยัง มันกระทุ้งอยู่ มันก็เหมือนกับกระทุ้งอยู่ในหล่มที่ว่าง กระทุ้งไปก็เราไม่ได้มีกิเลสที่จะไปมีปฏิกิริยากับมันเลย มันก็เหมือนผ่านไปผ่านมา เพราะเราไม่ไปรับ เราไม่มีมันก็เหมือนตบมือข้างเดียว ถ้าไม่มีการ กระทุ้งเลยมันก็ไม่ชัด เราก็ไม่เข้าใจว่าไอ้นี่เราอยู่เหนือมันจริงหรือเปล่า และอาจจะคิดว่าเราหลุดพ้นด้วย เพราะเราห่างไกลหนีจากสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้น การวิ่งหนีสิ่งที่เราจะต้องหลุดพ้นจากมัน หรือว่ามีอำนาจอยู่เหนือกว่ามัน โดยเฉพาะอำนาจนั้นคืออำนาจปัญญา เป็นความรู้ เป็นพลังฤทธิ์ของความรู้ “อยู่เหนือ” ไอ้นี่รอหน้าไม่ติด มารกับพระพุทธเจ้ายังในสูตรที่มารบอกว่า ตถาคตเห็นเราแล้ว มารวิ่งหนีหูตูบเลย อาตมาก็พูดซ้ำพูดซากแล้วในพระสูตรนี้ _สู่แดนธรรม... มีนัยซ้อนที่ว่า เรื่องกาม ถ้าหากจะให้ไปสนใจในธรรมะ พระองค์กลับบอกว่า ควรสนใจธรรมะในระดับกาม คือธัมมกาโม ไม่ใช่ให้สนใจแค่เหยาะๆ แหยะๆ เป็นกามราคะ พ่อครูว่า... อันนี้สู่แดนธรรมเขาก็เอาลึก คำว่าธัมมกาโม แปลว่าความใคร่ในธรรม เป็นกาม เป็นความใคร่อยากได้ธรรมะ เพราะฉะนั้นมันเป็นภาษาที่ซับซ้อนแล้วบอกว่าคนอยากได้ธรรมะ แล้วธรรมะนี้อยู่ในละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า มันเป็นธรรมนะ มันไม่ใช่อธรรม ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะฉะนั้น คุณใคร่ในธรรม ไม่ใช่คุณใคร่ในอธรรม จบแค่นี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะต่อมากกว่านี้จะฟั่นเฝือ 661101 ไทยเรามีลีลาธรรมาธรรมะสงครามที่งดงามที่สุดในโลกยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก