สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ปทปรมะบุคคลใต้ตม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปทปรมะบุคคลใต้ตม 0893867xxxธรรมชาติโลกเวไนยสัตว์มีบัว4เหล่า! มีแต่บัวพ้นน้ำกับบัวปริ่มน้ำ เข้าใจสวรรค์นรกในนิยามพ่อครูฯ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ ใจอยากเมื่อไรจมนรกจริงเมื่อนั้น! ใจพอเมื่อไรพ้นสวรรค์ลวงเมื่อนั้น! บัวใต้น้ำบัวจมโคลนยากเข้าใจ! ผู้น้อยคิดถูกไหม? พ่อครูว่า…บัวใต้ตมคือ ปทปรมะ ปทปรมะคือพระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นผู้ที่ฟังพุทธพจน์ก็มาก กล่าวก็มาก คือพูดสอนอธิบายด้วย จำทรงไว้ก็มาก บอกสอนผู้อื่นก็มาก ฟังให้ดี คือใคร แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลในชาตินี้ พอจะเข้าใจโลกียธรรม อเวไนยสัตว์ ที่ไม่เข้าใจโลกุตรธรรม หรือเข้าถึงธรรมโลกุตระได้ยาก ๑. อุคฆติตัญญู (ผู้บรรลุมรรคผลได้เพียงท่านยกหัวข้อขึ้นแสดงเท่านั้น) ๒. วิปัญจิตัญญู (ผู้บรรลุมรรคผลได้โดยการจำแนกเนื้อความให้พิสดาร) ๓. เนยยะ (ผู้บรรลุมรรคผลเป็นชั้นๆ ไป โดยอุทเทส (หัวข้อ) โดยไต่ถาม โดยทำไว้ในใจโดยแยบคาย โดยการสมาคม โดยคบหา โดยสนิมสนมกับกัลยาณมิตร) ๔. ปทปรมะ (ผู้ฟังพุทธพจน์ก็มาก กล่าวก็มาก จำทรงไว้ก็มาก บอกสอนผู้อื่นก็มาก แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลในชาตินี้เลย) พอเข้าใจโลกียธรรม แต่เป็น อเวไนย ที่ไม่เข้าใจโลกุตระ หรือเข้าถึงธรรมระดับโลกุตระได้ยาก (พตปฎ. ล.๓๖/๑๐๘) คนฉลาดปุถุชนมากมายอย่างไรก็โลกียะ เป็นปราชญ์เอกอย่างไรก็คือ โลกียะ พูดถึงผู้ที่ฉลาดเรียนรู้ ผู้เรียนรู้มาก learned man เป็นตู้พระไตรปิฎกเคลื่อนที่เลย บอกสอนก็มาก แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลในชาตินี้ ก็มีเยอะเลย ไม่ใช่หมายถึง คนไม่ได้เรียนรู้ คนที่ไม่ได้เรียนรู้ธรรมะเลย จะไปเหมาว่าเป็นปทปรมะเลย ยังไม่ได้นะ คำตรัสของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง หมายถึงคนที่เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า มากหรือน้อย แล้วไม่ได้บรรลุ ก็คือปทปรมะ แต่คนที่ไม่ได้เรียนรู้เลยนั่นก็จะบอกว่า เป็นปทปรมะยังไม่ไ
อ่านต่อ
ด้ มีคนที่ฟังธรรมะในยุคของพระพุทธเจ้านั้น ฟังธรรมมะแค่ 4 ประโยค ก็บรรลุพระอรหันต์ คือพระพาหิยะ ทารุจริยะ และฟังเทศน์ 2 กัณฑ์ก็บรรลุพระอรหันต์ อย่างพระยสะ แล้วมีองค์อื่นๆอีกที่ฟังแล้วเข้าใจว่า ธรรมะพระพุทธเจ้าคืออย่างไรแล้วเอาไปพากเพียรปฏิบัติตน ในพระไตรปิฎก มักจะไปแปลว่า ผู้ฟังธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วก็ ปลีกหลีกออกจากหมู่ ไปปฏิบัติแต่ผู้เดียว ไม่ช้าไม่นานก็บรรลุพระอรหันต์ นี่เป็นความเห็นสุดโต่ง เข้าใจว่าศาสนาพุทธต้องออกจากหมู่ หลีกไปอยู่ผู้เดียว คำว่าหลีกเร้น แท้จริง คือ พยายามทำความสงบอย่างเอก อย่างยิ่ง แต่ไปเน้นว่า อยู่แต่ผู้เดียว อาตมาไม่รู้จะพูดอย่างไร ศาสนาพระพุทธเจ้าตอนประกาศศาสนา ศาสนาพุทธไม่มีเลย จะพูดความหมายบัญญัติ มันไม่มีพุทธ ท่านจึงต้องจำนน อนุโลมกับสิ่งที่เขายึดถือกัน ไปตามลำดับ แต่ที่อาตมามาพูดนี้ พูดกับพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ ที่มีศาสนาพุทธมา สองพันกว่าปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องอนุโลม มีแต่ตีเลย เพราะไปหลงผิดกันว่า จะต้องไปปฏิบัติ อย่างที่ฤาษีปฏิบัติ อีกประเด็นคือ อาตมาเจตนามาสอนศาสนา ให้เข้าเป้าโลกุตรธรรม เข้าเป้าเนื้อแท้ของศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธ เป็นศาสนาอเทวนิยมโลกุตรธรรม ไม่ใช่ศาสนาพุทธแบบโลกๆทั่วไป ที่เขาเป็นกันแบบศาสนาโลกีย์ อาตมามาถึงวันนี้ พูดกับพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ มีศาสนาพุทธมาแล้ว 2500กว่าปี ถึงไม่ได้พูดเหมือนพระพุทธเจ้า ที่ตอนนั้นเริ่มต้นมีศาสนาพุทธ คนทั้งหลาย ยังไม่รู้จักพุทธศาสนาเลย ท่านก็จำเป็นต้องต่อสะพานเชื่อมโยงไป อนุโลมให้มีที่ต่อ อาตมามานี่ไม่ต่อแล้ว ตีทิ้งเลย ที่งมงายเลอะเทอะ เอาสิ่งที่ถูก ไปทำสิ่งที่ผิด ก็ต้องมาบอกว่า คำสอนที่ถูกเป็นอย่างไร แต่เขาก็ยังงมงายหลงผิดกัน ทั้งที่เรียนรู้มาก่อน ไปหลงสมาธิ ไปหลงสวรรค์ นรก อาตมาตีทิ้งเลย อาตมาต้องลงน้ำหนัก เพราะว่ามวลความยึดติด มันแน่นมาก ตีให้กระเทือนให้คลายออกบ้าง ถึงต้องพูดอย่างที่เรียกว่า ให้สะดุ้งสะเทือน ถ้าจะพูดไปเรื่อยเรื่อยๆ มันก็ไม่กระดุกกระดิกอะไร เพราะความติดยึด ยึดมั่นถือมั่นมันแรง ถึงต้องถึงขั้นนี้ ทำไมต้องมาพูดซ้ำซาก แรงแล้วแรงอีก เอาหลักฐานพระไตรปิฎกมายืนยัน ก็ต้องทำอย่างนั้น ถ้าพูดภาษาชาวบ้านของคุณ 3867ว่า. ใจพอเมื่อไรพ้นสวรรค์ลวงเมื่อนั้น! บัวใต้น้ำบัวจมโคลนยากเข้าใจ! ผู้น้อยคิดถูกไหม? . คิดถูกแล้ว
600302_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาหมดสวรรค์