สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ทานให้หมดนรกสวรรค์คือนิพพาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ทานให้หมดนรกสวรรค์คือนิพพาน พ่อครูว่า...ขอสรุปตรงนี้แหละว่า นี่แหละคือยอดหัวใจของศาสนาพุทธ หมดสวรรค์หมดนรกนี่แหละคือนิพพาน นี่คือยอดหัวใจของศาสนาพุทธ ซึ่งไม่ได้ยากอะไรเลย แต่มันยากตรงที่เราเองมีกิเลสอุปาทาน ตัณหาที่เราล้างไม่ได้ แต่ความเข้าใจนี่ฟังให้ดีไม่ยาก เพราะฉะนั้นเราเองเกิดความสุขความทุกข์ เกิดความชอบความชังเป็นเทวะ เป็น 2 เป็นธรรมะ 2 แต่โลกียะหรือเทวนิยมไม่เรียนธรรมะ 2 ไม่เลิกสุขทุกข์ เขาถือว่าต้องไปอยู่กับพระเจ้าเป็นสุขด้วยซ้ำไป ไม่มีสวรรค์ไม่ได้ เขาไม่รู้จักสวรรค์ไม่รู้จักนรก สวรรค์คือนรก นรกคือสวรรค์เขาไม่รู้ เขาตีแตกเทว เขาตีแตกธรรมะ2 เขาตีแตกพระเจ้าเทวดาเทวะที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้ God เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาบาลีคือ มหาเทวะหรือพระพรหม เขาไม่รู้จักหรอก แนวเรียกอย่างโก้ว่า วิสุทธิเทพ แต่คนไม่รู้จัก รู้จักแต่พรหม ในรูปพรหม 16 ส่วน อรูปพรหมอีก 4 ก็มีอีก รวมเป็นพรหม 20 ชั้น ความเป็นพรหมเป็นเทวดาเป็นเรื่องเก๊ สวรรค์ 16 ชั้นก็ไม่มี เพิ่มอีก 4 ชั้นก็ไม่มี แต่มันมีเพราะคนโง่ โง่อยู่ก็เลยมี ไม่รู้จักก็เลยมีอันนั้น คือผู้หลุดออกมาไม่ได้ ผู้ที่หลุดออกมาได้แล้วไม่มีเทวดา 6 ชั้น ก็ไม่มีของหลอกของเก๊ จิตไม่มีอาการที่จะเป็นสุข อธิบายอารมณ์ความรู้สึกของเทวดา 6 บ้าง ท่านอธิบายถึงความรู้อาการของสภาวะที่เราเสพติด แล้วแบ่งแยกออกเป็นภาษาให้รู้ ให้รู้ว่าตัวเองยังมีอาการอะไร ก็ให้ล้างเสียอย่าให้มีในจิต เพราะมันไม่มีแล้ว คุณก็เป็นนิพพานเป็นวิมุติ ชั้นที่ 1 ของ เทวดา 6 ชั้น ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี คือยักษ์คือมาร วาดรูปมาก็เป็นยักษ์เข
อ่านต่อ
ี้ยวแหลม ถืออาวุธ เป็นพวกล่า ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขโลกธรรม ล่าอย่างดุเดือดมากมายเอาเป็นเอาตายจึงเรียกว่าจตุมหาราช ล่าเลย กูจะต้องได้มาหมดทุกทิศ 4 ทิศเอามาให้หมดทุกทิศ เป็นของข้า ข้าจะเป็นเจ้าโลก นี่คือจตุมหาราชแรงร้ายดุเดือด แต่ก็ยังถือว่าเป็นเทวดา เมื่อได้มาแล้วก็หลงสุขใจเรียกว่าดาวดึงส์ 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ
อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี ดาวดึงส์ภาษาบาลีว่า ตาวติงสะ คือ อาการที่ 33 จริงๆแล้วคนมีแค่ทวัตติงสาการ อาการ 32 ตาหูจมูกลิ้นกาย ตับไตไส้พุงทั้งหมดคืออาการ 32 แต่คนไปมีอาการบ้าๆโง่ๆอีกอันหนึ่ง เกิดมาได้นั่นก็คืออาการที่ 33 เป็นอาการที่ไม่มีจริงเป็นอุปาทาน เพราะฉะนั้นดาวดึงส์ที่เป็นความสุขจึงเป็นอาการที่ 33 ได้อารมณ์นี้ขึ้นมา ก็จะอยากให้ได้อยู่นานๆ ยามา อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อยากให้รสสุขอย่างนี้อยู่นานๆอย่าหมดไปอย่าหายไป อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ ชั้นนี้เขาให้พัก ดุสิตะให้หยุดบ้างแต่ไม่หยุด เพราะฉะนั้นผู้รู้จักหยุดพักบ้าง จึงถือว่าเจริญขึ้นได้ (สิตะ หรือสีดา แปลว่าเย็น) ถือว่าเป็นที่พัก โง่มาตั้งแต่ จตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ก็มาหยุดบ้าง เลิกบ้างแต่ก็หยุดเพราะเมื่อย จำเป็นต้องหยุด แต่เดี๋ยวเถอะออกพรรษาก่อน หนักกว่าเก่า ก็เลยกลายเป็น นิมมานนรดี อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ คือ ยิ่งมีอุปาทานจัด สร้างขึ้น นิมาน คือเนรมิตทำเอาเอง สร้างอุปาทาน สร้างนรกสวรรค์สร้างสิ่งหลงงมงายว่าน่ามีน่าได้น่าเป็น ต้องเลิกสร้าง ยังสร้างอยู่ก็โง่ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) สูงสุดจนมีบริวารมาสร้างให้เลย เป็นใหญ่ หลอกคนให้มาสร้างให้ตัวเองเสวย พวกมีอำนาจใหญ่ ใครทำนรกให้หมดก็คือทำสวรรค์ให้หมดไปด้วย ความรู้มันมี 2 อย่างนรกกับสวรรค์ โง่หรือฉลาด มี 2 อย่าง คนที่จมลงไปนี้จะเป็นเรื่องที่น่าสงสาร คนที่หลุดพ้นได้แล้วก็สงสาร คนที่หลุดพ้นแล้วไม่ใจดำก็น่าจะมาอธิบายมาสอนมาบอกให้เลิกเสีย ที่ไปโง่ ไปรวย อาตมาก็เคยรวยมาชาติก่อนๆ อาตมาเคยรวยเคยมีอำนาจโลกีย์ เคยผ่านมาเป็นล้านๆชาติ เคยผ่านอะไรมามากจนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ผ่านมาหนักหนาแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดนี้ไม่ใช่เดาเอา ไม่ได้ไปว่าเขา แล้วเคยเป็นหรือเปล่า พวกเราเคยรู้ไหมว่าอาตมาเคยรวย พูดไปเขาก็ไม่เชื่อน้ำหน้า คือ เป็นสัจจะเราเองชัดเจนแล้ว ไม่มีปัญหาหรอก คนที่อยากได้อยู่ รวยเท่านี้ไม่พอต้องรวยกว่านี้อีกด้วย คนนี้ไม่พอก็ต้องไปต่ออีก มันไม่มีสันโดษไม่มีใจพอไม่มีหยุด คนๆนี้ยังโง่เดินหน้า โง่ติดจรวด คือจรวดวิ่งเร็วกว่า รถไฟหัวกระสุนด้วยนะ คือ ไม่รู้จะไปทำทำไม คนที่มาดูแล้วทวนกระแสไม่เอาอย่างนั้นก็มาเป็นคนอีกอย่าง แล้วจะมีความดีงามความเป็นสุขความเป็นประโยชน์คุณค่าไหม เป็นคนประเสริฐไหม เป็นคนจนที่มีประโยชน์คุณค่า 611102_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชาวอโศกไม่ใช่กระฎุมพีแต่คือเศรษฐีผู้เจริญ