ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์ _เดชา อำพร : ทฤษฎีที่มากไปย่อมทำให้วุ่นวายสับสนเปรียบเหมือนโรงลิเก อโศกไม่ควรชอบเล่นลิเกละครให้มากนัก เราว่าถ้าท่านจะอวดอรหันต์(ซึ่งก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพราะเป็นเรื่องของนามธรรม และอาจทำให้พวกมิจฉาชีพนำไปทำตามอย่างเพื่อเรียกทรัพย์หรือหาลูกศิษย์บริวารได้ อรหันต์ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ ใครจะรู้ไม่รู้กับเราก็ช่างปะไร เมื่อเขาเดินถึง เขาก็จะรู้เองแหละ คุณนิยม เขียวอ่อน เขาก็น่าจะมีข้อมูลอยู่บ้าง มันคงเป็นเรื่องที่ต้องการสื่อว่า มารยาทผู้ดีหรือสมบัติผู้ดี ก็ต้องไม่อวดตัวเองนั่นแหละ ใครมีภูมิเขาก็จะรู้ไปเอง ใครไม่มีภูมิพอก็ช่วยไม่ได้ อย่างนี้มากกว่ามั้งครับ เพราะจะพิสูจน์อย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์ เพราะท่านก็สนุกสนานเฮฮาเหมือนกับคนธรรมดา ยังมีร้องเพลงเหมือนกับฆราวาส ยังมีเล่นดอกไม้ของหอมเหมือนชาวบ้านทั่วไป ยังมีเหน็บแนมแกมประชดนักการเมือง ยังยุ่งเกี่ยวการเมือง ยังชอบเล่นลีลาเทคนิคภาษา ยังอวดอดีตชาติซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ ยังยืนอยู่ข้างความไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่ก็พร่ำสอนลูกศิษย์ว่า พึงสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อรักษาธรรมะ ยังยึดติดกับตัวบุคคล และบางองค์กร ยังประกาศผู้เป็นอรหันต์ในสำนักของตนเองแบบผิดๆ ซึ่งภายหลังก็พิสูจน์ออกมาว่ายังไม่ใช่ และยังมีเรื่องการยังยอมรับลูกศิษย์ที่ยังมีประวัติที่ไม่งดงามในเรื่องศีลธรรมทางเพศ เพื่อหวังได้ประโยชน์จากความสามารถเฉพาะตัวของเขา ยังไปรับรองโพธิสัตว์หลายระดับ ทั้งๆที่โพธิสัตว์ที่ท่านรับรองนั้นยังบริโภคเนื้อสัตว์ ยังเลี้ยงปศุสัตว์และยังส่งเสริมเรื่องปศุสัตว์ หรืออย่างไอสไตน์ก็ยังมีหลายภรรยา และยังไปสร้างสูตรระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งมีคนหัวดีนำไปต่อยอดฆ่าชาวญี่ปุ่นตายเป็นแสน ซึ่งน่าจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี อย่างนี้เป็นต้น แล้วจะให้คนย
อ่านต่อ
อมรับอย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์... (ข้อความยังมีต่ออีกแต่ขอตัดมาแค่พอประมาณค่ะ) พ่อครูว่า…ขออธิบายแค่พิสูจน์อย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์ อรหันต์ที่อาตมาเป็น อาตมาเป็นอรหันต์ที่มีจิต 1 เรื่องของสัตว์ เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานจนถึงสัตว์ตัวตนเป็นคน อาตมาจะไม่ทำร้าย อาตมาจะไม่เบียดเบียน และอาตมาตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปทำร้ายไม่เคยไปเบียดเบียนใคร มีแต่เกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่น ตลอดมาเลย อาตมาสมัยเป็นฆราวาสอาตมาเป็นคนจิตใจดีหาเงินได้เก่ง ใช้ต้องมีกระดาษจด แล้วอาตมาเป็นลูกหนี้ที่ธนาคารไว้ใจ พอหมดแล้วก็มีใบเชิญไปให้กู้อีก ธนาคารทุกเจ้าเลย อาตมาเป็นลูกค้าที่ดีส่งดอกทัน ส่งต้นครบ เมื่อหมดเขาก็หนังสือตามมาให้กู้อีก ยอดเยี่ยมเลย รับรอง พวกนายทุนเจ้าหนี้ชอบอาตมามาก เพราะอาตมาไม่เบี้ยวไม่เกเร ซื่อสัตย์สุจริตดีทุกอย่าง อย่างนั้น ใช้จ่ายช่วยคนนั้นคนนี้ตลอดเวลาเป็นคนเช่นนั้นแม้มาบวชก็ยิ่งชัดเจน เรื่องเกี่ยวกับสัตว์อาตมาไม่เคย ไม่เคยทำร้าย แต่ปากอาตมานี้ ว่า ตำหนิสิ่งที่ควรตำหนิ ตำหนิแรงด้วย ต้องตำหนิเพราะว่ามันผิดเยอะ สิ่งที่ตำหนิจึงเยอะ สิ่งที่ถูกก็ยกย่องแล้วมีน้อย สิ่งที่ยกย่องก็มีแต่ชาวอโศก ต้องยกย่องชาวอโศก เพราะชาวอโศกเป็นอาริยะ นอกนั้นไม่มี จะยกย่อง ก็ยกในส่วนที่พอได้ แต่ไม่ถึงขีดถึงขั้น สังโยชน์ข้อที่ 1 ก็ยังไม่สมบูรณ์ จะให้อาตมาไปยกย่องได้ไง ทั้งๆที่ทางโลกเขานับถือกันเป็นระดับโลกเลยนะ ว่าเป็นปราชญ์ทางศาสนาพุทธ แต่อาตมาก็อธิบายยืนยันว่า สักกายะทิฐิท่านยังไม่รู้จัก กาย ข้อที่ 1 ท่านยังไม่ถูกเลย คำว่า บุญ ท่านยังเข้าใจผิด พอบอกพยัญชนะ อปุญ ท่านก็กลับไปแปลว่าบาป แล้วจะไปนิพพานได้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น เพราะว่า บุญ เป็น one way แทรฟฟิก(traffic) บุญมันขาเดียวฆ่ากิเลสอย่างเดียว กำจัดกิเลสแล้วก็หมดหน้าที่ ไม่มีบุญอีก ไม่มีวนไปเป็นบาป ถ้าหากวนไปเป็นบาปอีกก็ไม่มีตัวจบ บุญเป็นอาวุธชำระกิเลสที่เป็นตัวจบในตัวเอง ทำหน้าที่ชำระกิเลสไม่สะสม ไม่มีโค้งงอไม่วนมาหาอีก ตรงอย่างเดียวเลย บุญนี่ ซึ่งก็ไม่ได้ง่าย มันยากจริงๆ แล้วมันเพี้ยนไปจนไม่มีผลเลยสำหรับบุญไปเข้าใจเป็นกุศลที่สะสมได้อีก ศาสนาพุทธทุกวันนี้จึงไม่มีนิพพาน เพราะคำว่าบุญนี้เป็นตัวตัดสินว่าถ้าคุณตัดกิเลสถึงขั้น ฌาน คือไฟ เผากิเลส แล้วกิเลสหมดก็คือบุญ บุญก็คือตัวต่อเนื่องจาก ฌาน แล้วฌาน นี้คือปัญญา ปัญญากับฌานเป็นอันเดียวกันของพระพุทธเจ้า คือความรู้ ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่น อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ฌาน ที่ไปนั่งหลับตาไม่มีปัญญา แล้วปัญญาเข้าใจไม่ได้ ปัญญาต้องมีครบทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจ อาตมาพยายามอธิบายว่าปัญญาจะเกิดได้ต้องมี องค์ 6 ต้องมี ปัญญา ปัญญนิทรีย์ ปัญญาพละ ต้องมี ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มัคคังคะ รวมเป็น 6 ในมหาจัตตารีสกสูตร ข้อ 258
สัมมาทิฏฐิ 6 ที่เป็นอนาสวะ ของพระอาริยะ (ทิฐิรอบในที่พัฒนามีกำลังเข้าโลกุตระมากแล้ว) 1. ปัญญา-รู้เห็นจริงตามสัจจะของจริง (ปัญญา) 2. ปัญญินทรีย์ (ปัญญินทริยัง) 3. ปัญญาพละ (ปัญญาผลัง) มีพลังงาน static แฝง 4. ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ (ธัมมวิจัยสัมโพชฌังโค) 5. ความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ) ทิฐิรอบในที่เจริญขึ้น 6. องค์แห่งมรรค (มัคคังคะ ) มีพลังงาน Dynamic แฝง (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 258)
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ปัญญาไม่ใช่ความรู้สามัญ เป็นความรู้โลกุตระมีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น แต่เอาไปใช้กันเลอะเทอะ เอาปัญญาไปใช้แทนคำว่า เฉกา ซึ่งเป็นความฉลาด โลกีย์ ปัญญาเป็นความฉลาดโลกุตระที่รู้จักกิเลส ล้างกิเลสออก จนจิตสะอาดบริสุทธิ์เป็นจิตว่าง จิตสบายแบบปกติ ซึ่งไม่ใช่แบบโลกๆ มันเป็นปรมังสุขังไม่ใช่แบบโลกๆ ยิ่งกว่าสุข แต่เขาไปแปลว่าสุขอย่างยิ่งมันก็วนไปหาโลกีย์ ใช้พยัญชนะแทนสภาวะที่ไม่ใช่อันเดียวกัน โลกียะกับอันนี้คล้ายๆกันมันมีมุมเดียวที่ไม่เหมือนกัน ต้องฟังตามให้ดีๆ จะพิสูจน์อย่างไรว่าเป็นพระอรหันต์ ได้คือ อาตมาบอกไปคุณก็เข้าใจได้ยาก อาตมานี้รู้จักจิตเจตสิกพิสูจน์ได้ จิตเจตสิก โดยเฉพาะจุดสำคัญที่สุดคือเวทนา อาการความรู้สึกหรืออารมณ์ แล้วอาตมาก็รู้อารมณ์ที่แยกเนกขัมมะ แยกเคหสิตะได้ อาการความรู้สึกแบบโลกโลกีย์ แล้วก็ทำให้กิเลสมันลด กิเลสลดๆๆ ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนแปลง กิเลสหมด เป็นอุเบกขา อาตมาก็รู้จักคำว่า อุเบกขา ลักษณะของอุเบกขา ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ มันไม่มี 2 โดยเฉพาะสุขทุกข์ อันนี้ไม่มี อันนี้พอเข้าใจได้ คือไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เขาก็เรียกว่า อุเบกขา อาตมาการใช้พยัญชนะไปอีกเป็น อุ + ปะ + เอ + ขะ อุปะ แปลว่าใกล้ เอ แปลว่า 1 ขะ แปลว่าว่าง คืออาการเช่นนี้ เอาพยัญชนะขยายเป็นสภาวะ เขาก็บอกว่าไม่มีอาจารย์คนไหนมาสอนแบบนี้ แต่อาตมาไม่เก่งพยากรณ์ อาตมาตอบสภาวะ มันจึงขัดแย้งกับเขามากเขาจึงวิจารณ์อาตมามาก หรือแม้แต่อาตมาอธิบายสมาธิพุทธ ก็เอาพยัญชนะบาลีมาแจกตามประสาอาตมาเขาก็วิจารณ์อาตมา ทุกวันนี้อาตมายืนยันได้อาตมาเอาคนพามาทำตามสูตรพยัญชนะ สูตรวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 เป็นต้น ตอนนี้ก็เอาจรณะ 15 วิชชา 8 มาไล่ ต้องเกี่ยวข้องกับศีล ทั้งที่เขาผิดมาตั้งแต่ศีล เขาบอกว่าปฏิบัติแต่กายกับวาจา ก็ดูที่กิมัตถิยสูตรก็เป็นเรื่องจิตตั้งแต่อวิปฏิสาร มีแต่สภาวะที่อาตมาพามาจนกันทั้งหมู่บ้าน แล้วจนประสาอะไร จนแต่แจกผู้อื่นช่วยผู้อื่น แล้วตัวเองก็อยู่สบาย พออยู่พอกิน มันซ้อนนะ ก็เพราะเรามีใช้พอ เราไม่กินมากมายหรอกกินอย่างพอดี แต่ละคนเราไม่มากแต่เรามีพลังงานสร้างสรรเยอะ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เราก็กินพอใช้ ไม่ต้องกักตุนไม่ต้องสั่งสมคงคลังอะไรมากมาย สะพัดเก่ง เพราะเรามั่นใจในความขยันกับสมรรถนะที่เรามี คนแก่ไปแล้วก็มีคนมาทดแทนหมุนเวียนกันไป ไม่ได้น้อยลง เรารักษาพวกเรา ยืนยันว่าเป็นอรหันต์ อาตมารู้จักจิตเจตสิกต่างๆ คุณต้องมาเรียนตามเวทนา 108 กายิกเวทนา เจตสิกเวทนาคืออะไร ถ้าคุณเข้าใจได้ตั้งแต่ไปทำงาน 2 ไปเวทนา 3 ทุกข์ สุข ไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นอย่างไร เวทนา 5 มันเป็น degree ตั้งแต่สุขกับทุกข์ เข้ามาถึงภายในเป็นโสมนัสกับโทมนัส อุเบกขา เรียกว่า อินทรีย์หรือกำลัง ดีกรี มากน้อย หนักเบา สุข คือข้างนอก หยาบทุกข์ ก็หยาบภายนอก หมดแล้วก็เหลือโสมนัสโทมนัสหมดก็เป็นอุเบกขินทรีย์ เป็นพลังงานในอุเบกขา แล้วก็ปฏิบัติด้วยตาหูจมูกลิ้นกายใจของ 6 ทวารไม่ว่าจะเป็นโลกียะหรือโลกุตระก็ต้องใช้ 6 ทวารนี้สัมผัสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เสร็จแล้วคุณก็เกิดเวทนาที่มีกิเลส แยกกเลสให้ออก กำจัดกิเลสให้หมดโดยใช้ปัญญาอันยิ่ง ไม่ใช่กดข่ม รู้ว่ากิเลสไม่ใช่ตัวตนจริงมันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันเป็นผีหลอก มันไม่ใช่ตัวจริงเลยมันเป็นผีหลอก ต้องให้เห็นเลย พาขี่จักรยานยนต์ มอเตอร์ไซค์ มันไม่มีตัวจริงหรอกมันเป็นอนัตตา มันไม่เที่ยงมันไม่มีหยุดตลอดกาลนาน กิเลสไม่ได้ติดอยู่อย่างนี้แบบเที่ยง มันไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็ไปเป็นอย่างอื่น อะไรอย่างนี้แล้วก็ไปอร่อยอย่างอื่น วนเวียนมาอร่อยอย่างนี้อีกแล้ววนเวียนไปอะไรอย่างอื่นอีก ไม่ล้างสักอย่างแต่ยิ่งจะเพิ่มขึ้น เวรล่ะทีนี้ นานล่ะคุณเอ๋ย ไม่เรียนรู้ลดละบ้าง สรุปว่า อาตมาอธิบายสภาวะสัจจะของพระอรหันต์ ที่ไม่มีกิเลสพวกนี้แล้ว อาตมาพูดไป คุณจะเข้าใจสัก 10 หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ไหม