สุริยเปยยาล 7 เริ่มต้นที่มิตรดีให้มีฉันทะ_.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข10 ธันวาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สุริยเปยยาล 7 เริ่มต้นที่มิตรดีให้มีฉันทะ _สมณะคิดถูก...ผมไม่ได้ไปร่วมงานศพโยมพ่อผมจะบาปมากใหม ช่วงปลายเดือนนี้พี่น้องเขาจะทำบุญให้ ถ้าผมไม่ไปร่วมด้วยจะน่าเกลียดหรือเปล่า ใจผมก็ไม่อยากไปเพราะรู้ว่าบุญมันส่งให้กันไม่ได้ ช่วงโยมพ่อเสียชีวิตผมชุมนุมอยู่กรุงเทพฯ ปี 57 น้องๆก็ไม่ได้ส่งข่าว มารู้ภายหลัง ปกติผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมบ้านบ่อย 20 ปี ไปครั่งนี่ก็เพิ่งไปเยี่ยมพี่สาวมา เขาตาบอดข้างหนึ่งเพราะเบาหวานขึ้นตาเขากลัวจะมองไม่เห็นทั้งสองข้างเลยนิมนต์ผมไปให้เห็นหน้าสักครั้งผมไปกับท่านลั่นผา โยมพี่เขาฟังพ่อครูทางวิทยุสวนธรรมร่วมใจที่ป่าติ้วเป็นประจำแต่ก่อนดูทางโทรทัศน์บุญนิยมทีวี พี่เขยกับลูกชายลูกสาวก็พยายามทำเกษตรไร้สารเคมี พอได้กินและแบ่งปัน ขายบ้าง มีที่ 12 ไร่ แบ่งปลูกพืชผักผลไม้ 2 ไร่ นมัสการพ่อครู ช่วยเทศน์โปรดให้พี่เขยเลิกบุหรี่หน่อยครับ เขาติดมากๆสูบไม่ขาดปากเลย ไม่รู้เพราะลงทุนสูบมานานอายุก็ 70 กว่าปี ถ้าเลิกเสียกลัวขาดทุนหรือเปล่า? พ่อครูว่า…อาตมาจะเทศนาอย่างไรให้เขาเลิกสูบบุหรี่ ถ้าคนเรานี่นะ ไม่พยายาม ไม่พยายามจริงๆ จะเทศน์ให้ตายบอกให้ตายยังไงก็อย่างนั้นเฉยๆ ก็เสพกันไป เป็นอยู่อย่างนั้นมันไม่มีฉันทะไม่มีความยินดีที่จะเลิก มันยินดีที่จะอยู่สิ่งที่เราติดมันก็ไม่มีทางที่จะเลิกได้ มันต้องจริงๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในมูลสูตร ว่าความยินดีเป็นมูลกา เป็นต้นเค้าของทุกอย่าง ถ้าไม่มีอาการของความยินดี อาการยินดีเป็นอย่างไรคุณต้องอ่านจิตใจตัวเองให้ออกเลยว่าอาการอย่างนี้แหละคือความยินดี ถ้าไม่มีอันนี้อะไรก็ยาก อิทธิบาท 4 นี้ไม่ไปไหนเลย ถ้าหากไม่มีฉันทะ ขนาดมีฉันทะแล้ววิริยะจะต้องหมุนตามพากเพียรมีจิตใจเท่าไหร่ก็โถมใส่ มันถึงจะถึงเลือดถึงเนื้อเป็นวิมังสา หรือแม้แต่ในอื่นๆเยอะแยะในพระสู

อ่านต่อ

ตรต่างๆ ความยินดีนี้ แม้แต่ในสุริยะเปยยาลฯ ถึงแม้ว่ายินดีจะไม่อยู่ตัวต้น มันก็ต้องมีตัวเริ่ม เริ่มพบผู้ที่เป็นมิตรดี หากไม่มีมิตรดี จะไม่มีโลกุตระให้ยินดี มิตรดีคือมิตรที่มีประพฤติโลกุตรธรรม เมื่อเราสัมผัสแล้วเป็นอย่างนี้หรือ เกิดความยินดี ว่าเขาเป็นคนมีศีล เห็นว่าปฏิบัติศีลอย่างนี้ แล้วมันจะพากันไปเป็นกระบวน สุริยเปยยาลฯ 7 อาตมาพยายามเน้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าแสงอรุณจะมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คนที่จะได้พบพระอาทิตย์จะต้องพบกับแสงอรุณก่อน ถ้าไม่พบแสงอรุณก่อนอยู่เฉยๆจะเจอพระอาทิตย์จะไม่รู้เรื่อง และเป็นไปไม่ได้ด้วย ไม่มีทางที่จะเจริญ เพราะฉะนั้นจะต้องมีแสงอรุณนำพาไปก่อน จึงจะเกิดการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 มรรคมีองค์ 8 ก็คือพระอาทิตย์ จะได้เห็นพระอาทิตย์จะต้องมีแสงอรุณก่อน อยู่ๆจะไปเห็นพระอาทิตย์ก่อนแสงอรุณ ไม่มีแสงนำมาที่จะเห็นพระอาทิตย์ มันเป็นไปไม่ได้เลย สามัญสำนึกคนก็ดูออกแล้ว สุริยเปยยาล มีหมู่มิตรดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าเรานี่แหละเป็นมิตรดีของเธอ ทำเป็นตัวตั้งต้นของโลกุตรธรรม ต้องพบผู้ที่มีสัจจะธรรมโลกุตระธรรมในตัวเองหรืออย่างน้อยผู้นั้นต้องอยู่ในฐานะของครูที่มีสัมมาทิฏฐิที่จะให้ได้จึงจะได้รับโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมรู้เองไม่ได้ ไม่มีใครรู้ได้เอง ต้องได้รับการถ่ายทอดมาจากพระพุทธเจ้า หรือ ผู้ที่รับมาจากพระพุทธเจ้าแล้ว หรืออย่างน้อยต้องเป็นผู้อยู่ในฐานะของครูที่มีความรู้ในเรื่องของสัมมาทิฏฐิเรื่องของโลกุตรธรรม จึงจะได้รับการถ่ายทอดมาอย่างถูกต้องไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีมิตรดีแล้ว ถึงจะรวมเริ่มต้นที่ ศีล แม้ได้พบมิตรดี ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากมิตรดีเขาต้องเริ่มต้นด้วยศีล ศีลจึงเป็นข้อที่ 2 ใน สุริยเปยยาลฯ เมื่อเริ่มศีลแล้ว คุณไม่ตามด้วยความยินดีเลย ฉันทสัมปทา ก็ไม่มีทางก้าวหน้าไม่มีทางเป็นไปได้ ตัวที่ 4 นี้สำคัญมาก ตัวกลาง อัตตสัมปทา ต้องดูความเป็น อัตตา ตั้งแต่เริ่มสักกายะของอัตตา กายะของตนของอัตตา สักกะคือตัวเรา อัตตาที่ตัวเรา ให้รู้กาย คำว่า “กาย” นี้ ยิ่งใหญ่ คนเราทุกวันนี้ชาวพุทธเข้าใจ กาย ผิดไป อย่างสำคัญเลย เข้าใจว่า กาย เรื่องของวัตถุ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย เป็นเรื่องของจิตวิญญาณยังพอเป็นไปได้ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย ไม่เกี่ยวกับจิตใจเลยเป็นเรื่องของภายนอกวัตถุก็จบเห่เลย ไปไม่ออกเลย ในเรื่องศาสนาพุทธ อัตตา ก็โยงใยไปถึงกาย สู่ความเข้าใจอย่างถูกต้องเป็นทิฏฐิสัมปทา มีความเข้าใจถูกต้อง เข้าถึงทิฏฐิที่สัมมา อย่างน้อย ไม่ได้ฟัง ปรโตโฆษะ จากผู้รู้แล้ว จากเดิมเราไม่เคยเอาใจใส่เราก็มาเอาใจใส่ ปรโตโฆษะ เข้าใจว่า อ๋อ ปฏิบัติ โยนิโสมนสิการเป็นอย่างนี้ ปฏิบัติให้ถึงจิตถึงใจเป็นอย่างนี้ 2 ตัวนี้ถ้าเข้าใจจะเกิดเป็นสัมมาทิฏฐิได้ เป็นสัมมาทิฏฐิ 2 เพราะเราต้องได้ฟังจากผู้อื่น ถ้าคุณเองมีสัมมาทิฏฐิแล้ว คุณปฏิบัติอยู่นั้นจะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจเพราะยังไม่เป็นอรหันต์สักที หรือว่าเป็นอรหันต์ยังมิจฉาทิฏฐิเป็นมิจฉาผลก็แล้วไป หลงเตลิดเปิดเปิงทะลุไปจนนึกว่าตัวเองบรรลุ ไม่รู้จะทำอย่างไรคนที่หลงตัวเองว่าสำเร็จเป็นมิจฉาทิฏฐิก็ยาก อย่าว่าแต่ผลสำเร็จเลย ผู้หลงตามผู้ที่สำเร็จมิจฉาผล ยังจะดึงกลับมายากเลย ทุกวันนี้อาตมาพยายามช่วย ให้มาฟังให้มาทำความเข้าใจให้ดี เมื่อทำทิฏฐิได้แล้วก็ต้องไม่ประมาท! ต้องพยายามจริงๆอย่าไปทำเหลาะแหละ ต้องตั้งใจจริงๆให้เสมอ คำว่า ประมาท เป็นข้อสุดท้ายของอุปกิเลส 16 เชียวนะ พยายามพากเพียรปฏิบัติจริงๆ โดยทำโยนิโสมนสิการให้ชัดเจนให้แน่นอนเป็นตัวที่ 7 เลย ของสุริยเปยยาลฯ นั้นคือทบทวนสุริยเปยยาลฯ 7 ข้อ ที่พูดมานี้ พี่เขยคุณศรัทธาอาตมาบ้างไหม ถ้าไม่ศรัทธาก็มีหวังน้อยมาก ที่พูดไปนี้เขาจะฟังหรือเปล่า ถ้าหากพี่เขยคุณยังไม่ถึงขั้นที่เป็นโรคทรุดโทรมจริงๆ ทรมานเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ยาเสพติด บุหรี่หมากพลู ดมกาว แม้แต่ดูละเม็งละคร ดูเตะฟุตบอล ดูรำฟ้อน อะไรที่มันเยิ้มฉ่ำ รื่นเริงบันเทิงจัดเป็นนรกปหาสะ แล้วไม่ไปงานศพของพ่อจะบาปไหม ...ก็จะมีผลจากผู้ที่เขายึดถือ พี่น้อง ญาติโกโยติกา เขาก็ไม่ค่อยชอบใจ มันก็เป็นวิบาก จะให้ทำอย่างไร ถ้าเขาคิดอย่างนั้นเราจะไปห้ามใครเขาได้ แต่ถ้าไปเสีย มันก็ไม่เป็น มันก็ไม่มีอกุศลวิบากพวกนี้ คุณไม่ได้ทำผิดทำถูกอะไรหรอกแต่สิ่งที่ควรนี้มันเป็นกุศล สิ่งที่ไม่ควรก็เป็นอกุศล ก็ทำสิ่งที่ควรดีกว่า ก็ตอบอย่างนี้ก็แล้วกัน

631209_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน