สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อำนาจหมายถึงอะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อำนาจหมายถึงอะไร _อำนาจหมายถึงอะไร? พ่อครูว่า...บารมีไปเชิงดี สันดานไปทางชั่ว วาสนานี้เป็นสิ่งที่ฝังประจำตัวแก้ยาก พระพุทธเจ้าใช้คำนี้สำหรับคนมีนิสัยติดมาทางกาย วาจา เป็นสิ่งหยาบของเขา เช่นพระสารีบุตร เคยติดเป็นลิงมาห้าร้อยชาติก็ไม่ค่อยสุภาพ เป็นวาสนา อำนาจ พระพุทธเจ้าใช้ภาษาวิชาการว่ามันเกิดจากสติ ซึ่งเป็นธรรมะเป็นวิชาการ เดี๋ยวนี้มันผิดเพี้ยนไปจากบาลีมาเรื่อย ผู้ที่มีสติเต็ม ก็จะมีพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าอำนาจหรือพลัง พลังที่ตัวเองจะได้อาศัย ดี คนมีสติดี จะมีอำนาจกว่าคนอื่น จะสามารถมีสติ สัมปชัญญะปัญญาอะไรง่ายก็จะเป็นคนมีปฏิภาณมีคุณธรรม ก็จะเข้าใจคนได้เร็ว จะรู้ทันคนได้ง่าย ถ้ามีสติสัมปชัญญะปัญญาได้ดีธัมมวิจัยก็จะดี เข้าใจคนอื่นได้ง่าย ยิ่งมีคุณธรรมมากมีสติมีอำนาจในตัวมาก ส่วนคนมิจฉาทิฏฐิ อำนาจนี้ไม่ใช่จากคุณธรรมแต่เป็นอำนาจบาตรใหญ่เป็นพลังงานอัตตาไม่ใช่พลังงานสติ ข้ามคำว่าสติไปไกล มีอัตตาถือดีถือตัวเป็นใหญ่ เอาอำนาจไปเบ่งข่มคนอื่นก็ดีกว่าอำนาจ แต่คนที่มีอำนาจจริงคือคนที่มีคุณธรรมสูง เช่น อธิบายกว้างถึงคำว่าอธิปไตย อธิปไตยหมายถึงอำนาจ ประชาธิปไตยคืออำนาจเป็นของประชาชน คนที่มีอำนาจ นี่คือ คนที่ประชาชนเขายกความนับถือยกความยอมรับ ยกให้ เพราะเขาเป็นคนดี เขาเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าเป็นคนมีคุณธรรมสูงก็ยกให้เลย คนนั้นแหละเป็นผู้เจริญด้วยสติสัมปชัญญะปัญญา เป็นคนที่เจริญด้วยองค์ประกอบต่างๆ เพราะถ้าเขามีสติ มันจะเดินผลต่อเนื่องเป็น เมื่อมีสติก็จะมีธรรมะวิจัย มีอิทธิบาท มีวิริยะ แล้วจะปฏิบัติธรรม เป็นปีติ เป็นปัสสัทธิ สั่งสมเป็น สมาธิเป็นอุเบกขา สติเป็นตัวหลักของโพชฌงค์ 7 ถ้าขยายเป็นสติปัฏฐาน 4 ยิ่ง มีความวิจิตรพิสดารในการปฏิบัติธรร
อ่านต่อ
มพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม ยิ่งเป็นคนเจริญเป็นคนมีสติดีสติแข็งแรงสติบริบูรณ์จึงเป็นคนที่มีอำนาจ จะเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงไม่ เบ่ง ไม่ข่มผู้อื่น ผู้อื่นจะยกอำนาจให้ ขออภัยยกตัวอย่างตนเอง พยายามรู้ตัว ที่จะไม่ไปข่มใคร และคิดว่าไม่ไปเบ่งข่มใคร แม้จะใช้คน ก็ไม่ใช้ มีแต่คนมาช่วยมาบริการ ทุกวันนี้อาตมาได้รับการบริการจากคนช่วยมาก จนมากไป แต่เขาก็เต็มใจ ที่จะทำ อย่างนี้ เราเป็นคนที่ได้รับอำนาจ เป็นคนมีสติสัมโพชฌงค์ มีโพชฌงค์ 7 ขยายเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 คนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจะเป็นคนที่มีอำนาจ เพราะเป็นคนที่เก่งในการปฏิบัติธรรมเพราะมีสติเป็นตัวตั้ง แล้วก็ทำให้เกิดโพธิปักขิยธรรม 37 เป็นคนได้มรรคผลเจริญสูงสุดมีคุณธรรม อาตมาถึงได้อำนาจจากพวกเราให้มา ยกให้ จนกลายเป็นอาตมาจะเผด็จการ ปกาศิตอะไรก็ทำได้จริงๆ แต่พวกเราได้รับการสอนไม่ยอมให้เผด็จการ เพราะฉะนั้นก็จะมีภาวะอีกอย่าง ถ้าอาตมาไปใช้เผด็จการก็จะมีการต้าน เพราะพวกเรามีภูมิรู้ที่จะไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี หากอาตมาใช้เผด็จการมากกว่าก็จะเจอเลย เพราะอยู่ในวงของผู้ที่มีปัญญา แต่ที่อื่นซับซ้อน ยกตัวอย่าง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่เลย ท่านสามารถทำได้ทุกอย่าง ท่านเป็นในหลวง แต่อาตมาอาภัพ พวกเราก็ให้เหมือนกัน นี่เป็นสัจจะ ผู้ที่จะเป็นนักประชาธิปไตย อธิปไตยที่เป็นประชาชนก็ต้องทำตนให้ประชาชนเขายกอำนาจให้ นั่นแหละผู้นั้นคือนักประชาธิปไตยคืออย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นนักประชาธิปไตย เพราะไม่เบ่งอำนาจ อย่างทักษิณ ไม่มีวันได้เป็นประชาธิปไตยไม่มีวันได้อำนาจ ที่บริสุทธิ์ อำนาจที่ประชาชนเขาให้เป็นใหญ่ เพราะฉะนั้นจะได้อำนาจ โดยวิธี เฉโก อำนาจปัจจัยที่จะใช้หมู่นักเลงเป็นหัวหน้านักเลง เป็นหัวหน้าคนพาล จะไม่ได้อำนาจที่สูงส่ง อย่างทุกวันนี้ อย่างพล.อ.ประยุทธ์ ทำได้จะได้อำนาจเหล่านี้ อาตมาว่า ถ้าเผื่อว่า ผู้ต้านลดลงๆ แล้วนายกฯตู่ ขยันพากเพียรทำงานต่อไป แล้วนายกฯตู่ จะได้อำนาจโดยธรรมสูงขึ้น เพราะว่าทำงานอย่างมีตำแหน่งมีหน้าที่ ทำงานอย่างขยัน ทำงานอย่างเอาใจใส่ อย่างนี้ จะได้มากเลย ซึ่งอาตมาว่า เป็นยุคที่ดีของประชาชนคนไทยประเทศไทยที่มีบุคคลที่ดีๆมาแสดงสิ่งที่ดี ทุกวันนี้ทางด้านกระแสต้าน อาศัยสื่อฯ สร้างพลังงานมาดิสเครดิตนายกฯตู่ จนเกิดเป็นอะไรมากมายในสังคม ความจริงแล้วมันมีภาวะซับซ้อน พวกนี้ยิ่งทำก็ยิ่งเข้าตัวเองมากขึ้นมากขึ้น จะเห็นได้ว่ากดดูในไลน์ต่างๆ มันจะมีคนด่ากันเองคนต่อต้านนายกตู่คนที่ชมนายกตู่ จะเป็นสงครามทางโซเชียลมีเดียเยอะ จะเห็นได้มันจะเกิดการสังเคราะห์ของมันเอง ยังหวังอยู่ว่านายกตู่จะไม่ท้อถอยง่ายๆจะทำงานต่อไป ก็วิธีการพิสูจน์ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งมันไม่เป็นแบบโลกเขาหลอก แต่ประชาธิปไตยแบบไทยๆคือประชาธิปไตยแท้ ประชาธิปไตยในรูปแบบอย่างอเมริกา อังกฤษก็ตามเป็นประชาธิปไตยแต่เพียงรูปแบบเป็นประเพณีเป็นจารีต แต่ว่าประชาธิปไตยของไทยนี้เป็นจารีตประเพณีที่มีฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุน หรือฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านอยู่ตลอดเวลาและมีบทบาทอย่างนี้ตลอดเวลา เป็นพฤติบทที่มีประจำอยู่ในประเทศไทย แล้วดีมากที่ค้านแล้วสงบ อย่างทุกวันนี้สงบ ค้านก็ค้านไป ผู้บริหารก็ปล่อยให้คัดค้านพอสมควรแต่ไม่มาก แม้แต่มาตรา 44 สรุปแล้วทุกวันนี้อาตมาพอใจประเทศไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านรัฐศาสตร์การเมืองไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐศาสตร์ด้านสังคม ดีขึ้น แม้แต่ทางด้านศาสนาทุกวันนี้ก็รู้สึกว่าพยายามกันช่วยกันขึ้นมามาก ก็ดีขึ้น ก็สรุปแล้วประเทศไทยกำลังดำเนินไปดีพยายามประคองให้เป็นอย่างนี้ไปได้สงบได้อย่างนี้ทุกหน่วยทุกองค์กรทุกมิติของสังคม เจริญไปตามลำดับ 610920_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 16