เปิดใจคือปรโตโฆษะจึงมนสิการอย่างมีอัญญธาตุได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
เปิดใจคือปรโตโฆษะจึงมนสิการอย่างมีอัญญธาตุได้ _เดชา อำพร : ข่าวสารของกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ(บางกลุ่ม,มีปรากฏในยูทูป) พูดถึงบางเรื่องที่สัมพันธ์เชิงการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต่างจากที่ผู้นำอโศกสรุป... ซึ่งเราขอพูดคร่าวๆ คือผู้นำอโศกไปสรุปว่า ท่านนั้นท่านนี้เป็นโพธิสัตว์ระดับ6บ้าง5บ้าง4บ้าง หรือกระทั่งระดับปุถุชนคนธรรมดาท่านก็ยังไปตีขลุมเหมาให้ว่าเป็นโพธิสัตว์ไปด้วย แต่มีการวิเคราะห์และเผยแพร่ข่าวสาร(ซึ่งกลุ่มท่านอาจมองว่าเป็น"Fake news"ก็ได้) พ่อครูว่า...อาตมาขอยืนยันว่า คนนอกนั้นที่มาวิเคราะห์วิจารณ์ธรรมะที่อาตมาพูดอยู่นี้ยังเข้าถึงธรรมะโลกุตระไม่ได้ ยังเป็นเทวนิยมอยู่โดยเฉพาะทางตะวันตก เป็นเทวนิยมทั้งนั้นเลย คุณยังแยกเทวนิยม อเทวนิยมหรือโลกียะ โลกุตระยังไม่ออกหรอกคุณเดชา ถ้าแยกออกคุณจะไม่กล้าที่จะมาท้วงอาตมาถึงป่านนี้จริง คนที่มีปัญญามีภูมิรู้จะแยกโลกุตระกับโลกียะออก คนนี้มี อัญญธาตุ เป็นธาตุอื่นที่ต่างจากโลกีย์หรือเทวนิยม ซึ่งคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นโดยมาก คนที่รู้โลกุตรธรรมนั้นเป็นคนส่วนน้อยในโลก ที่รู้พุทธธรรมที่เป็นโลกุตระเป็นคนส่วนน้อย เพราะเป็นยอดของพีระมิด คนส่วนใหญ่เป็นฐานของพีระมิด เป็นธรรมดา ธรรมชาติ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่จะไม่รู้กัน ในยุคพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรเรียนอยู่กับอาจารย์ สัญชัยเวลัฏฐบุตร พอท่านได้ข่าวว่ามีพระพุทธเจ้า อุบัติขึ้นแล้ว ท่านก็เข้าไปพบเลย ยังไม่ทันได้พบพระพุทธเจ้าแท้ๆ ได้พบลูกศิษย์ พบพระอัสสชิ ที่เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรก็ถามว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไร ครูของท่านสอนอะไร พระอัสสชิก็ตอบง่ายๆ ประโยคไม่ยาว ทุกอย่างเกิดมาแต่เหตุ ดับเหตุเสียได้ทุกอย่างก็ดับ เท่านี้แหละพระสารีบุตรซึ่งเป็นยอดปัญญาอยู่แล้ว เข้าใจทันทีเลย โอ้
อ่านต่อ
โห..อย่างนี้ใช่ อาจารย์ท่านคือใคร ก็คือพระสมณโคดม เท่านั้นแหละ สารีบุตรไปหาสัญชัยเวลัฏฐบุตรที่เป็นอาจารย์ ชวนกันไปพบพระพุทธเจ้าเลย ก็เกิดการวิเคราะห์วิจัยขึ้นระหว่างพระสารีบุตรกับสัญชัยเวลัฏฐบุตรที่เป็นอาจารย์ สัญชัยเวลัฏฐบุตรถามว่า แล้วคนในโลกนี้ มีคนโง่มากหรือคนฉลาดมาก ฟังดีๆนะคุณเดชา พระสารีบุตรก็ตอบด้วยความจริงเลยว่า คนฉลาดมีน้อย คนโง่นี้มีมาก ตอบอย่างนี้ สัญชัยเวลัฏฐบุตรมีโลกียธรรมก็ชอบความมาก ความมหัปปิจฉะ บอกว่าสารีบุตรเธอจงไปอยู่กับคนหมู่น้อยกับพระสมณโคดม เราจะอยู่กับคนหมู่มากที่เป็นคนโง่ คนฉลาดต้องอยู่กับคนที่หมู่มากเป็นนักประชาธิปไตยด้วย นี่ซ้อนไว้นิดนึง ไม่วิจัยต่อตรงนี้ จะซับซ้อนลึกซึ้ง พระสารีบุตรจากวันนั้นก็ชวนพระโมคคัลลานะ มาอยู่กับพระพุทธเจ้า มาอยู่กับคนจำนวนน้อย ส่วนน้อยที่เป็นยอดพีระมิด สัญชัยเวลัฏฐบุตรก็อยู่กับคนส่วนมาก ก็คือคนในโลกที่เป็นเทวนิยมที่เป็นโลกีย์ เป็นคนส่วนมากนั่นแหละตราบจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นอยู่อย่างนี้ ฟังดีๆ คุณฟังดีๆ ตั้งใจฟังศึกษาให้ดีแล้ว อย่าทิ้งกันนะ ไปด้วยกันฟังกันดีๆนะ เพราะฉะนั้นที่คุณเดชาวิจารณ์ถึงอาตมาว่า ไปชี้คนนั้นคนนี้ว่าเป็นโพธิสัตว์ อาตมากำลังมาเผยแพร่สัจธรรม ธรรมะที่เป็นพุทธศาสนา ที่มีทั้งอรหันต์และโพธิสัตว์ เป็นอันเดียวกันแต่ก็เป็น 2 มี 1 ในส่วน 2 ติดตามดีๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่นๆ อาตมาพูดเล่นไม่ได้ พูดผิดไม่ได้ มันเป็นกรรมเป็นอันทำ มันเป็นบาป อาตมาเชื่อกรรมเชื่อวิบากนะ ไม่พูดอะไรพล่อยๆเล่นๆเพราะกรรมเป็นอันทำ มันเป็นวิบากของอาตมา อาตมาจะไม่พูดผิด ฟังความนี้ให้ชัด อาตมาพูดทุกคำถูกทั้งนั้น โดยเฉพาะยิ่งแสดงธรรม จะไม่ให้ผิดเด็ดขาด เพราะผิดแล้วมันเป็นอันทำ บาปหนักเป็นอนันตริยกรรม อาตมาถือเป็นอย่างนั้น ว่า.. "โพธิสัตว์หลายท่าน"โดยเฉพาะบางท่านที่ท่านผู้นำอโศกไปสรุปยกย่องให้นั้น ยังมีเรื่องผิดศีล 5 โดยเฉพาะข้อกินเนื้อสัตว์(ศีลข้อ1) และ"โพธิสัตว์บางท่าน"(ที่ท่านยกย่อง มากๆ) มีการเล่าถึง(ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์)ว่า..ผิดหมดในศีล5 ทั้ง 5ข้อนั่นเลยเทียวนะ โดยเฉพาะข้อที่ยังมีการดื่มสุราดังต่างประเทศ และยังสูบบุหรี่ของต่างประเทศเช่นกัน(ตอนสมัยที่ยังไม่ละสังขาร)..อยู่เป็นประจำด้วยนะ(และยังมีเรื่องเล่าลือเรื่องตัวจริง,ตัวปลอมดัวยครับ) พ่อครูว่า... คุณเดชาคงกินมังสวิรัติ กินมังสวิรัติได้คงถือตัวว่ามีศีลข้อ 1 แล้วนะ นี่ก็เป็นรายละเอียดที่คุณเดชาเอามาแย้ง อาตมาคงไม่ใช้เวลานี้เอามาวิเคราะห์ อาตมากำลังย้อนกลับไปอธิบายธรรมะตั้งแต่ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 อธิบายจรณะ 15 วิชชา 8 อาตมากำลังย้อนอธิบายไปละเอียดตามลำดับ ให้งดงาม ให้ดีๆ ติดตามฟัง ข้อมูล,ข่าวสารที่มากกว่านี้ ขอให้คนอโศก,กลุ่มอโศกไปแสวงหา,ค้นคว้า(เพื่อนำมาเล่าให้ผู้นำอโศกฟัง)เอาเองนะจ๊ะ เพราะพูดให้มากกว่านี้ไม่ได้จ้ะ.. ขอขอบคุณที่รับฟัง พ่อครูว่า... ที่พูดไม่ได้นี่ไม่รู้หรือว่าพูดไปแล้วจะขายขี้เท่อหรือเปล่า พูดบ้างสิ เราจะได้ฟัง อาตมาว่า ถ้าคุณเอาแต่เพ่งโทษอาตมา เอาแต่จับผิดอาตมาตลอดไป ไม่เปิดจิต คุณจะไม่เกิดสัมมาทิฏฐิเอาเลย ไม่เกิดเลยเป็นอันขาด ลองสิ ลองเปิดจิตเปิดใจ รับอาตมาซะบ้าง ว่าเอ๊.. คนนี้เผื่อจะมีอะไรดีๆอยู่นะ เปิดจิตรับ มีปรโตโฆษะบ้าง คุณจะสามารถเข้าใจได้สัมมาทิฏฐิได้ โดยเฉพาะคุณต้องปฏิบัติด้วย คุณต้องปฏิบัติตามที่อาตมาพูดนี้ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ ตาม จรณะ 15 วิชชา 8 คุณจะสามารถเข้าใจแล้วเชื่อขึ้นมาบ้าง มันจะเกิดความเชื่อขึ้นมาเอง คุณก็จะเริ่มมีจิตเห็นดี ยินดี คือมีฉันทะเป็นมูล อันนี้เป็นข้อ 1 ของมูลสูตร 10 คำว่าฉันทะหรือยินดี ซึ่งมันเป็นเรื่องลึกซึ้งมาก อาตมาต้องอธิบายอีกนานเลย แม้แต่คำว่าฉันทะหรือยินดีในมูลสูตรข้อที่ 1 ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วคุณไม่เกิดจิตตัวที่เป็นความยินดี เป็นฉันทะเป็นมูลเป็นเค้าขึ้นมา จริงๆแล้วล่ะก็ คุณไม่มีทางที่จะศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าไปตลอด ถ้าฉันทะไม่เกิด ฉันทะในสิ่งที่เป็นสัมมาทิฏฐิจริงๆไม่เกิด คุณมนสิการ คุณทำใจในใจอย่างนั้น คุณก็ทำใจในใจอย่างที่เป็น อโยนิโสนสิการ อโยนิโสมนสิการ ทำใจในใจอย่างไรก็เป็นการทำใจในใจที่ผิดทางทั้งนั้น คำว่า โยนิโสมนสิการ ก็ติดตามฟังให้ดีๆ วันนี้จะไม่ลงรายละเอียดของ โยนิโสมนสิการ เพราะเป็นรายละเอียดที่ลึกซึ้งมาก ขออภัยแม้แต่ท่านประยุทธ์ ปยุตโต หรือสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ ที่คนไทยนับถือมากเป็นปราชญ์เป็นผู้รู้ ก็ยังนิยามคำว่าโยนิโสมนสิการต่างกันกับอาตมา ก็บอกไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นท่านประยุทธ์ ปยุตโต จึงขัดแย้งอาตมา แล้วก็เป็นผู้ที่ เป็นหัวเรือใหญ่ จัดการเปิดฉากจัดการอาตมา ตั้งแต่พ.ศ. 2532 เป็นเรื่องเป็นราวกันมา จนกระทั่งแยกดำแยกขาวออกไป เพราะอาตมาออกมาได้สำเร็จตามพระธรรมวินัย อาตมาได้ประกาศนานาสังวาสแล้ว แต่ท่านประยุทธ์ก็ไม่เข้าใจนานาสังวาส ไปรื้อคดี ไปรื้ออาตมากลับมา รัฐบาลประกาศตั้งแต่ 2518 ประกาศนานาสังวาสแล้วก็อยู่ดีมาเรื่อยๆ แต่เมื่อ พ.ศ. 2532 ท่านประยุทธ์ ปยุตโต เขียนหนังสือซัดอาตมา ซัดไปได้ 3 เล่ม อาตมาก็มีอยู่เพียง 1 เล่มอยากได้ทั้ง 3 เล่ม ใครมีนะ หามาให้อาตมาหน่อย แล้วท่านยังทิ้งท้ายไว้ในเล่มที่ 3 ว่า เดี๋ยวจะยังมีอีกที จะซัดอีก แต่จากนั้นท่านก็ไม่ได้เขียน ซัดอาตมาต่อ อันนี้อาตมาจะเข้าใจเอาเองว่าท่านอาจจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง ยังดีใจลึกๆอยู่ว่า แหม.. จะไปพูดถึงขั้นที่พระพุทธเจ้าตรัสกับโกณฑัญญะก็ไม่ได้นะ โอ้! โกณฑัญญะ รู้แล้วหนอ คงจะยังไม่ได้ถึงขั้นนั้น ถ้ารู้ได้ถึงขั้นนั้นนะ เกิด อัญญธาตุ ขึ้นในจิตท่านประยุทธ์ ปยุตโต แล้วก็สุดยอด เมืองไทยไปลิ่วเลย ขออภัยที่อาตมาพูดเหมือนคนอวดดี หลงตัวตนมาก มันพูดเหมือนคนอย่างนั้น แต่อาตมาพูดอย่างมีน้ำหนัก พูดอย่างจริงใจ พูดอย่างเชื่อมั่นว่าอาตมาเจตนาดี แล้วก็พยายามที่จะพูดเพื่อให้เข้าใจกันด้วยดี เอ้า ผ่านอันนี้ก่อน 650107_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนถือศีล 5 ได้ ถือเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง