สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน สภาวะ 2 ของนรกและสวรรค์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน สภาวะ 2 ของนรกและสวรรค์ อาตมาทำงานเอาโลกุตระคืนมาได้ คือให้พวกคุณมีความฉลาดที่มีวิมุตติธรรม เป็นอย่างนี้ กิเลสลดละจางคลายมีวิมุตติรส เป็นรสธรรมะเป็นรสของสัจธรรมโลกุตระเป็นอย่างนี้ พวกคุณจะเข้าใจ เพราะว่ามีสภาวะรองรับ ภาษาที่พูดไปด้วยก็ยืนยันเป็นธรรม2 เทวะ แปลว่า 2 เทวดา คำนี้ไม่ลึกเลย แต่มันลึกมาก ทุกคนฟังเข้าใจตั้งแต่เกิด จริงๆแล้วเทวะนี่ทำให้คนแยกพวกเป็นสองพวก มีชาวพุทธแยกเป็นอเทวะ ส่วนใหญ่ของโลก เป็นศาสนาเลย เป็นสิ่งที่เขานับถือยึดถือเป็นชีวิต เป็นตระกูลเรียกว่าเทวนิยม ก็มีอเทวนิยมก็คือพุทธะ ที่เป็นเทวนิยม เพราะเขาไม่รู้จักเทวะก็เลยเป็น ศาสนาพุทธไม่เป็นอะไรเลย เป็นเทวะก็ไม่เป็นเป็นซาตานก็ไม่เป็น เพียงแค่อาศัย อาศัยจิตนิยาม มีอัตภาพแล้ว ศึกษาให้รู้ว่าเทวะเป็นเช่นนี้ เทวะแปลว่า 2 สองอะไร สภาวะ 2 ทุกอย่างเลย ธรรมะ 2 สามารถแยกได้ แล้วที่มันเป็นสองเพราะต้องเทียบกัน 2 นี่มันจะไม่มีอะไรเท่ากัน แม้ดีก็ไม่ดีเท่ากัน ยิ่งชัดๆคือมีดีกับชั่ว ดี ดีแล้ว ดีกว่านี้ ดีกว่านี้มีอีก จนรู้จักอเทวะ ดีทีสุด สุดยอดของศาสนาพุทธดีที่สุดเป็นหนึ่งแล้ว สามารถทำให้ศูนย์ได้หมดดีหมดชั่วไม่มีอะไรเลยได้ ศาสนาเทวนิยมไม่เคยรู้จักศูนย์ ไม่เป็นศาสนาสุญญตา ไม่เป็นศาสนาที่มีนิพพาน ศาสนาเทวนิยมหมดสิทธิ์ ไม่มีโอกาสที่จะนิพพานได้เด็ดขาดเพราะตีไม่แตกแยกไม่ออกความเป็นเทวะ คือความเป็นสอง ยึดมั่นถือมั่นความเป็นสองว่าเป็นหนึ่ง เป็นพระเจ้าองค์เดียวเป็นเทวะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดลงเดียว หนึ่งเดียวไม่มีอะไรเทียบไม่มีอะไรเทียม แต่ว่าอยู่ที่ไหน ไม่มีใครเคยสัมผัสแต่ว่ายิ่งใหญ่ สมัยโบราณเรียกพระเจ้าว่าพระพรหม มีตำราบอกว่าคนไปหาพระพรหม เป็นบุคลาธิษฐาน แล้วถามว่าทางที่จะไปสู่ความ สิ้นสุดของดิ
อ่านต่อ
นน้ำไฟลมอยู่ที่ไหน ไปถามพระพรหมคือพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านก็ตอบว่า ข้านี่แหละยิ่งใหญ่ที่สุด เขาก็บอกว่าไม่ได้ถามอย่างนั้น ถามว่าดินน้ำไฟลมสิ้นสุดตรงไหน พระพรหมก็ตอบว่า ข้านี่แหละยิ่งใหญ่ที่สุด เขาก็บอกว่าไม่ได้ถามเรื่องนั้น ก็ถามว่าดินน้ำไฟลมสิ้นสุดตรงไหน ท่านก็บอกว่าข้านี่แหละใหญ่ เป็นเรื่องน่าขำ เพราะว่าไม่รู้จะไปตอบอย่างไร มาถามต่อหน้าธารกำนัล ก็เลยถูกดึงไปสู่ที่ลับแล้วก็บอกว่าให้ไปหาพระพุทธเจ้า เราตอบไม่ได้ แต่จะบอกต่อหน้าธารกำนัลว่าไม่รู้ก็ไม่ดี เป็นบุคลาธิษฐานว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่เท่าไหร่พระพรหมยิ่งใหญ่เท่าไหร่ พระพุทธเจ้าตรัสรู้นิยามชีวิต 5 เขาก็ไม่รู้หรอก เพราะตีไม่แตกเทวะของตน ไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้จักธรรมะ2 ธรรมะ 2 ที่ง่ายๆที่สุดคือนรกกับสวรรค์ แล้วใครเป็นผู้รู้ ของเทวนิยม นรกสวรรค์ พระเจ้ารู้ จะไปนรกหรือสวรรค์ก็ขึ้นอยู่กับพระเจ้า เป็นผู้ตัดสินเป็นผู้พิพากษา คนอื่นไม่มีสิทธิ์ไปพิพากษาว่าใครไปนรกหรือไปสวรรค์ พระเจ้าเท่านั้นที่พิพากษา ถ้าไม่มีพระเจ้าไม่มีใครรู้จักสวรรค์นรก ศาสนาเทวนิยมจึงไม่รู้จักนรกหรือสวรรค์ แต่ว่าอยากได้สวรรค์ อธิบายว่าสวรรค์คือความดี สวรรค์ของพระพุทธเจ้ากับเทวนิยมต่างกัน สวรรค์ของพระพุทธเจ้าคือสูงสุด ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรกไม่มีธรรมะ 2 นี่คือสวรรค์สูงสุด คือจิตอุเบกขา ไม่ผลักไม่ดูดไม่มีธรรมะ 2 ทำจาก 2 เป็นหนึ่งได้ก็ไม่มีคู่ที่จะให้เกิดเหตุเกิดเรื่องได้ ยิ่ง 0 เลยคือสุดยอดของศาสนาพุทธ เรียกปรมังสุขัง สุ แปลว่าดี ข แปลว่าว่าง ศาสนาพุทธรู้จักโลก รู้จักอัตตา รู้จักสวรรค์ รู้จักนรก พระพุทธเจ้ารู้ความเป็นพรหม อาตมาเป็นโพธิสัตว์ก็รู้แล้ว รู้เทวดามารพรหม สัตตาวาส 9 คือกายะ ต้องรู้สัญญา รู้จิตที่เป็นตัวกำหนดรู้ กาย กำหนดรู้จิต ผู้ใดรู้จักกาย กายต่างกันต่างๆ เราก็รู้ความเป็นสัตว์ในโลก หากทำ 9 อย่างนี้ได้เรียบร้อยก็สิ้นหมดเลย ไม่เป็นสัตว์โลก เป็นเทวดายิ่งกว่าเทวดาเพราะอยู่เหนือเทวะ ทำหนึ่งก็ได้ทำศูนย์ก็ได้ อรหันต์คือคนไม่เป็น 2 ไม่มีความลับ เรื่องของเทวะนี้อาตมาชัดเจนมาไม่นาน โลกนี้ขัดข้องที่เทวะ อยู่ที่ความแบ่งแยกเป็น 2 แต่เขาไม่รู้จักความเป็น 2 ก็เลยงงอยู่กับ 2 ก็ได้พยายามรวมกัน เพราะเขาไม่รู้ เขาไม่รู้แม้แต่ตัวเอง เพราะฉะนั้นอันอื่นเขาจะรู้ได้อย่างไร ตัวเองเขายังไม่รู้เลย นี่คือใครนี่คือคน และนี่คืออะไร ก็คือคน แล้วเอ็งรู้จักคนหรือเปล่า ถ้าไม่รู้จักคนก็คือไม่รู้คนนี้ไม่รู้คนนี้ไม่รู้จักคน คน คือการวนการกวนที่อาตมาเขียนในหนังสือคนคืออะไร ทำไมสำคัญนัก เพราะมันปนเปกันเละ คนกันผสมกันเละไปหมด อาตมาพยายามอธิบายด้วยภาษาลูกทุ่งนะ ให้แยกออกเป็นชั้นๆว่ามีอะไรบ้างในการสังขารที่ปรุงปนกันอยู่ มีเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายเป็นลำดับ ศาสนาพุทธรู้จักสิ่งเหล่านี้ตีแตกแยกออก จนกระทั่งสามารถทำให้เป็นจิต วสวัตติโก เป็นผู้ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เป็นอมตบุคคล จะให้เกิดก็ได้จะให้ตายก็ได้ จะให้เป็นเทวดาก็ได้ เป็นสัตว์นรกก็ได้ แต่ก็รู้แล้วว่าสัตว์นรกเป็นเรื่องที่ไม่ควรเป็น รู้แล้ว แต่ก่อนเคยโง่ ทำให้ตัวเองเป็นสัตว์นรก ตอนนี้รู้แล้วใครทำก็เราเอง แต่ก่อนเราโง่เราก็เลยทำ ตอนนี้เราหายโง่แล้วไม่ทำ-เลิกทำเด็ดขาด นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” ไม่ทำให้จิตใจตัวเองเป็นสัตว์นรกอีกแล้ว สัญญาไปกำหนดรู้กาย ไม่ให้เป็นธรรมะ 2 ตราบที่คนยังมีชีวิตจิตใจเลี้ยงชีพอยู่ ยังไม่ทำกาละ ยังไม่ตาย กาละ เวลาโลกหมุนก็เกิดกาลหรือวนรอบพระอาทิตย์ก็คือทำกาล แต่ถ้าตายไปไม่มีธาตุรู้จะทำอะไรได้อีก ก็คือ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่มีอะไรเหลือ กายัสสเภทา ปรัมมรณา ทำกาละให้หมดกาละจากความเป็นชีวะของตน ตนก็ยังมีธาตุรู้ ยังไม่หมดอัตภาพยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เช่น อาตมาเป็นโพธิสัตว์ตายแล้วก็จะยังไม่สูญ มีธาตุรู้ที่จะวนเวียนเกิดอีกอยู่ คือไม่หมดกาละ ถ้าไม่เวียนวนแล้ว แตกสลายไปจาก กาละ ไม่มีโลกไหนจะไปอยู่ได้อีก คือแตกสลายกาละได้ที่สุด แต่กาละ เขาแปลว่า ร่างตาย แต่ว่าหลังตายแล้วก็ยังมีอัตภาพอยู่ ผู้เข้าใจพยัญชนะกับสภาวะที่อาตมาอธิบาย หลังอาตมาตายไปแล้ว จะสูญหรือไม่ก็ได้ แต่รู้แล้วว่าตายสูญเป็นอย่างไร ก็จะรู้ได้อย่างไร โพธิสัตว์ก็เริ่มรู้อรหันต์ก็เริ่มรู้อาริยะก็เริ่มรู้ โสดาบันตายจากโลกอบายมุข อบายภพ ที่จะต้องไปคลุกคลีเกี่ยวข้อง ไปสุขไปทุกข์กับโลกนั้น โลกเล่นไพ่ โลกเล่นการพนัน ยังติดในรูปรสกลิ่นเสียงจัดจ้าน การละครละเม็งเป็นอบาย คุณก็อยู่กับโลกนั้น แต่เมื่อเราปฏิบัติแล้วเราก็เลิก จนจิตเรา เวทนา ความรู้สึกของเราเมื่อไปสัมผัสกับสิ่งนั้นเราก็เกิดเฉยๆ มันยืนยันว่าคุณหมดสุขหมดทุกข์ แม้จะคลุกคลีเกี่ยวข้องกับมัน ถ้าหากเป็นประโยชน์ต่อกันก็เอา แต่อบายไม่เป็นประโยชน์อะไรกับเราหรอก ของเราดาราแม้สักเศษคนไม่มาหรอก เพราะอาตมาปากจัด ทั้งที่วงการมายาดาราอาตมามีเพื่อนนะ แต่อาตมาไปว่าเขา เขาก็เหม็นขี้หน้าอาตมา คืออาตมาไม่ได้ไปด่าไปว่าแต่ตำหนิบอกให้รู้ด้วยความปรารถนาดี ชาตินี้อาตมาไม่ได้เป็นดารากับเขาหรอก ไปอยู่ในวงการมายาเท่านั้นเองอาตมาอยากเป็นดารานะ ในตึกโทรทัศน์ รูปดาราเขาจะอัดมาเป็นแผ่น ติดเรียงกันไปในตึกสถานีโทรทัศน์ อาตมาไม่มีสิทธิ์ที่จะให้เขาอัดขึ้นไปได้หรอก เดี๋ยวนี้รู้แล้วว่าเราไม่ใช่พวกสัตว์อบาย แม้อยากเป็นสัตว์อบายกับเขา ฟังให้ดีไม่ได้ด่านะ แต่พูดสัจธรรม พวกดาราเด่นดังเท่าไหร่ก็อบายมากเท่านั้น สัจธรรมที่ย้อนแย้ง หากคุณจมอยู่ก็ไม่ดี เป็นสิริมหามายา เป็นนักเล่นกลชั้น 1 เป็นนักมายากลที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า ฮูดินี่ ที่เขาเป็นนักเล่นกลชั้น 1 เล่นกลเช่น คนเอาโซ่มามัดอยู่ในน้ำเอาถังน้ำมันมาราดแล้วจุดไฟเขาก็รอดออกมาได้ อาตมาไปหัดกินเหล้าสูบบุหรี่ เล่นบิลเลียด ไปหัดกับเขา ไปเล่นไพ่ก็จะเป็นหมูสนามให้เขา เขาก็เลยชอบชวน เป็นลิงลมอมข้าวพอง ทางโลกที่นิยมยกย่องกีฬา ดารา ค่านิยมอย่างนี้เราก็ไปเป็นตามเขา อยากเป็นพระเอก เขาก็ให้เป็นตำรวจไปจับผู้ร้ายตอนจบ ไม่ได้เป็นพระเอก มันเป็นสิ่งที่คุณจะไปเป็นพวกนี้เป็นไม่ได้ ชั่วไม่สำเร็จ เกิดมาชาตินี้ทำชั่วไม่สำเร็จ 611102_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชาวอโศกไม่ใช่กระฎุมพีแต่คือเศรษฐีผู้เจริญ