แล้วคุณจะได้ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ อาตมาจะดีใจมากเลย _สู่แดนธรรม.. ผมว่าเขาเข้าใจยากมากเลย พ่อครูว่า.. แล้วบอกว่าสนุกสนานเฮฮาแบบนี้ไม่ใช่พระอรหันต์ อาตมาว่าไม่เหมือน อาตมาว่าไม่ได้ร้องแบบอย่างอาชีพ อาตมาจะเป็นนักร้องอาชีพมาก่อน อาตมาก็ร้องแบบเล่นๆ เขาเรียกว่าร้องแบบ สมัครเล่นๆ Amature ไม่ได้ร้องอย่างเอาจริงเอาจัง เล่นลูกคอ ทำเสียง อาตมาเป็นอาจารย์สอนร้องเพลงมาก่อนนะ สอนจนเป็นนักร้องดังหลายคน อาตมาทำงานนี้มาตั้งแต่ 70 ปีก่อน อาตมาเป็นดาราจัดรายการโทรทัศน์ ทำรายการแมวมอง นักร้องขวัญดาว ทำมาก่อนใครๆ เพราะเป็นโทรทัศน์ช่องแรกของประเทศ ทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม อาตมารุ่นต้นๆ ตอนนี้ตายไปเยอะแล้ว ยังนึกถึงอยู่เหมือนกันว่าเหลือใครบ้าง สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ก็ตายแล้ว มีอารีย์ นักดนตรี กำธรก็ตายแล้ว เหลือเจ้ารอง เค้ามูลคดี เขาเป็นรุ่นน้อง อาตมาจัดมารายการต่างๆ สารคดี รายการเด็ก เกมต่างๆ อาตมาไม่ได้เล่นดอกไม้ อาตมาเอามาใช้จริงๆ มากินจริงๆเลย อาตมาไม่ได้ยุ่งกับการเมืองแต่ทำให้หายยุ่งจริงๆ อาตมาได้พึ่งพาภาษา ทำให้คุณเข้าใจได้ดี คุณหัดฟังให้ดี ภาษาที่อาตมาใช้ มันไม่เหมือนกับคนที่จะไปฟังภาษาโลกีย์ อาตมาฉีกภาษาให้ตรง ซึ่งคุณพูดไม่เป็นหรอก ก็ฟังบ้างสิ อวดอดีตชาติ หากว่าอาตมาอวดล่ะจะมาก อาตมาพยายามเหนียมนะ แต่คนเขาอยากรู้ แต่คุณตั้งเรื่องไม่นับถือก็ว่าไปเถอะ ซึ่งอาจจะมาพิสูจน์ มีนัยยะที่จะพิสูจน์ อาตมาจะเป็นผู้นี้หรือไม่ อาตมามีเนื้อหาสาระตรงกับอย่างนี้ไหม หรือมีใครเหมือนกับอาตมาที่จะตรงเท่า แล้วก็ทำได้ดีเพิ่มเติมกว่าด้วย พูดไปก็จะดูน่าหมั่นไส้เพิ่มไปอีก คุณต่างหากไปยึดถือความไม่ถูกต้อง อาตมาว่า คุณจะไปยึดคนละข้างกับอาตมาซะละมั้ง ไปไปยึดถือความถูกต้องเป็นความไม่ถูกต้อง อาตมาไปยืนต่อหน้ากระสุนก็เคยมาอยู่แล้ว ไม่ได้ยึดตัวบุคคลดีก็บอกว่าดี ไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี ประกาศว่าคนไหนเป็นอรหันต์ผิด แต่คุณตัดสินผิด อรหันต์จริงๆ มันผิดที่ไหน เป็นฆราวาสก็มี เป็นนักบวชก็มี อาตมาก็ประกาศไปแล้ว ก็พิสูจน์อยู่ตอนนี้ไม่เห็นจะผิดเพี้ยนอะไร ยังมีเรื่องที่ยอมรับลูกศิษย์ที่มีประวัติไม่งามทางเพศ ก็ไม่มีนะ อาตมาไม่ได้ส่งเสริมปศุสัตว์ หรือไอสไตน์ คุณเดชา อำพร ก็ติดตามกันไปเรื่อยๆนะ วันนี้หมดเวลาแล้ว ขออภัย เจริญธรรมทุกคนไม่ต้องสรุปแล้ว
631209_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์