630802_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เป็นคนไฮโซไม่โก้เท่ากสิกรติดดิน_.docx
เนื้อหาในไฟล์
630802_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เป็นคนไฮโซไม่โก้เท่ากสิกรติดดิน https://www.boonniyom.net/49105.html อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1lHsCJ2shMUpuXrd2JklAmsoyAvtKubITA0HR7oHOGus/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1wy90az9mK1c19i1bA3yVSktSBARv-V1R/view?usp=sharing
และยูทูปที่ https://youtu.be/89f--nUkD0c
อย่าหลงตนมีมานะและอย่าติดแป้น _สติพล จนพัฒนา : ทำไมต้องให้คนอื่นมาบังคับ ติงเตือน ขัดเกลา แนะนำ พร่ำสอนเราให้ทำดีเล่า..? รู้ดีมีปัญญาแล้วก็ทำให้มันเต็มร้อยเข้าไปสิ..ไม่น่าจะมีปัญหาเลยครับ ผมเชื่อผู้ที่เข้าสู่กระแสของความเป็นพระอาริยะที่แท้จริง จะไม่มีคำว่า"ติดแป้น"เด็ดขาดครับ เข้าวัดตั้งแต่เด็กต่อมาทำผิดศีลเลยต้องออกไป กับเข้าวัดตอนแก่แล้วอยู่ได้ยาวเลย..ถามว่าอย่างไหนดีกว่ากันครับ? พ่อครูว่า…ระวังนะคุณสติพล คุณกำลังจะหลงตน คนที่ยังไม่ดียังมีมากกว่าคุณ ให้เขาฟังธรรม ดีไม่ดีจะต้องบังคับ ทำไมต้องให้คนอื่นมาบังคับ คุณพูดอย่างมีมานะอัตตา ให้เขาบังคับเราบ้าง เราก็ยอมเขาบ้าง ทำไมให้เขามาติงเตือนก็ดีแล้ว ขอบคุณเขา อย่ามีอัตตามานะ ทำไมให้เขามาขัดเกลา ให้เขามาแนะนำพร่ำสอนให้เราดี คุณมีจิตที่รู้ตัวแล้วก็พัฒนาตัวเองได้ โดยไม่ต้องมาสอนต้องมาบังคับหรอก รู้เองเราจะทำเองของเราก็ดีแล้วล่ะ แต่คุณจะไป อาละวาดกับคนอื่น ที่จะมาบังคับกันอยู่ อย่างอาตมาขัดเกลาติงเตือนแนะนำจังพร่ำสอนจัง อย่าว่าอาตมาเลย อาตมาขอทำเถอะ คุณพูดถูกแล้วรู้เต็มร้อยก็ทำให้มันเต็มร้อยนั้นถูก แต่คุณจะไปว่าเขา เขาจะติงเตือนบังคับกันก็อย่าว่ากัน คุณอย่าไปหลงตัวเอง แต่ได้แล้วก็ไม่บอกใครน่าจะเป็นแบบโลหิจสูตร ต้องเกื้อกูลกันบอกกัน ค
อ่านต่อ
ุณไม่ติดแป้นก็ต้องเจริญอย่างมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งไม่ใช่รู้กันง่ายๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในเมถุนสังโยค 7 ผู้ที่ทำตัวเองได้เจริญเป็นเทวดาแล้วก็ติดแป้นเป็นเทวดาองค์นั้น คุณไม่รู้ตัวเองหรอกว่าคุณติดแป้นหรอก เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ และเอาไปเขียนไว้ใต้ศาลาสันติอโศก พระไตรปิฎกเล่มที่ 24 ข้อ 53 เราไม่สรรเสริญแม้ซึ่งความตั้งอยู่ (ฐิติ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย ไฉนจะสรรเสริญความเสื่อมรอบ (ปาริหานิ) ในกุศลธรรมทั้งหลายเล่า แต่เราสรรเสริญความเจริญ (วุฒฺฑิ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย มิใช่ความตั้งอยู่ มิใช่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 53) คุณจะต้องอยู่ในความไม่เที่ยงให้ได้ ถ้าหากคุณติดอยู่ในความเที่ยง คุณก็เสื่อมแล้ว ถ้าคุณมีความคิดว่าคุณจะต้องอยู่ฐานนี้ไม่ไปไหน มันไม่มีหรอก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะไม่เที่ยง ทุกอย่างที่ตั้งอยู่และไม่เคลื่อนไปไม่มี มีแต่ความไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อมีเที่ยงแล้วก็ยังไม่เที่ยงอย่างเสื่อม จงไม่เที่ยงอย่างเจริญขึ้น นี่คือสัจจะ
อุปัญญาตธรรม 2 (ความรู้ทั่วถึงในคุณของธรรม) 1. ความเป็นผู้ไม่สันโดษในกุศลธรรม (อสันตุฏฐิตา) กุศลไม่เที่ยง จึงบูรณาการได้อีก 2. ความเป็นผู้ไม่ย่อหย่อนในความเพียร(อัปปฏิวาณิตา) (พตปฎ. เล่ม 20 ข้อ 251)
หรือจะบอกว่าเราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ)
เมื่อใดเรายังพักอยู่ (สันติฏฺฐามิ) เมื่อนั้นเรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ (อายูหามิ) เมื่อนั้นเรายังลอยอยู่โดยแท้ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ (พตปฎ. เล่ม 15 ข้อ 2)
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ.. สมณะฟ้าไท..หัวใจของการทำกสิกรรม ในหนังสือสรรค่าสร้างคน ที่พ่อครูเขียนไว้มีหลัก 1. สร้างความสมดุลดินดีกับชีวิต 2 สร้างผลผลิตจนพึ่งพาตัวเองได้ 3. สร้างนิเวศวิทยาให้น่าชื่นใจ 4 สร้างตัวตนให้เปี่ยมบุญด้วยคุณธรรม คำว่าเปี่ยมบุญก็ยากเหมือนกันอันนี้เขียนไว้แต่ก่อนที่ยังไม่หักมุมเรื่องทำบุญ บุญยังไม่ค่อยถูกต้องนักในช่วงนั้นตอนนี้ก็ต้องพัฒนาเป็นรอบใหม่ต้องใช้คำอื่น เรามาช่วยให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นชาวกสิกรรมไม่ได้ พ่อครูว่า...อาตมาขอยืนยันว่ากสิกรรมจะเป็นเรื่องที่คนจะค่อยๆเข้าใจ ทั่วโลก แล้วจะให้เกียรติแก่กสิกร ให้เกียรติแก่ชาวไร่ชาวนา เมื่อคนเรามีปัญญารู้จักสาระแก่นแท้ ของมนุษยชาติ ผู้ที่มีคุณค่ามีประโยชน์ คนให้ข้าวให้น้ำเรานี้เลี้ยงชีวิต เป็นคนที่มีประโยชน์มาก คนที่ให้เครื่องใช้ก็มีประโยชน์ แต่ประโยชน์อย่างไรคุณเทียบเครื่องใช้กับเครื่องกิน เรื่องกินก็ต้องเป็นหนึ่งในโลก อย่างไรอย่างไรจะมาล้างสัจธรรมวันนี้ไม่ได้เลย คู่นี้ ภาวะ 2 อย่าง ของกินกับของใช้ ของกินก็ต้องเป็นเอกของใช้ก็ต้องเป็นรอง แต่ไหนมา การที่จะเอาสองอย่างมาเปรียบเทียบว่ารู้แต่ละคู่ มันเป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก อย่างฝรั่งเศสเขาจะมีเพศผู้เพศเมียสำหรับข้าวของ เช่นช้อนกับส้อม อะไรเป็นเพศผู้เพศเมีย เก้าอี้กับโต๊ะอะไรเป็นเพศผู้เพศเมียอะไรสำคัญกว่า อะไรสำคัญก็เป็นปุริสภาวะ อะไรสำคัญรองลงมาก็เป็นอิตถีภาวะ สูงสุดในเรื่องธรรมะ 2 เทวธัมมา ทางวัตถุก็เรียนรู้ได้ยิ่งนามธรรมยิ่งละเอียดลึกซึ้ง ยิ่งไปเรื่อยๆ ส่วนสำคัญคือเรื่องเวทนาความรู้สึก อันนี้คือเป้าหลักหัวใจสำคัญของจิตวิญญาณ ต้องมาเรียนรู้ตรง จิตเจตสิก อย่าว่าแต่กามจิตเลย รูปจิต อรูปจิต ก็เรียนรู้ลิงคะ เพศที่ต่างกันแล้วจะไปประกอบเป็นเครื่องหมาย นิมิตได้ นิมิต เป็น static ส่วน อาการ เป็น dynamic ความเคลื่อนไหว นิมิตเป็นตัวที่จับรูป เทียบกัน 2 อย่าง static กับ Dynamic คำว่านิมิตเป็นรูป อาการเป็นนาม อย่างนี้เป็นต้น เราจะเข้าใจสภาพ 2 ที่เปรียบเทียบกันไปมา นามธรรมที่เป็นนามบางทีก็เปลี่ยนเป็นรูปแล้ว เป็นสิ่งที่ถูกรู้ ชัดเจนแล้วก็ทำให้เป็นนามธรรมที่เจริญขึ้นอีก รูปธรรมที่มีอยู่มันก็จะสะอาดขึ้นกลายเป็นปัญญา ปัญญาจะกลายไปเป็นนาม นามก็จะกลายเป็นรูปในฐานที่คุณยึดถือไว้ต่อไปอีก ก็จะซับซ้อนต่อไปเรื่อยๆ อาตมาพยายามอธิบายสภาวะธรรม รู้สึกว่าอธิบายไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ได้ขนาดนี้ก็ว่า เป็นสัจธรรมที่ยิ่งอาตมาทำให้เข้าใจว่ามั่นใจว่าตัวเอง ทำไมไม่มีคนมาช่วยอธิบาย ใครที่เก่งๆเรียนกันมาเป็นด็อกเตอร์ เป็นเปรียญ 9 อะไรต่ออะไร ทำไมไม่มาช่วย อาตมา อธิบายบ้าง ก็เห็นจริงว่า เขาอธิบายไม่ได้หรอกเพราะเขาไม่รู้อย่างที่อาตมารู้ ทำไมต้องอุตสาหะไป องค์ประกอบมันมีเท่านี้ ก็ขอย้ำเรื่องมาเป็นกสิกร เราต้องสร้างกสิกรรม แล้วก็มีข้อจำกัด กสิกรรม จะขายแพงไม่ได้ “ข้าวไม่ใช่สินค้า แต่ข้าวคืออาหารที่ต้องแบ่งปันกันกิน” เป็นโศลกที่ให้เอาไปคิดให้ดี เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของชีวิต ในเม็ดข้าวที่กินกันทั่วโลก มันจะมีธาตุอาหารที่ครบ กินแต่ข้าวก็อยู่ได้ แต่มันไม่ครบทั้งหมดหรอกแต่มันมีอะไรมากกว่าเพื่อน นอกนั้นก็กินอย่างอื่นสู้ข้าวไม่ได้อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเผื่อว่าเรามาเข้าใจความสำคัญในเรื่องของชีวิตมนุษย์ทั้งโลก คืออาหารการกิน เพราะฉะนั้นในอาหารการกิน ที่ท่านเรียกว่า กวฬิงการาหาร จะมีสิ่งที่ประกอบด้วยองค์ประกอบเทียม มีผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร หากคุณกินอาหารแล้วไม่รู้จักการสัมผัสของคำข้าว มันจะมีครบเลยในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส หรือกินอาหารอย่างมีศักดิ์ศรีมีชั้นวรรณะ ทั้งมีกิเลสกับอัตตาอยู่ในมันมีเยอะแยะ มันก็ดีนะ เนี่ย คุณต้องเรียนรู้กิเลสเหล่านี้ กิเลส กาม กับอัตตา อยู่ในอาหารนี้ก็นักหนามากมายมหาศาล แล้วคุณศึกษาคุณจะต้องไปมี ผัสสะจริง คุณไปคิดเอาตักกะ เอาไม่สำเร็จหรอก ศึกษาไปตั้งแต่เบื้องต้นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส อัตตามานะก็ตาม ในอาหารนี่ เรียนให้ดี อัตตามานะของอาหาร มันจะนึกถึงไม่หยาบเหมือนกับกาม กามมันจะหยาบกว่า กามก็ลดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสให้ได้ก่อน หมดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็จะมีความติดในความจำ ตัวเคยชินก็ต้องค่อยๆลดลงไปอีกมันจะมีฐานความรู้ จาก กามาวจร อยู่เหนือกามาวจรได้ ในกามภพ เราจะมีจิตร่วม อวจร สัมผัสร่วมแตะต้องด้วย เราจะล้างมันได้ จนหมดกามาวจร มันจะมีรูปาวจร หมดรูปาวจรก็มีอรูปาวจร มีอาการอยู่ในรูปและอรูปอีก เรียนรู้มันมีกิเลสเข้ามาผสมในอวจร ความเป็นไปมันยังมีอยู่นะ เราต้องมีญาณปัญญารู้ความจริง เรายังมีอะไรอยู่เหรอมันเป็นโลกธรรม ก็ล้างมัน มันจึงกลายเป็นเครื่องอาศัยที่สำคัญที่ได้ความจริงตามความเป็นจริงของธาตุวิตามินสิ่งที่ต้องเอามาสังเคราะห์สังขารร่างกายเท่านั้นเอง เรียกว่าอาหาร ในเรื่องเครื่องใช้นี้จะง่ายกว่า เรื่องอาหารมันจะต้องอาศัย คุณเป็นพระพุทธเจ้าคุณต้องกินอาหาร เครื่องใช้ก็มีเล็กน้อยไม่ต้องมีมากเลย แต่เราทำงานอย่างนี้เราจะต้องอาศัยเครื่องใช้ที่ไม่ใช่น้อย เราต้องสร้างภูเขาน้ำตกแม่น้ำลำธารสร้างต้นไม้ พวกนี้เราต้องทำต้องสร้าง ซึ่งเป็นธรรมชาติจะต้องอาศัย อย่างไม่หลงใหลที่เขาเป็นกัน อาตมาว่าพวกเรายังฝืนไม่ชอบกสิกรรมอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะมันถูกหลอกมานานแล้วมันชอบเป็นไฮโซ ไปทางลาภยศสรรเสริญโลกียสุข มาแต่ไหนแต่ไร โลกมันชวนติดทางโน้นเยอะ เพราะฉะนั้นต้องหันมาติดดิน พูดคำนี้ทันสมัยนะ มาเป็นคนติดดิน โก้กว่าไปอยู่หอคอยงาช้าง หากไปอยู่หอคอยงาช้างคุณจะตกยุค จริงไหม คนที่มีปฏิภาณปัญญาชัดเจนจะรู้ว่าหอคอยงาช้างคืออะไรไฮโซ มาติดดินนี่เป็นคนเจริญ เป็นคนมีประโยชน์ เป็นคนมีคุณค่า เป็นคนสูง มันกลับกัน ติดดินมันสูง แต่ไฮโซมันต่ำ นี่คือสิริมหามายา ขอย้ำว่า มาเป็น...กสิกรแข็งขลัง เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจ เพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม https://www.boonniyom.net/49105.html