ทำความตายในความเกิด ทำความเกิดในความตาย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.62 KB
วันที่แก้ไข10 มกราคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ทำความตายในความเกิด ทำความเกิดในความตาย _สู่แดนธรรม... ต้องทำความตายให้เป็นเหตุของการเกิด อยากให้พ่อท่านขยายความข้อความ พ่อครูว่า... ความตายของความเกิด อาตมาก็เคยบอกว่าจะอธิบาย ความตายของความเกิดหรือความเกิดของความตาย ความตายของความเกิดก็คือ การตายของกิเลส จิตจึงจะเกิด ถ้าการตายของกิเลสได้จิตจึงจะเกิด ถ้ากิเลสไม่ตายการเกิดของจิตไม่มี จะต้องรู้อะไรตายจริง แล้วก็จะรู้ว่าตายจริงแล้วจิตจึงเกิด เป็นอย่างนี้ อาตมาเคยบอกว่าอาตมาเป็นอรหันต์ รู้ได้อย่างไรว่าเป็นอรหันต์ ก็ถ้าอาตมาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอรหันต์แล้วจะบอกว่าเป็นอรหันต์ได้อย่างไร บอกว่าอรหันต์รู้ไม่ได้ นอกจากรู้ไม่ได้จะมีคนมาซักไซ้ถามไถ่อีก แล้วจะตอบเขาได้หรือ หน้าแตก หมอไม่รับเย็บเลยนะ ถ้าไปเปิดเผยขนาดนั้น สู่แดนธรรม... คำถามนี้ทำไมต้องถามด้วยครับ เพราะว่า เขาคงมีคติยึดถือว่า ต้องให้ผู้อื่นเป็นผู้บอกจึงจะใช่ พ่อครูว่า... ผู้อื่นจะมีผู้มาทำรู้อรหันต์ได้อย่างไร ไม่มี รู้ไม่ได้ถ้าเจ้าตัวไม่บอกผมจะรู้ได้อย่างไร ขนาดบอกแล้วอธิบายแล้วว่าอรหันต์เป็นอย่างนี้ ยังฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วก็จะไปเชื่ออรหันต์เดา ว่า องค์นี้ เป็นอรหันต์ ทำไมรู้ล่ะ ก็เดาเอาอย่างที่เขาว่า เขาไม่บอกก็เลยต้องเดาเอา ก็เลยมีแต่อรหันต์เดา ในสังคมทุกวันนี้ เมื่ออรหันต์จริงมาบอก ก็บอกก็บอกว่าไม่ใช่ อรหันต์จริงต้องไม่บอก เขาบอกว่าผู้ที่บอกว่าตัวเองบรรลุคือคนที่ไม่บรรลุ นี่คือปราชญ์เอกของศาสนาพุทธพูดอย่างนี้เลย มันขัดแย้งกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ โลหิจสูตร _โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่

อ่านต่อ

องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ ๒ คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๕๘) พ่อครูว่า... นี่คือความเสื่อมของโลกุตรธรรม เหมือนกลองอานกะ คนเขาจะเชื่อภาษาแบบโลกีย์ พอใครมาบอกภาษาโลกุตระ เขาจะไม่เชื่อ ตรงกับที่พระพุทธเจ้าพูดไว้เป๊ะเลย ที่อาตมาพูดมันตรงกับที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ หรือจะมีใครมายืนยันอย่างอาตมา อาตมายืนยันแล้ว ทำงานนี้มาถึง 50 ปีแล้วนะ แล้วยังจะทำอีก ยังจะฝืนสังขารต่อไปให้ยืนยาวเท่าที่จะทำได้เพื่อยืนยันความจริงอันนี้ คนที่ไม่เชื่อจะได้เชื่อสักวันหนึ่ง จะเป็นสุภัททะคนสุดท้ายหรือไม่ สู่แดนธรรม... หัวข้อที่ชงไว้ให้กับพ่อท่าน คือ เรื่องลำดับของการทำให้ความตาย เป็นเหตุปัจจัยให้เกิด ความเกิด ถ้าใครไม่สามารถทำเหตุตัวนี้ให้สิ้นสุดความตายได้ มันก็ไม่เป็นลำดับที่ต่อเนื่องไป พ่อครูว่า... คุณจะต้องรู้จักความตายที่ว่านี้ ที่เรียกว่านิพพานหรือนิโรธ ความดับ อีกศัพท์หนึ่ง ที่เป็นซินโนนีมหรือเป็นไวพจน์ก็คือความดับ ดับอะไร ก็ดับกิเลส ดับกิเลสตาย เมื่อกิเลสดับ จิตจึงเกิด คุณก็ต้องอ่านจิต เจตสิก รูป นิพพาน อ่าน อภิธรรมพวกนี้ได้ แล้วในจิตเจตสิกต่างๆ ตัวสำคัญที่สุดที่จะต้องรู้ก็คืออาการความเป็นตัณหา หรืออุปาทาน อาการของอุปาทานมันก็รู้ยาก เพราะมันเป็นตัวตั้ง ส่วนตัณหามันเป็นตัวเคลื่อน เป็นอาการของกิเลสที่มันเคลื่อน เป็น Dynamic อุปาทานเป็นกิเลส Static รู้ยากกว่า พอมีอาการเคลื่อนก็รู้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ตัณหา ตัณหาจะเกิดได้ในเวทนา พระพุทธเจ้าก็สอนเจาะเข้าไปที่เวทนา ให้เรียนรู้เวทนา โดยโพธิปักขิยธรรม 37 เป็นโลกุตระธรรม 37 พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ชัดว่าโลกุตรธรรมมี 37 อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 31 ข้อ 620 โลกุตรธรรม 46 ท่านก็ตรัสไว้ชัด ว่าจะต้องมาเรียนรู้ โลกุตระข้อแรกคือกาย กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม 650110 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 23 ความมหัศจรรย์ของการแยกกายแยกจิตได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน