สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐีแท้จริงคือผู้ประเสริฐ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐีแท้จริงคือผู้ประเสริฐ _โพธิปัก ขิยธรรม · ขอนอบน้อมพ่อท่านโพธิรักษ์ที่มีความอาจหาญกล้าวิจารณ์มหาเศรษฐี. พ่อครูว่า...อาตมาก็แสดงธรรมะไปตามสัจธรรม เศรษฐีในความหมายของโลกใบนี้เขาหมายถึงความร่ำรวย ที่จริงคำว่าเศรษฐีหมายถึงผู้ประเสริฐ ผู้ประเสริฐจะไม่ร่ำรวย คนร่ำรวยภาษาศัพท์บาลีเรียกว่ากระฎุมพี ไม่ใช่เศรษฐี เศรษฐีนั้นคือผู้เจริญผู้ประเสริฐ คือผู้ที่มีธรรมะ ผู้ที่มีธรรมะจะไม่สร้างตัวเองให้รวย พระพุทธเจ้าท่านจากเดิมเป็นเจ้าชายก็ทิ้งสมบัติออกมาเป็นคนจนเลย นี่คือ คนเป็นเศรษฐีเป็นเศรษฐกิจที่เยี่ยม คนมาเป็นคนจนได้ คือคนที่มีเศรษฐกิจดีเยี่ยม มาเป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ เป็นคนจนที่ไม่ขาดแคลน เป็นคนจนที่ไม่เป็นหนี้ เป็นคนจนที่มีคุณค่าประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความลึกซึ้งเป็นคนมีคุณวิเศษ มีความรู้พฤติกรรมที่เจริญอย่างแท้จริง ถ้าโลกไหนสังคมไหนประเทศไหน สามารถสร้างคนให้เป็นเศรษฐีแบบนี้ ไม่ใช่สร้างคนให้เป็นกระฎุมพี แบบนั้นไม่เข้าท่า ยิ่งเป็นประเทศที่แย่ คนที่สร้างกระฎุมพีให้มากมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมาก รวยกระจุกจนกระจาย จึงเป็นประเทศที่ยากลำบากเศรษฐกิจ ฉิบหาย เศรษฐกิจเสื่อม บ้านเมืองไหนก็แล้วแต่ที่ทำให้คนรวยมากจะเป็นอย่างนั้น ศาสนาพุทธพิสูจน์ได้ชัดเจนในเรื่องความรวยความจน เรื่องที่จะสร้างฐานะไม่สะสมเงินทอง อยู่ในวรรณะ 9 ยืนยันเลย เป็นคนไม่สะสมและยอดขยัน เป็นคนที่อยู่รอดได้ สังคมคนจนที่ไม่สะสมนั้นจะอยู่รอดได้ต้องเป็นคนที่เก่งมาก ยิ่งตัวคนเดียวแล้ว ก็ยิ่งเก่งมากถึงจะอยู่รอดได้ แต่อย่างเรานี่สบายมาก เป็นสาธารณโภคี พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ ป่วยเจ็บก็มีส่วนกลางดูแลกัน แก่เฒ่าก็มีส่วนกลางดูแล เป็นคนที่ยืนยันสำหรับมนุษยช
อ่านต่อ
าติ อย่างที่ชาวอโศกทำได้ ถึงขั้นสาธารณโภคี ยุคนี้สามารถทำให้ฆราวาสเป็นสาธารณโภคีได้ สมัยพระพุทธเจ้าเป็นสังคมยุคทาส ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน มนุษย์ไม่มีสิทธิในทรัพย์สมบัติในการแสดงออก เป็นต้น ยุคทาส ทาสทำด้วยมือเหน็ดเหนื่อย แต่ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของเลย ทุกอย่างเป็นของนายทาส แต่ยุคนี้ รู้จักสิทธิมนุษยชนแล้วและไม่เป็นยุคทาสด้วย เป็นยุคประชาธิปไตย ผู้บริหารประเทศที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ก็ไม่ใช่ผู้ที่ยึดในสิทธิเด็ดขาด อย่างเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ในประเทศในโลกนี้ บรูไน ก็มีกษัตริย์ แต่เขาไม่เดือดร้อน เพราะว่าเขารวยเนื่องจากมีบ่อน้ำมันเยอะ มีบ่อน้ำมันเต็มประเทศ เพราะฉะนั้นทุกคนมีเงินหมด คนที่เกิดอุแว๊ออกมาก็มีเงินแล้ว ที่อาตมาต้องขยายความ เพราะเป็นเรื่องความรู้ความจริงที่มนุษยชาติเป็นได้ ที่อาตมาอยากจะพูดมากๆ เพราะชาวอโศก เกิดในยุคประชาธิปไตย มีความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่ยุคธาตุหรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่พวกเรามีอิสระเสรีภาพ ยอมเป็นคนจนเอง เต็มใจที่จะมาเป็นคนจนทั้งๆที่เราไม่สิ้นไร้ไม้ตอก แต่ละคนที่มานั่งอยู่นี่ใครไม่มีทางไปบ้าง ไปทำมาหากินไม่รอดก็เลยมาซุกอยู่ตรงนี้ ใครยกมือไม่ต้องอาย ไปไหนไม่รอดหากินไม่รอดมาอาศัยที่นี่กินมีไหม ไม่มีใครสักคน ช่วยตัวเองได้ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก เราทำมาหากินเลี้ยงตัวเองรอด แต่เข้ามาอยู่ที่นี่มาเป็นคนจน จนถึงขนาดมาอยู่ที่นี่เมื่อมาเป็นสมาชิกชุมชนที่นี่ ทำงานอยู่ในนี้จะกี่ชั่วโมงกี่เดือนกี่ปี ก็ไม่ได้รายได้อะไรเลย รายได้ต้องเข้ากองกลางหมด ตามกฎระเบียบตามแบบแผนของเรา คุณเข้ามาอยู่ที่นี่มาทำงานที่นี่ อาศัยพื้นที่ที่นี่เขาให้คุณอยู่รอด ที่นี่มีวัฒนธรรมเช่นนี้ ชาวอโศกมีวัฒนธรรมทำงานแล้วเอาเข้ากองกลางหมด เราทำอยู่อย่างนี้มีอิสระเสรีภาพในตัวเองก็ยังมาทำได้แบบนี้ สละแรงงาน ความรู้ความสามารถของเราแต่ละวัน ก็เหมือนกับสังคมครอบครัว เป็นพี่เป็นน้องเป็นพ่อเป็นแม่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มันเป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ ภาษาจีนเขาเรียกว่ากงสี เป็นกงสีใหญ่ ทุกคนอยู่กงสีเดียว ใครจะเป็นตระกูลไหน แซ่อะไร ตระกูลอาจจะดีไม่ดี สัญชาติเชื้อชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยก็มาอยู่ได้ และนี่มีเชื้อชาติไทยสัญชาติไทยก็ยิ่งอยู่ได้ 611102_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชาวอโศกไม่ใช่กระฎุมพีแต่คือเศรษฐีผู้เจริญ