ฌาน สมาบัติของศาสนาพุทธไม่ต้องเข้าต้องออก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ฌาน สมาบัติของศาสนาพุทธไม่ต้องเข้าต้องออก _2.คำว่า"ฌาน" ใช้แทนคำว่า"สมาบัติ"ในสงฆ์หมู่ใหญ่ ใช่มั้ยครับ ขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า... คำว่า สมาบัติ ท่านแปลว่า การเข้าฌาน ทีนี้คำว่า การเข้า เข้าไปแล้วก็เข้าไปเลยไม่มีออก เข้าแล้วเข้าถึง ภาษาคือ ปัตตะ(ฐานต้น) หรือ ปันนะ (ฐานจบ) สัมมาปันนะ คือ สมาปัตติกับสัมมาปัณณะ ใช้พยัญชนะ ส กับ ม เป็นตัวสมบูรณ์ เศษวรรคตัวที่ 5 เป็นส่วนที่เกินจากครึ่งของ 10 คุณก็พัฒนาไปจนถึง 9 คือเต็มแล้ว ส่วน 10 คือสมบูรณ์ ส่วนพระพุทธเจ้าถึงเลข 9 ก็ใช้พลังงานนี้ทำงานเต็มที่ ส่วนเลข 10 คือการสูญ ในฮินดูเรียกว่า กัลกิยาวตาร พวกเทวะเขาไม่รู้เรื่องเขาไม่รู้จักปางที่ 9 คือพระพุทธเจ้า แต่ศาสนาพุทธรู้จักปางที่ 10 คือ 0 พูดถึงศูนย์แล้วจะอยู่หรือไม่อยู่ก็เป็นอมตะบุคคล คุณจะอยู่ก็อยู่ของคุณเอง คุณจะเลิก แยกธาตุ ปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่มีชีวะอีกเลยก็ได้ อาตมาสาธยายธรรมะที่มีสภาวะต่างๆมากมายมาตลอดเวลา แม้ขณะนี้เวลานี้ก็ละเอียดลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) อาตมาพูดไป คนมีอคติไม่อยากให้ใครเก่งเกินหน้าก็ไม่ชอบใจ แต่ผู้มีอคติฟังแล้วก็จะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆเพ้อเจ้อแต่เป็นเรื่องสัจจะ ที่คนรู้สาระเป็นสาระคือคนมีสาระ คนที่เห็นสาระเป็นอสาระ คือสิ่งที่ไม่เป็นสาระคือคนที่ไม่รู้สาระ คนที่บอกว่าฌานสมาบัติคือเข้าๆออกๆน่ะ พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ต้องเข้าต้
อ่านต่อ
องออก เป็นฐานะที่เจริญเรียกว่า วุฏฐานะ แปลว่าออก ออกไปเลยไม่ต้องเข้า สมาบัติ แปลว่าเข้าฌาน แต่ของพุทธเจ้าไม่ออกไม่เข้า ถ้าคุณมัวแต่เข้า ๆ ออก ๆ คุณไม่จบหรอก บุญก็ดี ฌานก็ดี เป็นเส้นตรง เดินทางไปทางเดียวไม่มีโค้งงอไม่มีองศา ตรงที่สุดเป็นเส้นตรงที่สุด เพราะฉะนั้นของพุธนั้น ฌานก็ดี สมาบัติก็ดี เป็นฌานหรือเป็นพลังงานที่ เป็นเส้นตรงปฏิบัติแล้วจะได้ผลก็ต้องปฏิบัติจากจรณะ 15 วิชชา 8 เสร็จแล้วก็จะเกิดปัญญาหรือ วิชชา ที่เป็นความรู้ความฉลาดในการกำจัดกิเลส เมื่อกำจัดกิเลสได้สำเร็จก็จบกิจในขณะลืมตาตื่นเต็มๆด้วย วิธีปฏิบัติอย่างรู้แจ้งเห็นจริงบรรลุด้วยจักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก ซึ่งเป็นความสว่าง เป็นการมีดวงตา จักขุมาปรินิพพุโพติ เป็นการบรรลุธรรม บรรลุนิพพานชนิดที่ตายังลืม จักขุมาปรินิพพุโพติ คนสนใจเข้าใจว่าการปฏิบัติฌานคือการไปนั่งหลับตา แต่ว่า ฌานของพุทธนั้นอยู่ในชีวิตประจำวันปกติ เป็นพระอรหันต์แล้ว มีชีวิตลืมตาอยู่ในชีวิตประจำวันปกติแต่ว่ามีจิตที่มีวสวัตตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เหมือนช่างไฟฟ้าจะให้จ่ายกระแสไฟกี่โวลต์ก็ได้ ก็เป็นความรู้ความสามารถของผู้รู้จริง มีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เป็นต้น ซึ่งเป็นสัจจะที่เป็น อจินไตย ไม่ใช่เรื่องที่มานั่งขบคิดเอา แต่ต้องปฏิบัติตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าให้สัมมาทิฏฐิและคุณจะเกิดผลเองโดยไม่ต้องเชื่อใคร เกิดของคุณแล้วเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ เมื่อพูดขึ้นมาตรงกันกับผู้ที่บรรลุด้วยกันก็เป็นสัจจะหนึ่งเดียวกันทั้งนั้นเลย คนที่ไม่เป็นสัจจะหนึ่งเดียวกันก็ขัดแย้งกัน แต่มีผู้รู้แล้วก็ขัดแย้งเพื่อให้คุณเข้าใจ เพื่อให้ผู้ที่มีสัจจะแท้หนึ่งเดียว แย้ง แล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงยืนหยัด เขาก็หาว่ายึดมั่นถือมั่น ที่จริงไม่ใช่ เขาเป็นการยืนหยัดยืนยัน อย่างเช่นอาตมาเป็นการยืนหยัดยืนยัน ซึ่งมันก็ยากนะ 640811_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาว่าทำไมพ่อครูเชียร์นายกประยุทธ์