ประวัติศาสตร์ชาวอโศกลงสนามการเมืองโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ประวัติศาสตร์ชาวอโศกลงสนามการเมืองโลกุตระ พ่อครูว่า...อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะว่าความฉลาดของคนนั้น เราก็ไปบังคับให้ฉลาดมันไม่ได้ ไปซื้อเอาตามร้านขายยาห้างสรรพสินค้าก็ไม่มีความฉลาดนี้ ซื้อไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งอจินไตย เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาไปแล้วจะเกิดเป็นปัจจัตตัง จะรู้เองเห็นเอง อาตมาก็ยืนยันได้อย่างเดียวว่า โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งในเรื่องของมนุษยชาติกับสังคม พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ท่านไม่ได้ตรัสรู้เรื่องอะไรที่เป็นสิ่งยอดเยี่ยมนอกจากเรื่องมนุษยชาติกับสังคมเป็นเรื่องยอดเยี่ยม เรื่องอื่นท่านก็รู้ 18 วิชาในยุคน้ันในตักศิลา ที่เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ มีความรู้ถึง 18 แขนงพระพุทธเจ้าเรียนรู้จบหมดแจ้งจริงหมดได้รับปริญญาเกียรตินิยม ถ้าจะเรียกตามสมัยนี้ จบหมด เสร็จแล้วท่านก็ปล่อยไปตามยถากรรมของมัน ความรู้อย่างนั้น มนุษยชาติก็ต้องยึดถือตามคนที่ถนัด แล้วท่านก็มาเอาความรู้เรื่องมนุษยชาติและสังคมอย่างเดียว สอนเรื่องนี้เรื่องเดียว แม้ว่าอาตมาทำตามพระพุทธเจ้าทุกวันนี้ก็เน้นเรื่องมนุษย์ ความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม สอนความเป็นมนุษย์กับสังคม จบความเป็นเทวะที่ยิ่งใหญ่ ก็มี 2 คือโลกกับมนุษย์ หรือโลกกับอัตตา โลกาธิปไตยกับ อัตตาธิปไตย สอนธรรมะโลกุตรธรรมไม่มีอย่างอื่นเลย มันรู้ยากแต่มีผู้รู้เริ่มรู้และมีการขยายความรู้กัน ในประเทศไทยเป็นแหล่งหลักแหล่งใหญ่ แหล่งเริ่มต้น แหล่งที่เป็นชมพูทวีป ที่จะเป็นสถานที่บุคคล อาหาร ธรรมะ ที่ครบสัปปายะ 4 อยู่ในประเทศไทยนี่แหละ เป็นแหล่งกลางของโลกในเรื่องนี้ ความเจริญไปสู่เศรษฐกิจการเมืองสังคม ผู้รู้ทั้งหลายก็เข้าใจครบแล้วนะ ก็มีอยู่ในโลกุตรธรรมหมด เศรษฐศาสตร์ที่เป็นโลกุตระ การเมืองที่เป็นโลกุตระ สังคมที่เป็นโลกุตระ อย่างนี้ เพราะฉะ
อ่านต่อ
นั้นมาย่อยแต่เพียงว่า การเมืองที่เป็นโลกุตระ ยังไม่พูดเรื่องเศรษฐศาสตร์สังคม พูดแต่เฉพาะประเด็นตีกรอบเข้ามาเป็นบริบทของการเมืองที่เป็นโลกุตระเท่านั้น ก็สุดยากสุดยอดแล้ว เป็นต้นว่า อาตมานำเอาความรู้ของพระพุทธเจ้าที่เป็นความรู้ เรียกเต็มๆว่าการเมือง เอาไปประพฤติปฏิบัติ ไปปฏิบัติการ นำพลประชาชนปฏิบัติการ เรียกว่า การเมืองในระดับยิ่งใหญ่ด้วย ที่เรียกว่าไปปฏิวัติและรัฐประหาร อาตมารู้อยู่ผู้เดียว คนอื่นไม่ร่วมรู้ ไม่ยอมรับด้วยว่า นี่คือการรัฐประหารของประชาชน เขาก็ยังเซ่ออยู่ว่า ประชาชน ปฏิวัติมันมีหรือ เพราะเขาว่าพลเอกประยุทธ์มายึดอำนาจ ก็จริง คนก็คงเห็นอันนี้ แต่อาตมาทำอยู่นั้นทำนานกว่าประยุทธ์จะมายึดอำนาจ เพราะประยุทธ์นั้นโผล่มาก็บอกว่าผมขอยึดอำนาจ แต่เราทำติดต่อมาตั้ง 4 รัฐบาลแล้ว จากบัดนั้นก็บริหารไป ตามที่คนเขาหาว่าเป็นผู้ยึดอำนาจ จงมาพินิจมาศึกษาการเมืองโลกุตระของประเทศไทยที่เป็นปรากฏการณ์จริงอยู่ ศึกษากันดีๆ ไม่ใช่มีอยู่ในตำรา แต่เป็นสิ่งสำคัญของสัจธรรม ที่เรียกว่า “การเมืองโลกุตระ” มีนัยยะสำคัญที่ต่างกันมาก การปฏิวัติโดยทั่วไปต้องใช้กำลังอาวุธกำลังทหารต้องใช้กองทัพเรือใช้ชนกลุ่มใหญ่มีอำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งต่างจากการใช้อำนาจความสงบ อาตมาเองไม่ได้แสดงตัวตนเด่นอะไรในการนำพาปฏิวัติ พวกเราเองเท่านั้นที่รู้ หรือผู้ใหญ่หลายคนก็รู้ แต่คนทั่วไปก็พอรู้ว่าเป็นพระ เขาเกรงใจแล้วก็มานั่งอยู่ในสนามเขาด้วย แล้วเป็นธุระอะไรกับนักธรรมะ มายุ่งอะไรกับการเมืองเขาด้วย เป็นภาวะสิริมหามายา ใช่ก็ว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ก็ว่าใช่ สลับกันอยู่อย่างนี้ แล้วอะไรมันใช่อะไรไม่ใช่ ซึ่งมันเป็น อจินไตย มันยาก แต่มันก็เกิดเป็นจริงแล้ว อาตมาไม่ได้คุยเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น แต่พูดสัจจะให้ฟัง อาตมารู้สาระแก่นแท้ของพฤติกรรม ประชาชนไปปฏิบัติ จนกระทั่งมีรูปธรรม สุดท้ายสุเทพก็มาร่วม แกนหลักของเราก็อยู่เป็นแกนอยู่แล้ว สุเทพมาร่วม ประชาชนก็เห็นมีความเข้าใจด้วยการว่าต้องมาร่วมกับหมู่ใหญ่ พวกที่มาก็มาได้ไม่เห็นน่ากลัวเขาก็เห็นว่ามาสิมาสิ ก็เลยกรูเกรียวมารวม ในฐานะที่มีสุเทพเข้ามาเป็นตัวละครนำ ก็เลยดูจริงจังยิ่งใหญ่ ก็ถูกแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาไม่ได้รู้สึกประหลาดอะไรเป็นเรื่องจริง เพราะความเห็นร่วมของคนไทย เห็นร่วมตรงกันว่าถูกต้องแล้วและต้องปฏิบัติอย่างนี้ ก็เลยต้องประพฤติปฏิบัติกันตามกันมา จนกระทั่งมันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่เคยมีมาในโลกออกมากัน 10-20 ล้าน เต็มกรุงเทพฯ ทุกคนมาอย่างสุภาพเรียบร้อย เป็นปรากฏการณ์แห่งร่วมของความจริงความรู้ นี่คือความจริงของประชาชนที่แท้เห็นร่วมกันนะ และก็ถูกต้องตามสากลไม่ได้มาทำความรุนแรง ไม่ได้มีอาวุธ อย่างเก่งก็เป่านกหวีด เคาะมือตบ ปรี๊ดๆๆๆ ปั๊บๆๆๆ มีบางคนมาแอบ โป้งๆๆ นี่ไม่ใช่ฝีมือพวกเราเลย นี่พูดให้ชัดๆ เพราะฉะนั้นความรู้ที่อาตมาพูดนี้เป็นประวัติศาสตร์ เป็นตำนานที่จริง เอาไปบันทึกสิ แล้วไปศึกษาเรียนรู้ว่านี่แหละคือพฤติกรรม พฤตินัย ของมนุษยชาติที่ทำงานการเมือง ปฏิวัติรัฐประหาร มีรัฐบาล ถูกประหารลงไป จนกระทั่งสุดท้าย ประชาชนชนะ และประชาชนก็ไม่มีใครแสดงตัวแสดงตนว่า จะเป็นเจ้าของอำนาจที่ชนะแล้วนี้ พลเอกประยุทธ์ขึ้นมาเป็นตัวแทนโดยไม่ต้องตั้ง อยู่ในตำแหน่งหน้าที่นั่นพอเหมาะ พอได้ พอสมควรถูกต้อง ก็บอกว่าผมขอยึดอำนาจ แล้วก็บริหารต่อ ประชาชนก็สงบ ไม่ได้เห็นแย้ง ก็ให้บริหาร ก็สนับสนุน ออกโพลมาก็ยังเห็นด้วย อาตมาก็ส่งเสียงว่าถูกต้องแล้วดีแล้ว และเห็นความเหน็ดเหนื่อยของพลเอกประยุทธ์ อาตมาให้คะแนน เหน็ดเหนื่อยเอาจริง ตั้งอกตั้งใจ ผู้ที่ร่วมอยู่ มีรูป 5 คน อีก 4 คนไม่อยู่แล้ว เหลือแต่พลเอกประยุทธ์คนเดียว ใช้อำนาจทหารที่ไหน ถ้าใช้อำนาจทหารอีก 4 คนก็ต้องอยู่ร่วมด้วยสิ พฤตินัย พฤติกรรมมันซ้อน ดูรายละเอียดให้ชัดเจน นี่เป็นความรู้ทางรัฐศาสตร์ที่อาตมาเป็นผู้เข้าใจรัฐศาสตร์อย่างนี้ คุณจะเรียนจบด็อกเตอร์จากตักศิลาไหนเป็นความรู้ทางเทวนิยมของตะวันตก แต่นี่เป็นความรู้ที่อาตมาพูดนี้เป็นรัฐศาสตร์โลกุตระ ตราบทนี้คำนี้ไว้ เป็นรัฐศาสตร์โลกุตระ สิ่งนี้ยังไม่จบยังจะเจริญต่อไปอีก อาตมามั่นใจอย่างนั้น ไม่เสื่อมทรุดไปกว่านี้แต่จะเจริญไปกว่านี้ เพราะมีผู้รู้ผู้แสวงหา ที่กำลังตามศึกษาความจริงตามความเป็นจริง เขากำลังติดตามอยู่ เพราะฉะนั้นความรู้ที่เขาศึกษาอยู่ทุกวันนี้ เป็นความรู้ที่เขาพยายามเข้าไปถึงความรู้ที่เรียกว่า Epistemology เรียกว่า ญาณวิทยา เขากำลังศึกษา คือองค์รวมทั้งหมด แต่เขาก็ยังเข้าใจไม่ชัดเจน อาตมาชี้ชัดลงไปว่าไม่ใช่แค่ Epistemology แต่นี่คือ Phenomenology เป็นปรากฏการณ์จริง เป็นความรู้ที่รวมธรรมชาติหลายๆอย่าง อันนี้ดึงเอาตัวสัจจะความจริงเข้ามาหาปัจจุบันธรรม และมีสิ่งปรากฏชัดเจน นี่เป็นปัจจุบันธรรม ปรากฏการณ์ที่เป็นทิฏฐธรรม เป็นเรื่องของ Suddenly สัมปติ เป็นเรื่องของ Status quo ขณะนี้ นี่ศึกษากันดีๆแล้วจะเข้าใจจากความจริงพวกนี้ ได้อย่างลึกซึ้งชัดเจนครบครันครบถ้วน แล้วชี้ชัดลงไปยิ่งกว่าบริบทหนึ่ง status quo เพราะฉะนั้นความจริงนี้ยังไม่จบยังจะพัฒนาต่อไปอยู่ อาตมาถึงบอกว่ารักษาสุขภาพให้ดีๆพลเอกประยุทธ์ แล้วทำเถอะยังมีผู้เข้าใจคุณ ยังมีผู้ร่วมมืออยู่กับคุณ ไม่ต้องกลัวหรอก ส่วนพวกที่ไม่จริงจะค่อยๆแสดงตัวจะค่อยๆปรากฏ ออกมาให้เห็นว่าผู้ไม่จริงผู้เห็นต่างเห็นแย้ง สิ่งที่มันเป็น กลิ ตัวโทษภัย แฝงอยู่ จะค่อยๆปรากฏตัว ก็จะเกิดหลุดไปที่ไม่จริงก็จะหลุดออกไปความจริงก็จะส่งอยู่รวมกันแน่นเข้า มันเป็นการสังเคราะห์ อภิสังขาร ที่มีการปรุงแต่งกัน มันก็มาทำหน้าที่บวกลบคูณหาร solution เข้าไปอย่างเป็นความจริง แม้แต่ขณะนี้มันกำลังรบกันอยู่ ยังรบกันอย่างสวยงาม ยิ่งกว่าสงครามรามเกียรติ์สงครามภารตะยุทธ ยิงลูกศรออกไปเป็นดอกไม้ นั่นแหละเป็นเรื่องสุดยอดแล้ว ความรู้ของรามเกียรติ์หรือความรู้ของมหาภารตะยุทธเป็นความรู้ที่เก่าแก่มากเลย เป็นสัจจะโลกุตตระที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ อาตมาว่าจะนำมาขยายความ มันละเอียดลออสูงส่งมาก อาตมาว่าพวกเราไม่ต้องเอาสูงขนาดนั้น เอาหยาบเท่าที่อาตมาอธิบายให้ฟังก็พอแล้วเข้าใจได้แล้วเหมาะสมกับกาละ ไม่ต้องเอาละเอียดลออวิจิตรพิสดารขนาดนี้หรอก ในรามเกียรติ์หรือมหาภารตะยุทธที่อินเดียเข้ามานำเสนอ มันเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่มากเลย เป็นสิ่งที่สวยงามสูงส่ง เป็นมหาโลกุตระซับซ้อน ที่อยู่ในคราบของเทวนิยมเท่านั้นเอง มันเป็นสุดยอดของโลกุตระที่อยู่ในคราบของเทวนิยม เกินกว่าโลกียะจะเข้าใจ เทวนิยมเองก็อธิบายเป็นโลกุตระไม่ได้แต่เขารู้ถึงความรู้สึกพวกนี้ มันสุดยอดนะ เราไม่ต้องพูดทางโน้น มันจะขยายความยาก 640813_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สงครามมหาสยามยุทธแห่งสยามประเทศ