ศาสนาพุทธเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิทยาศาสตร์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.55 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ศาสนาพุทธเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิทยาศาสตร์ _Emty(แสงสว่าง) : กราบนมัสการหลวงปู่ครับ มีคำถามครับ 1.ศาสนาพุทธมีความสอดคล้องอย่างไรกับหลักวิทยาศาสตร์ 2.e=mc 2 เปรียบเทียบขั้นนามธรรมกลไกลและหลักการทำงานของจิตอย่างไรครับ ชอบมากครับเวลาหลวงปู่โยงหลักธรรมมาใช้กับหลักวิทยาศาสตร์ทำให้เห็นรูปที่ชัดเจนและรู้สึกสนุกกับการปฏิบัติธรรมที่มีกลไกซับซ้อน แต่หลวงปู่มาขยายความได้ชัดเจนมากครับ พ่อครูว่า... ข้อ 1.ศาสนาพุทธมีความสอดคล้องอย่างไรกับหลักวิทยาศาสตร์ ...ศาสนาพุทธไม่ใช่แค่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ แต่ศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์เลย ไม่ใช่สอดคล้อง แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้ากว่าชาวโลก ชาวโลกเขาเป็นวิทยาศาสตร์ที่ได้แต่ทางวัตถุ ทางสสาร ทางพลังงาน ก็เป็นส่วนหนึ่ง แม้จะเป็นทางชีวะไบโอโลจีบ้าง เป็นทางชีวะบ้างก็ยังไม่เก่งเท่าไร ขยายความเป็นพีชะ ในระดับพืชระดับจิตเขาก็ยังขยายความไม่ออก จึงขยายให้เป็นอุตุ เขาจะชำนาญเป็นอุตุเป็นหลัก คือพลังงานแบบวัตถุ พลังงานแบบวัตถุไอน์สไตน์เป็นคนค้นพบในข้อที่ 2 E=MC 2 E= คือพลังงานเอนเนอร์จี Energy MC คือมวลกับความเร็วยกกำลัง ข้อ 1 ตอบไปแล้วนะ วิทยาศาสตร์กับศาสนาพุทธเป็นอันเดียวกัน วิทยาศาสตร์ก็คือความรู้ วิทยาก็ความรู้ ศาสตร์ก็ความรู้ ความรู้ทั้ง 2 อย่างเลย ความรู้อันใดที่เป็น 2 ใช่หมด จบ ความรู้อันใดที่เป็น 2 รูปมัน 2 อย่างนั้นแหละจบ นี่คือวิทยาศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์ของชาวโลกเช่นไอน์สไตน์ เขารู้เป็นเพียงระดับพลังงานกับสสาร เขายังไม่เข้าถึงไบโอโลจี้ Biology ไม่เข้าถึงชีวะเท่าไหร่ ได้บ้าง เรียนรู้ชีวะได้บ้างแต่ยังไม่ลึกซึ้งเท่า ชีวะของพระพุทธเจ้านั้นท่านรู้หมดเลยตั้งแต่เริ่มต้นอาศัยอุตุ แล้วไปเป็นพีชะ แล้วไปเป็นจิตจนกระทั่งขยายเป็นกรรมเป็นธ

อ่านต่อ

รรมะเรียกว่าธรรมะนิยาม 5 นี่เขาก็จะต้องเรียนตาม อาตมาก็ต้องค่อยๆขยายความไป แล้วพวกเรานี้จะเอาไปปฏิบัติจริง มีผลจริงไปเรื่อยๆเพื่อยืนยันให้เขามีสภาพนี้พิสูจน์ เช่น พวกเราได้รับผลแล้ว กลายเป็นเศรษฐศาสตร์อย่างไร กลายเป็นรัฐศาสตร์อย่างไร กลายเป็นสังคมศาสตร์อย่างไร นั่นแหละคือความรู้วิทยาศาสตร์ แล้วมันจะค่อยๆรู้ความเป็นจริงนี่ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ขยายความไปได้ไม่มากที่คุณถามมา ก็ตอบวิทยาศาสตร์ก็ของพระพุทธเจ้านี้สุดยอด บริบูรณ์หมดทั้งรูปและนาม ข้อที่ 2 ถาม e=mc 2 เปรียบเทียบขั้นนามธรรมกลไกและหลักการทำงานของจิตอย่างไร ฟังอาตมาไปเรื่อย MC คือสภาพของรูปกับนาม m คือ แมส mass มวลทั้งหลาย c คืออัตราการเร่ง Coefficient ถ้าคณิตศาสตร์ได้แค่คูณ ไอสไตน์รู้ถึงยกกำลัง Coefficient ทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เรียนแค่คูณ ส่วนทางพุทธศาสนานั้นเรียนรู้หมดทั้งการคูณและยกกำลัง ทั้งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จับคู่กันมาได้ทั้งหมด เอามาร่วมกันและสังเคราะห์กันช่วยกัน จะส่งเสริมหรือจะทำลาย ได้ทั้งนั้น มันมี 2 นัยยะ ส่งเสริมหรือทำลาย ผู้ที่รู้การส่งเสริมกับผู้ที่รู้การทำลาย นี่มีภาษาใบ้ช่วยด้วยนะ คือผู้รู้ครบทั้ง 2 อย่างนี่แหละคือ อนุปคัมมะ แล้วก็ไม่เข้าไปใกล้ทั้งสองอย่างนี้ ไม่เข้าไปมีทั้งสองอย่างนี้ เมื่อไม่มีทั้งสองอย่างนี้ อันนี้ก็คือ Empty ของคุณนั่นแหละ ว่าง ไม่มีบวก ไม่มีลบ ไม่มีอะไรมี ไม่มีอะไรไม่มี ภาษาว่าไม่มีคือปลายสุด ที่มันจะต้องใช้แล้ว แต่ผู้ที่รู้ความไม่มีแล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่ ก็รู้ว่าความไม่มี เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเข้าหาความไม่มีอีก เพราะฉะนั้นตายโดยไม่เข้าไปหาความมี ไม่เข้าไปหาความไม่มีเลย หายไปเลย มีก็ไม่มี / ไม่มีก็ไม่มี หายไปเลย 650101_พ่อครูเทศน์ ทำวัตรเช้า วันขึ้นปีใหม่ งาน ว.บบบ เพื่อฟ้าดิน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน