สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อยู่อโศกได้ต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างมีปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อยู่อโศกได้ต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างมีปัญญา อยู่ที่นี่มีหลักเกณฑ์ขั้นต่ำมีศีล 5 ไม่มีอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นต้น ทำไมอาตมาเข้ม อยู่ที่นี่ทำไมไม่ให้กินเนื้อสัตว์ เพราะว่าศีลข้อที่ 1 นั้นไม่ใช่ให้แค่ไม่ฆ่าสัตว์ แต่ท่านให้มีรายละเอียดถึงมีจิตใจที่เมตตา วางอาวุธ มีจิตใจที่เมตตา หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ข้อความมันมีรายละเอียดยาวถึงขนาดนั้น แต่เขาเอาแค่ศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ก็ทำให้ได้ก่อนเถอะ ศีลข้อ 1 พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ แต่ว่าพระ เจ้าต่างๆบอกว่ามีศีล 227 ซึ่งมันเป็นวินัยเป็นข้อบังคับเป็นอาชญา แต่ศีลคือนุสาสรีย์ นัยยะต่างๆในยุคนี้อามาต้องแยกแยะขยายความซึ่งมากจริงๆ แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นยุคปัญญา ปัญญาก็ไม่ใช่ความฉลาดแบบ โลกีย์เขาเป็นนะ ปัญญามาจากรากเหง้าของอัญญา เป็นความฉลาดที่ตรงกันข้ามกับโลกียะ ที่เขาฉลาดอยากได้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข แต่ว่าฉลาดอย่างโลกุตระ มีปัญญาคือฉลาดที่เราลดกิเลสไม่ติดในลาภ ไม่ติดในยศ คืนลาภยศสรรเสริญได้แล้วก็มีความสุข มันทวนกระแสกัน ทางโลกีย์ได้ลาภก็สุข ได้ยศก็สุข ได้สรรเสริญก็สุข ตรงสเปค แต่โลกุตระ เราสัมผัสกับสิ่งนี้แล้ว ความสุขที่เราเคยได้มาอย่างแต่ก่อนลดลง หรือไม่เกิดความรู้สึกเป็นสุขเลยนั่นต่างหากที่เป็นความหมายของปัญญา และก็มีจิตที่เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย คุณรู้สึกหรือไม่ว่าคุณเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ...หากรู้สึกได้แสดงว่ามีโลกุตรธรรม ซึ่งมันตรงกันข้ามกับแต่ก่อนที่เรามีความรู้สึกแบบโลกีย แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่เขาพาปฏิบัติ ชาวอโศกพาปฏิบัติโลกุตรธรรม ไม่ใช่ศาสนาพุทธที่เป็นโมฆะเป็นหมั
อ่านต่อ
นแล้วไม่มีโลกุตระเลยไม่ใช่ 611102_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชาวอโศกไม่ใช่กระฎุมพีแต่คือเศรษฐีผู้เจริญ