สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลเครื่องวัดความสูงต่ำของมนุษย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข2 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

ศีลเครื่องวัดความสูงต่ำของมนุษย์ การกล่าวชม ขั้นต่ำสุด จะชมคน ขั้นต่ำสุดนี่คือ ชมด้วยศีล เอาศีลเป็นหลัก คนใดบรรลุศีล ที่ท่านห้ามไว้ เช่นข้อ1 ห้ามฆ่าสัตว์ จะชมคนด้วยหลักเกณฑ์อย่างไร ก็เอาศีลมาจับ ถ้าคนนี้ไม่ฆ่าสัตว์เลย ก็ชัดเจนว่า คนนี้ชมได้ เพราะเขาคือจิตนิยาม เขาเป็นสัตว์จิตนิยาม รู้จักปานะ รู้จักจิตนิยาม ไม่ทำร้ายสัตว์อื่น แม้สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ หากไปทำร้ายก็เป็นวิบาก คนนี้ปลอดภัยที่สุด ข้อแรกเลย คนไม่ฆ่าสัตว์ จนไม่กินเนื้อสัตว์ คนเราจะฆ่าเล่นๆ ก็เลวมาก ฆ่ามากิน ก็พออภัยกันได้ เพราะบางที่ไม่มีอะไรกิน หรือหลงว่าเป็นอาหาร แต่นี่ฆ่าเล่นๆ ชีวิตของสัตว์เล็กน้อย ก็เป็นชีวิต ปลามันก็เป็นชีวิต เป็นพีชนิยาม ก็ต้องมีการพัฒนา มายาวนาน กว่าจะมาเป็นจิตนิยาม มันเป็นสัตว์ แล้วคุณจะไปทำลายมันทำไม เขาพัฒนามา กว่าจะเป็นสัตว์ คุณไปทำลายพืชหรืออุตุ มันไม่พยาบาท แต่ไปทำมันทำไมสัตว์ ยกเว้นเขาได้ไหม ถ้ายกเว้น ก็ไม่เป็นวิบาก คนที่มีจิตวิญญาณ เข้าใจ บรรลุศีลข้อ1 จะไม่ทำร้ายใคร กินก็กินพืช กินดิน

สมณะฟ้าไทว่า... เกณฑ์ที่จะหลุดจากอุตุ มาเป็นพีชะตรงไหน ? พ่อครูว่า… ถ้าอุตุ มาเป็นพีชะ มันมีอัตโนมัติ มันเริ่มจาก nich ห้องว่างแล้วมาเป็นเซลล์ ที่เป็น ish กว่าจะหลุดจาก nich ถ้าพืชมันต้อง อยู่กับดินกับน้ำ ไม่หลุดไปอิสระ แต่ถ้าเป็นสัตว์ มันอิสระกว่า เราก็ต้องรู้ว่า พีชะมีสัญญา แต่ไม่รู้จักสัญญา ไม่มีความรู้ซ้อนไปรู้ตัวเอง แต่มันมีอัตโนมัติ คือเอาธาตุที่จะสังเคราะห์เป็นตัวมันเองได้ตามตระกูลของมัน และจะพัฒนาไปถึงขั้นจิต จิตจะมีเวทนา คือจะรู้สึก ทีนี้รู้สึกอย่างไร รู้สึกผลัก แต่ถ้าพีชะรู้จักแต่ดูด แต่จิตมีดูดมีผลัก ถ้าเห็นแก่ตัวมาก จะผลักแรง หากแรงมาก จะทำร้ายเขา เจตนาแรงมาก จนทำร้ายเขา แล้วเป็นผ

อ่านต่อ

ลร้ายหนักหนาสาหัส ขึ้นเรื่อยๆๆ จึงต้องฟังให้มาก ฟังแล้วต้องเห็นของจริง ในตนและตนเอง ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ทำแต่สิ่งที่ควรทำด้วยซ้ำ ความซื่อสัตย์สุจริต จะต้องมีว่า อันนี้ควรทำก็ทำ อันนี้ควรทำอย่างยิ่ง ก็ให้น้ำหนักมาก ความชั่วในการพัฒนา จากเวทนาผลัก ชั่วแรกที่สุดคือ อำมหิต ใจร้ายรุนแรงทำร้ายชีวิตอื่น เรียกว่า สัตว์อื่น ได้รับการกระทบจากเรา แรงที่สุด คนฉลาดจะรู้ว่า ถ้าได้รับการกระทบแรง คนอื่นก็รู้ได้ด้วย ก็จะรู้ว่าเราไม่ดี ก็เลยหลอกซ้อน ว่าเราทำเป็นดี แต่มีความซับซ้อน ร้ายแรงลึกข้างใน เขานึกว่าตนฉลาด แต่ที่จริงตนเองนั้น โง่มาก คนที่ตรงไปตรงมา จะรู้ทันก็เข็ด ไม่ทำอีกไม่เอาอีก แต่นี่คนนี้ฉลาด ให้คนอื่นไม่รู้ ก็โง่ไป

สมณะฟ้าไทว่า…จิตวิญญาณคน ต้องเลวถึงที่สุด ถึงจะรู้สึกถึงธรรมะหรือไม่? ตอบ...ก็ต้อง ฟังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ บันทึกตามไม่ได้

คนที่ใจร้าย ทุจริตขั้นต้นที่สุด สรุปแล้วก็คือ ทำร้ายหรือว่า เอาของที่เป็นของคนอื่น เขาไม่ได้ให้ เอาวัตถุ เอาชีวิตของเขา เอาสิ่งที่เขารักเขาหวง มันจะไม่จบง่าย เพราะว่าคนเรานั้น รักชีวิต ยิ่งกว่าสิ่งของ ใช่ไหม คนที่ไปทำร้ายชีวิต สัตว์เล็ก หรือคนก็รักชีวิต ยิ่งกว่าสิ่งของ พวกวิปริต บางคน มันรักสิ่งของ ยิ่งกว่าชีวิต ผู้ที่สละชีวิต เพื่อสิ่งที่ควรยิ่งกว่า นี้ประเสริฐ อันนี้แม้แต่ ของเทวนิยม เขาก็บอกว่าถูกต้อง เสียสละชีวิต เพื่อพระเจ้าได้ หรือเสียสละชีวิต เพื่อสิ่งที่ควรกว่า เสียสละเพื่อพระบุตร ก็สมควรกว่า เป็นต้น การใช้ศีล เป็นเครื่องวัดคน จึงเป็นหลักพื้นฐาน ของมนุษย์ ผู้มีจิตนิยาม มันก็อยู่เหนือกว่า สัตว์ทั้งหลาย ผู้นี้จึงเข้าขั้นอาริยะ ผู้นี้ใช้ศีลเป็นเครื่องวัด เพราะชีวิตกับจิตใจ คืออัตตา สิ่งของที่ตนเองหวงแหน คืออัตตนียา แต่ว่าสิ่งของ ไม่ใช่ชีวิตจิตใจ มันเป็นอัตตนียา เป็นของๆเรา ใครไปหลงของ ยิ่งกว่าตัวเรา ก็บ้า

ศีลเป็นเครื่องวัด ขั้นต่ำสุดแล้ว สำหรับคน ในความเป็นคน แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ตรัสไว้ชัดเจนว่า เมื่อปุถุชน จะกล่าวชมตถาคต จะพึงกล่าวด้วยประการใด นั่นมีประการน้อย จะเอาฟ้าดิน มาชมเชย ยกย่องท่าน ก็ถือว่า ยังน้อยนัก ยังต่ำนัก เป็นเพียงศีล ศีลคือหลักเกณฑ์กรอบ ถ้าเอามาชม ส่วนที่สูงกว่าหลักเกณฑ์ กว่าศีลมีอีกเยอะ ที่ท่านมีดีกว่าหลักเกณฑ์ จึงไม่มีอะไร ที่ต่ำกว่าศีลอีกแล้ว ที่จะใช้เป็นเครื่องวัด ความต่ำความสูง ของคนดีไปกว่าศีล ศีลเป็นเบื้องต้น ในการจัดลำดับคน คนนี้อาจเป็นเดียรัจฉาน ฆ่าสัตว์ได้ อ้างว่าฆ่ามากิน ก็มันไม่มีอื่น ให้กินหรือ พืช ดิน น้ำ ก็กินแทนได้ จะไปฆ่าสัตว์ทำไม กว่าจะพัฒนา มาเป็นจิตนิยาม หากคนมีความรู้เรื่อง การพัฒนา จิตนิยาม จะไม่ฆ่าสัตว์ สมณะฟ้าไทว่า… มนุษย์ในยุคแรก ก็กินพวก ง้วนดิน แต่ต่อมา พัฒนามากินพืช พ่อครูว่า… พืชมีสารพัดให้กิน พืชมีมากกว่าสัตว์อีก ศีลข้อ1 คนไม่ฆ่าสัตว์ก็สูงแล้ว แต่คนไม่กินเนื้อสัตว์ได้ ก็สูงกว่า เพราะการจะกินสัตว์ ต้องเป็นเหตุให้สัตว์ถูกฆ่าอีก ถ้าไม่กินก็ตัดปัจจยาการ ตัดปฏิกิริยาลูกโซ่ได้เด็ดขาด

ศีล เป็นเครื่องวัดสัจจะ 2 ชนิดคือ ปรมัตถสัจจะ และสมมุติสัจจะ ที่นี้ ศีล 5 นี่ครบ กาย วาจา ใจ

ศีล 1 2 3 คือกาย ประพฤติกับดินน้ำไฟลม ศีลข้อ 4 คือวาจา คืออธิวจนะ ส่วนศีลข้อ 5 เป็นพลังงานทางใจ พลังงานทางใจ คนไม่ติดแม้แต่สุรา เป็นสิ่งมอมเมา จัดจ้าน กล้า เราเข้าใจแล้วก็เลิกละมาได้ คนติดก็โง่งมงาย เมามายกับสิ่งเหล่านี้ สรุปศีล 5 ครบ กาย วาจา ใจ แวะไปหา กาย คำว่า กายนี้ละเอียด กายต้องเป็นธรรมสอง และในธรรมะสอง ต้องมีนามธรรมเป็นหลัก กายต้องมีนามธรรมเป็นหลัก หากไม่มีนามธรรม ไม่มีธาตุรู้ ที่จะไปรู้อะไรได้ ถ้าธาตุรู้ไม่ถึงจิตนิยาม ก็ไม่ได้ แม้เป็นจิตนิยาม แต่เป็นอเวไนยสัตว์ ก็ปฏิบัติไม่ได้ อย่างเช่นพระพุทธเจ้า บอกแล้ว แต่เขาก็ยังไม่รู้ ท่านก็ตอบว่า ความเห็นของเธอ ก็อย่างหนึ่ง ความเห็นของเรา ก็อีกอย่างหนึ่ง ศีลเป็นเครื่องวัด ความสูงต่ำของมนุษย์ เพราะมันไม่รู้ถึงปานะ รู้ชีวิต จึงเป็นภัยต่อสัตว์โลก แต่ถ้ารู้ แม้แต่สัตว์เล็กแค่ไหน ก็จะไม่ทำร้าย คนมีเครื่องวัดชั้นสูง อันเป็นอาริยะ รู้จักหาทางปลอดภัยของตัวเอง ตนเองไม่สร้างวิบากไม่ดีอีก เราละเว้นแล้ว แต่คนอื่นจะพยาบาทไม่จบก็เรื่องของเขา เราเองเราแข็งแรงขึ้น คุณตบแรง เราก็แข็งแรงขึ้น แต่ถ้าคุณทำก็สั่งสมวิบากไม่ดีไป พยาบาทแรงไป เราก็ยิ่งแข็งแรง

ศีลข้อที่ 1 รู้จักชีวะ ปานะ หรือจิตนิยาม จนเราไม่เป็นภัย ให้แก่ตนและคนอื่น คนอื่นเขาจะยังมีโทษ ใครก็ตบมือข้างเดียวของเขา

600326_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศีลเครื่องวัดความสูงต่ำของมนุษย์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน