ไม่มีความไม่จริงในสิ่งที่พ่อครูพูดเรื่องโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข28 มีนาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ไม่มีความไม่จริงในสิ่งที่พ่อครูพูดเรื่องโลกุตระ _พ่อครูว่า... ขนาดพบสัตบุรุษแล้วต้องพากเพียร พูดแล้วเหมือนคุยเขาบอกว่ายกตัวเองหลงแต่ตัวเอง เขาก็ใส่ความอาตมาทั้งนั้นที่เขาพูดมา อาตมาไม่ได้หลงตัวเอง ไม่ได้ยกยอตัวเองเพราะว่าอาตมาไม่มี สาเฐยจิต อยากอวดยกย่องตนเอง ไม่มี แต่เขาฟังไม่เป็น อาตมาบอกความจริงว่าอาตมาไม่มี สาเฐยจิต ที่อยากจะมายกย่องตัวเองโอ้อวดตัวเองไม่มี มีแต่พูดความจริงตามความเป็นจริง เพราะความจริงมันไม่มีแล้วในโลก มันไม่มีใครพูดความจริง อาตมาเป็นคนพูดความจริงคนเดียวในโลกยุคนี้ ยืนยันความจริงว่าที่ยืนยันความจริงสำคัญที่สุดก็คือว่า ยืนยันอะไร ยืนยันว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นความจริง คนอื่นโกหกทั้งหมด หรือไม่กล้ายืนยันตัวเองว่าเป็นอรหันต์ พูดเลี่ยงไป บรรลุอรหันต์แล้วบอกใครไม่ได้ ขืนบอกนั่นแหละว่าตัวเองเป็นอรหันต์ก็คือไม่ใช่อรหันต์ ไปนู้นเลยปราชญ์ท่านพูดอย่างนั้น ตีความไปออกนอกเรื่องนอกราวพระพุทธเจ้า พวกนี้ไปเปลี่ยนแปลงคำสอนพระพุทธเจ้า บาปมั้ย แต่ไม่ได้พูดซ้ำเติมเขาไม่รู้ก็เลยน่าสงสาร ก็พูดเตือนสติให้เข้าใจ เพราะในโลกไม่มีใครกล้าพูดความจริง เพราะเขาไม่มีความจริงที่จะมาพูด อาตมามีความจริงที่จะมาพูดจึงกล้าพูดความจริง และเห็นว่าต้องพูด เพราะคนพูดความจริงมันไม่มี มันมีแต่คนโกหกหมดเลยหรือ ความจริงเขาไม่พูดหรอก อย่าไปบอกว่าตัวเองเป็นพระอาริยะ เป็นพระอรหันต์ บอกแล้วจะไม่ถือว่าเป็นอรหันต์ ต้องเดาเอานะ จึงเป็นโลกแห่งความงมงาย เดาๆ ศาสนาพุทธจึงกลายเป็นศาสนาเดา ศาสนางมๆคำๆ งมงาย เดา เพราะคนจริงมาพูดความจริงมันไม่มีแล้ว อาตมาย้ำยืนยันให้ฟัง กลับไม่สนใจ แต่ไปสนใจสิ่งที่ไม่จริง มันโง่ มันไม่ไหวแล้วมันเมื่อยสงสารคนเมื่อย สู่แดนธรรม... พ่อท่านให้เขารู้ เขาเลยไม่สนุก เพราะคนในโลกทุก

อ่านต่อ

วันนี้ชอบอะไรที่ท้าทายให้คิดให้เราเอง พ่อท่านมาเปิดเผยว่า อาตมามีความจริงเขาก็เลยไม่อยากรู้ มันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ครับ พ่อครูว่า... จะว่าอย่างนี้ก็ใช่ มันเป็นจิตโง่สนิทเลย อวิชชาว่า ในโลกนี้อย่าไปฝันเลยว่าจะมีคนพูดความจริง อย่าไปฝันเลยจะมีคนจริง มีแต่คนเข้าข้างตัวเอง เห็นแก่ตัว พูดยกตัวอย่างตัวเองทั้งนั้น เขาเข้าใจว่าอย่างนั้นไปเขาไม่เชื่อว่าความบริสุทธิ์สะอาดของจิตบริสุทธิ์สะอาดของคน คนที่จิตบริสุทธิ์สะอาดมันมีจริง เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่า มีด้วยเหรอในโลกนี้ที่คนจะมีจิตบริสุทธิ์สะอาด มีแต่ความจริงใจ พูดอะไรก็มีแต่ความจริงทั้งนั้น ไม่มีความไม่จริงสักนิดเลย มีด้วยเหรอในโลกนี้มีด้วยหรือ เขาไม่เชื่อ เมื่อไม่เชื่อก็บอกความจริงให้ฟัง เขาก็หาว่าอวดโอ่ ยกตัวยกตนอีก ไม่ได้ยก อาตมาไม่ต้องยกตัวเองเลย อาตมารู้ตัวเองดีว่าอาตมาสูงหรือต่ำ ใครจะว่าอาตมาต่ำ อาตมาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ใครจะว่าอาตมาสูงอาตมาก็ไม่ได้ฟองฟูอะไรใจเลย จริงๆ อาตมาไม่เคยสะดุ้งสะเทือนเลยในการที่ออกมาทำงานศาสนาแล้ว ถูกเถรสมาคมทั้งหมดเลยรวมกันเลย ทั้ง ธรรมยุตและมหานิกายออกมารวมกันเป็นหมู่เลย เข้ามาขย้ำอาตมา เขี้ยวหักกันไปเยอะ หมาพิตบูลรุมขย้ำเขี้ยวหักไปเลย ตอนนี้เขาไม่รู้จะมาขย้ำอย่างไร เพราะเขี้ยวเขาไม่มีแล้ว สู่แดนธรรม.. เขาว่าสิ้นโพธิรักษ์แล้วทุกอย่างก็หมด จบ พ่อครูว่า... เขาว่าแต่ละสำนัก พอหัวหน้าสำนักตายไป ทุกอย่างก็สลายหายไป อันนี้ก็เป็นจริงสำหรับโลกียะ เพราะว่าโลกียะมันไม่เที่ยง แต่โลกุตระมันเที่ยง มัน นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) สัจจะของพระพุทธเจ้าได้แล้วได้เลย มันเป็นเรื่องจริง มันเป็นเช่นนั้น ผู้ที่รับได้มีภูมิธรรมโลกุตระอันประเสริฐก็ได้รับไปอย่างชาวอโศก และผู้ที่สามารถฟังรู้เรื่องขึ้นมาแล้วทุกวันนี้เพราะอาตมาบรรยายแล้ว มันมีปรากฏการณ์จริง มีผลรองรับจากวิธีการอธิบาย จากวิธีการปฏิบัติและคนเอามรรคไปปฏิบัติจนเกิดผล เกิดขึ้นเรื่อยๆ แม้จะขอดขึ้นเรื่อยๆ หาผู้ที่รู้ เนยยะ มันมีเนยเน่าๆ เนยดีๆ ก็ชักจะหมดแล้ว เหลือแต่เนยเน่าๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไรก็พยายาม รักษาเนยเน่าๆ ให้มันสดมันดีขึ้นมาหน่อย จะได้มารู้ขึ้นมาบ้าง ก็พยายามอยู่ อาตมาเองพยายามรักษาชีวิต ประคองชีวิตไป ให้ยาวนานหน่อย ทั้งๆที่เมื่อยๆ พูดตรงๆพูดชัดๆ อาตมาน่ะอยากตายแล้ว พูดตรงๆ มันเมื่อยจริงๆ เพราะฉะนั้นก็เอาแต่นอนพัก กินอาหารวันหนึ่งใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง โอ้ย.. มันทรมานทรกรรม กินอาหารกว่าจะได้ปริมาณเพียงพอที่จะใช้ มันช้า เคี้ยวกิน มันไม่เหมือนคนที่กินด้วยความเอร็ดอร่อย กินด้วยความต้องการ มันพูดไปแล้วคนเข้าใจยาก แต่ก็เอาเถอะพูดความจริงสู่ฟังก็แล้วกัน ก็พยายาม พยายามที่จะอยู่เพื่อจะสืบทอดต่อยอดของโลกุตระ ที่มันเสื่อมจนกระทั่งตอนนี้ขึ้นมาใหม่ โลกุตรธรรมก็อุบัติขึ้นมาในประเทศไทยชาวพุทธไทย รับได้แล้วก็เอามาสืบสาน สืบสานแล้วมันไม่เหมือนกับที่เขาเข้าใจ เดี๋ยวโพธิรักษ์ตาย พวกนี้ก็แตกรัง แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ตั้งสำนักขึ้นซัดกัน ก็เราจะพูดไปก่อน มันยังไม่ถึงเวลา เขาก็หาว่ามาอวดดี พูดแก้ตัวไป คอยดูเถอะ ตายแล้วเมื่อไหร่จะเป็นอย่างที่เขาว่า เพราะสำนักต่างๆมันเป็นเช่นนั้น แต่เขาไม่รู้เราโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า มันไม่มีที่มันจะเป็นอย่างที่ว่านั้น พระสัทธรรมของพระพุทธเจ้านี้ได้แล้วมีแต่จิตที่เป็น ญาติธรรมกันหมด คนที่เป็นพระอาริยะจริงๆโดยเฉพาะเป็นอรหันต์ขึ้นไปจิตใจจะมี สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้หมด มันเป็นอย่างนี้ ถ้ามันไม่ถูกต้อง ไม่สัมมาทิฏฐิก็จะเป็นอย่างที่เขาว่า หัวหน้าสำนักตายไม่ช้าไม่นานที่เหลือก็แยกกัน หรือตั้งสำนักแข่งกัน ซึ่งมันก็จริง แต่ก็ยังดีอยู่นะ ชาวพุทธเราดีกว่าเขาก็ยังเคารพครูบาอาจารย์ แม้เขาจะแยกสำนักไปเป็นอาจารย์ หัวหน้าสำนักต่างๆเยอะแยะเลยยิ่งกว่าหนังกังฟู หนังกำลังภายในหัวหน้าแยกไป พอดังแล้วแยกวง

สู่แดนธรรม... น่าเห็นใจพ่อท่านที่อยู่อย่างไม่ได้ทุกข์อาริยสัจ แต่อยู่กับทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ พ่อครูว่า... อยากยังไม่ตาย ถ้าได้ตายมันก็จะว่างกว่า อย่างที่พูดไปแล้วมันอยากจะตาย แต่มันยังตายไม่ได้ ตายไม่ลง เห็นตาดำๆ ก็ฝืนไป มันเป็นการพิสูจน์สัมประสิทธิ์ของพระพุทธเจ้าด้วยว่า จะพยายามใช้อิทธิบาท อยากอยู่ยืดอายุขัยไปอีก ที่พระพุทธเจ้าบอกว่าอานนท์ เราจะยืดอายุขัยไปอีก ถึงกัปหรือเกินกว่ากัปก็ได้ แต่เราพอแล้ว อาตมาเกิดมาในปางนี้โพธิสัตว์ระดับ 7 มันต้องไม่มีคนช่วย อาตมาเกิดมาต้องไม่มีตัวช่วย ผู้ที่จะช่วยได้ถ้าช่วย เช่นเอาง่ายๆ ในหลวงร.9 เป็นโพธิสัตว์เกิดมาในยุคนี้เป็นธรรมิกราช อาตมาก็เป็นธรรมิกราช ในหลวงรู้อาตมาแต่ช่วยไม่ได้ แสดงออกไม่ได้ แสดงออกพังเลย ศาสนาพุทธพัง ถ้าในหลวงแสดงออกพังเลย มีคนถามเข้ามาอาตมายังไม่อยากพูดแต่ตอนนี้พูดไปแล้วล่ะ เขาบอกว่าแน่จริงทำไมในหลวงไม่เสด็จมาหาโพธิรักษ์เลย ท่านไปหาแต่พระที่โพธิรักษ์ด่านั่นแหละ แต่เขาไม่รู้อจินไตย ในหลวงแสดงออกไม่ได้ เพราะท่านรู้สมมติสัจจะ รู้จัก status quo ของมนุษยชาติ ยุคนี้กาละนี้ต้องแสดงออกอย่างไร เรื่องลึกซึ้งพวกนี้พูดไปต่อก็จะไม่ดี พอแล้ว พูดแค่นี้ก็เหลือกินเหลือใช้ หลายคนก็หาว่าอาตมาอ้างอิงยกตนเทียบท่าน หาว่าตัวเองเป็นธรรมมิกราชอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งอาตมาก็พูดไม่รู้กี่ทีแล้วว่าอาตมาจะไม่พูดเรื่องไม่จริง อาตมาพูดอะไรก็เป็นแต่ความจริงทั้งนั้นไม่มีอะไรที่ไม่จริง แต่คนไม่รู้ความจริงที่อาตมาพูดเท่านั้น ฟังแล้วเขาก็หัวเราะเยาะอยู่ในใจ ว่าทำเป็นคุยโม้ แต่แท้จริงทุกอย่างไม่มีอะไรที่อาตมาพูดแล้วไม่จริง อาตมาโดยเฉพาะพูดเรื่องธรรมะเรื่องศาสนาเรื่องโลกุตระธรรมเรื่องการแสดงธรรม ไม่มีอะไรที่พูดไม่จริง ไม่มี มีแต่จริงทั้งนั้น

เรื่องสำคัญที่สุดคือเรื่องของโลกุตระที่เรียกว่าสุขว่าทุกข์ ศาสนาโลกียะศาสนาเทวนิยมสอนแต่ดีกับชั่ว ไม่ได้สอนเรื่องสุขเรื่องทุกข์ เขาเข้าใจสุขทุกข์ไม่ได้ เพราะสุขทุกข์เป็น โลกุตระ สุข ทุกข์ คือมายา เขาไม่รู้แต่เขาจะอยู่กับมายา มายาตัวไหน เขาจะอยู่กับสุข ศาสนาพุทธจึงไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อทุกขมสุข จิตไม่มีกิเลส จิตสะอาดจากกิเลสแล้ว ไม่ทุกข์ไม่สุขแล้ว คุณจะรู้ว่าจิตตัวเองไม่สุขไม่ทุกข์ อ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทส อุเทสคือคำที่อาตมาบรรยาย แล้วเอาไปอ่านอาการความจริงของจิต ว่า จิตมันไม่สุขไม่ทุกข์เป็นอย่างไร จิตไม่สุขไม่ทุกข์ มันมีได้ 2 อย่าง 1 แบบเดียรถีย์ เขาก็ทำให้สุขไม่ทุกข์ได้คือแบบกดข่ม วิกขัมภนะหรือสมถะกดไว้ได้แต่ไม่ถาวร แต่ไม่สุขไม่ทุกข์ของพระพุทธเจ้าคือจิตมันหมดความโง่ จิตมันสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสหรืออวิชชา จิตมันเป็นอุเบกขา ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา มันบริสุทธิ์เลย ตัดกิเลสเลยไม่มีโง่ มันก็เลย รู้ว่าความสุขความทุกข์เป็นมายามันไม่มีจริง จิตก็เลยบริสุทธิ์ว่างจากสุขจากทุกข์ มีแต่ศาสนาพุทธที่มาพูดว่า ว่างจากความสุขว่างจากความทุกข์ ซึ่งศาสนาอื่นไหนเขาก็แสวงหาสุขทั้งนั้น แม้แต่ชาวพุทธที่อวิชชา มิจฉาทิฏฐิ ก็จะต้องเอาสุข ยังเอาสุขคือยังหลงสวรรค์ ยังมีสวรรค์ 6 ชั้น เป็นต้น ผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้วไม่มีสวรรค์ เมื่อไม่มีสวรรค์นรกก็ไม่มี เพราะนรกไม่มีสวรรค์ก็ไม่มี ความสุขความทุกข์คือนรกกับสวรรค์คือสภาพ เทวะคือภาวะคู่ ถ้าไม่มีก็คือไม่มีหมดไปเลยทั้ง 2 อัน นั่นคือสัจจะที่ยิ่งใหญ่เป็นสุขเป็นทุกข์ 650328 ไม่มีความไม่จริงในสิ่งที่พ่อครูพูดเรื่องโลกุตระ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 33

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน