630711 โพชฌงค์ 7 กับมรรค 8 จัดการกิเลสอย่างผู้ดี.docx
เนื้อหาในไฟล์
630711 โพชฌงค์ 7 กับมรรค 8 จัดการกิเลสอย่างผู้ดีมีไตรลักษณ์ พ่อครู : มรรคองค์ 8 กับโพชฌงค์ 7 พระพุทธเจ้าไม่อุบัติ โพชฌงค์ 7 ไม่อุบัติ ไม่เกิด เพราะนั้นสองอันนี้แยกกันไม่ได้ ร่วมมือกันทำงาน ประกอบไปด้วยกัน ทำงานร่วมกัน แต่อันหนึ่ง 8 อันหนึ่ง 7 แต่มันกระบวนการต่างกัน กระบวนการของมรรค มันมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธาน แล้วก็มีสังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ อีก 4 แล้วก็มีวายามะกับสติ สองคู่นี้เป็นหวังเฉาหม่าฮั่น หรือเป็นโมคคัลลานะ กับสารีบุตร ช่วยสัมมาทิฏฐิอย่างสำคัญ เป็นทหารเอกคู่ใจของท่านเปาหรือของพระพุทธเจ้า สารีบุตร โมคคัลลา ช่วยเพื่อทำให้เกิดสัมมาสมาธิ โดยพยายามปฏิบัติโดยมีขณะทำงานอาชีพอะไร เราก็รู้รอบ รู้เท่า รู้ทัน มีสติสัมปชัญญะ ปัญญา รู้การเกี่ยวข้องกระบวนการของจิตที่มันสังกัปปะ เราก็จับตัวกิเลสในจิตที่ดำริ เริ่มดำริขึ้นมาแล้วก็จัดการกับกิเลสตัวนี้ ให้มันลดละจางคลายหรือดับไปให้ได้ ความสามารถในการทำให้กิเลสตัวไหนก็แล้วแต่ที่เรารู้ทันมันแล้วเราก็รู้กันด้วย พยายามใช้การฝึกให้เราเก่งๆไตรลักษณ์ เก่งไตรลักษณ์ ว่าเห็นหน้ากิเลสแล้ว เอ็งนี่เป็นเหตุแห่งทุกข์ เอ็งเป็นตัวการโจร ตัวการผีมา อย่ามาหลอกเอ็งเป็นตัวปลอม ตัวมายา อย่ามานั่งหลอก พวกมายา นักมายากล เอ็งก็ไม่ได้อยู่กับที่ เอ็งก็ไม่ได้อยู่ อย่างนี้อยู่ตลอดกาลนานหรอก เอ็งก็แว่บมา เผลอเมื่อไหร่ เอ็งก็แทรกตัว ปึ๊บๆๆ ต้องพิจารณาธรรมวิจัย ต้องพิจารณา ต้องโยนิโสมนสิการ ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง ให้เห็นหน้าเจ้าจิตตัวนี้แล้ว กิเลส มันไม่ใช่จิตจริง เจ้ากิเลส จัดการเลย พิจารณาให้ถูกต้องอย่างนี้ทุกทีๆๆๆ กิเลสมันก็จะ อธิบายอย่างกิเลส กิเลสมันก็จะจ๋อย มันก็จะ แต่อธิบายอย่างปัญญา ตัวเองก็จะเข้าใจ ตัวเองก็จะรู้สึก ตัวเองก็จะหิริ ตัวเองก็จะโอตัปปะ ไปเรื
อ่านต่อ
่อย ละอาย เราเอง มันคือตัวเราเองทั้งนั้น เป็นจิตเป็นกิเลส มันก็ตัวเราเป็น ตัวเราโง่ทั้งนั้น ตัวเราจะฉลาดก็ตัวเราเป็นทั้งนั้น เพราะนั้นเราก็จะเกิด มีหิริ มีโอตัปปะ แล้วก็เกิดสามเส้า มีศรัทธา หิริ โอตัปปะ ก็เห็นจริง ศรัทธา เห็นจริง เชื่อถือ มั่นใจเข้าไปเรื่อยๆๆ สั่งสมเข้าเป็นพหูสูตรๆๆ มันก็เห็นกิเลสลด เห็นกิเลสดับได้ เราก็ทำมีอาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมัง ทำด้วยวิริยะ สติ ปัญญา ซึ่งเป็นสัทธรรม 7 อีกสามตัว ก็ทำอย่างเนี้ย เท่ากับเราดำเนินฌาน พลังงานฌานคือพลังงานที่เป็นพลังอุณหธาตุ ที่มันทำให้มันเผากิเลส ที่ท่านต้องใช้ว่าเผา ต้องใช้ว่าฌาน คือมันสลายตัวตนกิเลส ทั้งปัญญาและเจโต ก็ลดลงจริงๆ มันรู้รอบ ไม่เหมือนนั่งสะกดจิตหลับตา มันไม่รู้อะไรเลย สะกดจิตหลับตา ไม่รู้อะไรเลย แต่นี่มันรู้รอบ รู้ตั้งแต่ตัวตนใหญ่ๆ รู้งวง รู้งา รู้ผนัง รู้ตีน รู้ขา รู้หาง รู้ช้าง รู้ตัวตนทั้งหมดจนกระทั่งไล่เข้าไปถึงตับไตไส้พุง ถึงรายละเอียดของ ข้างในของตัวกิเลสทั้งหมดเลย ถอนรากถอนโคน สลายทุกส่วนสัด ของตัวร่างกายกิเลส กายกลิ ทำลายมันหมดเลย มันจึงถูกแยกธาตุ ถูกฆ่าอย่างไม่รุนแรง ไม่ใช่ ตัดคอ ปาดคอ เอาระเบิดมาทำลาย ไม่ใช่ แต่ด้วยภูมิปัญญา ด้วยความสุภาพ ด้วยความเป็นผู้ดี เป็นผู้ดีแท้ๆเลย กิเลสมันแพ้ด้วยความจริง มันแพ้ เราก็เป็นตัวปลอม เราก็เป็นตัวไม่มีตัวตนหรอก แต่มาเสแสร้งเป็นตัวตน เห็นตัวอัตตาตัวผู้นั้น โง่ ก็เลยเป็นตัวตนเข้ามาแทรกแทน เข้ามาใส่ตัวเราเลย เพราะนั้นเราก็ฉลาดไปรู้ทันตัวกิเลส ตัวไม่จริง เราเป็นตัวจริง ตัวจริงมันก็ชนะ เพราะนั้นโพชฌงค์ 7 ก็ถึงขั้นได้ผล พอได้ผล สงบ ปัสสัทธิ และก็สั่งสมกิเลสตัวที่สะอาดได้แล้ว สงบแล้ว ลงเป็นสมาธิ สมาธิ สมาธิ เพราะนั้นสมาธิสัมโพชฌงค์ยังไม่ใช่สมาหิตโตนะ สมาธิสัมโพชฌงค์ยังไม่ใช่สมาหิตโตนะ ถ้าได้สมาธิแล้วตรวจสอบว่าสมาธิก็ได้ด้วย ฌาน 1 ก็ค่อยๆลดลง สอง ฌาน 2 ก็ลดลง ฌาน 3 ถึงฌาน 3 จึงใช้คำว่า สุข ใช้คำว่า จิตมันชัด ว่างจากกิเลสแล้ว สุข ฌาน 4 ก็ว่างสนิท เป็นอุเบกขา สะอาด ฌาน 3 เริ่มว่างจากกิเลสลงไปจนสะอาดยิ่ง ไปถึงฌานที่ 4 ก็เป็นอุเบกขา บริสุทธิ์ว่าง บริสุทธิ์ก็ปริสุทธา ทำอีก ทำอีก ทำทั้งการทำซ้ำ อาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมัง เป็นการรักษาผล สร้างอเนญชาภิสังขาร มันก็ยิ่งจะจริง เป็นปริสุทธา ปริโยธาตา จิตมุทุภูตธาตุ ยิ่งเก่ง ก็ยิ่งมีกรรมกิริยาการงาน อะไรอีก ก็ทำแบบที่เราทำสำเร็จนี่แหละกับทุกๆสิ่งอีก ประหารกิเลสอยู่ตลอดเวลา กรรมต่างๆหรือฐานจิตที่เป็นธรรมะ ฐานที่ทรงไว้ซึ่งมวลของจิต มวลของจิต ก็เป็นมวลของจิตที่เป็นยอดทหาร สุดยอดทหารพระราชา เป็นสุดยอดทหารพระราชา คุณสู่แดนธรรม : อันนี้เป็นสมาหิตโตได้หรือยังครับ พ่อครู : ค่อยๆสั่งสมความเป็นสมาหิตโต ขึ้นเรื่อยๆ